คามินวิศวะร้ายพ่ายรัก
ด้านเอแคลร์ขณะที่กำลังใส่แอร์พอร์ตฟังเพลงอยู่ ดวงตากลมโตคู่สวยก็พลันหันไปเห็นคนตัวโตกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางเธอด้วยสีหน้าดุๆ ทว่าเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กลับนั่งยิ้มหน้าระรื่นรอให้เขาเดินมาหา
กระทั่งเขาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับเสียงทุ้มเอ่ยถาม
"ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้"
"แคลร์นอนไม่หลับค่ะ เลยออกมานั่งฟังเพลง แล้วพี่มินล่ะคะทำไมวันนี้ถึงนอนบ้านแคลร์ได้ล่ะ" เอแคลร์ตอบก่อนจะถามกลับ ซึ่งเธอต้องเงยหน้าพูดกับเขาจนรู้สึกเมื่อยคอ เนื่องจากเขายืนส่วนเธอนั่ง เวลายืนคุยกันปกติเธอก็ต้องเงยหน้าพูดกับเขาอยู่แล้วเพราะตัวเขาสูงกว่าเธอมาก ยิ่งตอนนี้เขายืนเธอนั่งยิ่งดูลำบากในการพูดคุย
ด้านคามินที่มองอยู่รู้สึกเอ็นดูในตอนที่เด็กสาวเอามือจับคอตัวเองเพราะเมื่อย เขาจึงเลือกมานั่งข้างเธอเพื่อให้เธอคุยกับเขาได้สะดวก ก่อนจะตอบคำถามของเธอไป
"เมื่อกี๊พี่รู้สึกเมาๆน่ะเลยไม่อยากขับรถ ก็เลยค้างที่นี่"
"อ๋อ แบบนี้นี่เอง แคลร์ก็นึกว่าพี่มินอยากนอนที่นี่เพราะอยากอยู่เห็นหน้าสวยๆของแคลร์ซะอีก" เอแคลร์อดที่จะแซวไม่ได้ ขอแค่ได้เต๊าะนิดเต๊าะหน่อยก็พอ
"หึ เพ้อเจ้อ" แม้ปากจะบ่นแต่ก็เผ่ยรอยยิ้มเอ็นดูออกมา ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามต่อ
"แล้วนี่ฟังเพลงอะไรอยู่"
"ก็เพลงรักทั่วไปนี่แหละค่ะ พี่มินฟังด้วยกันไหมคะ"
"อือ เอาสิ"
เมื่อเสียงหวานเอ่ยชวน คามินก็ตอบตกลงทันทีอย่างไม่คิดปฏิเสธ เอแคลร์จึงยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจก่อนจะรีบถอดแอร์พอร์ตหรือหูฟังไร้สายออกจากหูข้างหนึ่งแล้วใส่ในหูของเขาแทน ซึ่งเพลงที่กำลังฟังอยู่มันก็เป็นเพลงรักหวานๆทั่วไปอย่างที่เธอบอกไว้
แต่เมื่อทั้งคู่นั่งฟังเพลงด้วยกันได้ไม่ทันจบเพลง ก็มีข้อความเสียงที่ส่งมาจากเพื่อนชายร่วมห้องของเอแคลร์ในแชทเฟซบุ๊กเด้งขึ้นมาในหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ โดยที่คามินนั่งอยู่ในองศาที่มองเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเธอชัดเจน แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบ ขณะที่คิ้วเข้มกระตุกไม่หยุด
"ไอ้นนท์บ้านี่ ดึกขนาดนี้ยังจะส่งอะไรมาแกล้งอีกเนี่ย" แม้ปากจะก่นด่าทว่าก็เปิดข้อความเสียงของเพื่อนชายฟัง โดยไม่คิดจะปิดบังอีกคนที่ใส่แอร์พอร์ตของเธออีกข้างอยู่ เพราะเธอไม่มีอะไรจำเป็นต้องปิดบัง
ส่วนคามินก็ทำเฉย ในเมื่อเด็กสาวไม่ถอดแอร์พอร์ตออกจากหูของเขา ก็แสดงว่าเธอเต็มใจให้เขารับรู้ด้วย
(ยัยบ๊อง ช่วยฟังเพลงที่ฉันร้องหน่อยสิว่าเพราะไหม ฉันจะเอาไปร้องให้สาวฟัง)
เมื่อฟังข้อความเสียงของณนนท์จบ เอแคลร์จึงกดอัดข้อความเสียงส่งกลับไปให้ณนนท์ทันที
"เพื่อนนายไม่มีหรือไงถึงต้องมารบกวนหูของฉันให้ทนฟังนายร้องเพลงเนี่ย"
(ใช้คำว่าทนฟังเลยเหรอยัยบ๊อง เธอลองฟังดูก่อนแล้วค่อยตัดสินเสียงของฉันดีกว่าไหม)
"เออก็ได้ ส่งมาสิฉันจะฟังให้ละกัน"
ด้านคามินตั้งใจฟังเสียงที่ดังอยู่ในแอร์พอร์ตในหูของเขา ขณะที่นั่งมองเด็กสาวส่งข้อความแชทเสียงตอบกลับเพื่อนชายของเธอนิ่งๆ ทว่าใจกลับไม่นิ่งเหมือนสีหน้าเลย
กระทั่งณนนท์ส่งคลิปวิดีโอของตัวเองที่กำลังร้องเพลงพร้อมกับเล่นกีตาร์ควบคู่ไปด้วยมาให้เอแคลร์ นิ้วเรียวสวยจึงกดเปิดดูทันที
(ก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร กับความรักข้างในจิตใจ คำว่าเพื่อนกัน เปลี่ยนไปแล้วไง กับเธอ ฉันไม่เหมือนเดิม อยากจะหวงเธอเกินกว่านี้ อยากใกล้ชิดเธอมากกว่าใคร อยากทำหน้าที่เกินคำว่าเพื่อนไป อยากจะเผยความในให้เธอ แอบคิดไปไกลกับเธอ แค่อยากเสนอ เรื่องจริงในใจ แต่มันกลัวๆทุกที ไม่กล้าพูดไป... ได้แค่เพียงบอก รักเธอ รักเธอ ในใจ รู้ดี ฉันเป็นใคร
รักเธอ รักเธอ ถ้าเธอได้ยินจะเปลี่ยนไปมะ)
ทว่าไม่ทันฟังดูจนจบคลิปหรือจบเพลง นิ้วใหญ่ของอีกคนก็ดันมากดปิดคลิปเสียก่อน ใบหน้าสวยจึงหันขวับไปมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ขณะที่กำลังจะถามว่าเขามากดหยุดคลิปทำไม เสียงทุ้มก็เอ่ยพูดขึ้นเสียก่อนเพราะรู้ว่าเธอจะถามอะไร
"พี่ว่ามันไร้สาระไม่ต้องฟังแล้ว หนูไปนอนดีกว่าไหมมันดึกมากแล้วนะ"
ซึ่งแน่นอนคามินรู้ทันว่าเด็กหนุ่มตั้งใจส่งเพลงนี้มาจีบเด็กสาวโดยเฉพาะ แต่แสร้งทำเป็นให้เธอลองฟังดู ประหนึ่งลองเชิงบอกเธอผ่านเนื้อเพลงนี้เป็นในๆแทนความรู้สึกเพราะไม่กล้าบอกตรงๆ ซึ่งเขาหวังว่าเด็กสาวจะรู้ไม่เท่าทันหรือไม่รู้เหมือนที่เขารู้ว่าเพื่อนชายของเธอคิดไม่ซื่อกับเธอ ซึ่งเมื่อครู่ขณะที่เด็กสาวดูคลิปวิดีโอเพื่อนชายของเธอเล่นกีตาร์ร้องเพลง เขาเห็นเธอนั่งดูไปยิ้มไป เห็นแล้วมันขัดตา รู้สึกไม่ชอบใจ เขาจึงกดปิดคลิปเสียเลย ไม่ต้องดงต้องดูมันซะให้สิ้นเรื่อง
"ก็ได้ค่ะ" เอแคลร์เลือกที่จะเชื่อฟัง แต่ทว่าขณะเดียวกันณนนท์ก็ส่งแชทเสียงมาอีก เอแคลร์จึงกดฟัง ขณะที่แอร์พอร์ตอีกข้างก็ยังอยู่ในหูของอีกคน
(เป็นไงบ้าง ฉันร้องเพราะไหม)
...จากนั้นเอแคลร์จึงส่งแชทเสียงกลับไป
"ใช้ได้เลยแหละเพราะมาก แถมยังเล่นกีตาร์ด้วยอะ อย่างเท่เลย รับรองถ้าสาวของนายได้ฟังต้องชอบแน่ๆ เมื่อกี๊ฉันขอโทษละกันที่ดูถูกความสามารถของนายไปหน่อย"
(ไม่เป็นไรฉันไม่ถือ แค่เวลาอยู่ในห้องเธอยิ้มให้ฉันเยอะๆเป็นการขอโทษก็แล้วกัน)
"ไหนบอกไม่ถือ แล้วทำไมต้องให้ฉันยิ้มให้นายด้วยล่ะ"
ด้านคามินที่ทนฟังทนมองไม่ได้อีกต่อไปจึงยื่นมือหนาไปหยิกแก้มนุ่มของเด็กสาวอย่างแรงเพื่อดึงความสนใจของเธอ
"โอ๊ย! พี่มินมาหยิกแก้มแคลร์ทำไมคะ" เอแคลร์อุทานออกมาด้วยความเจ็บที่แก้มก่อนจะเอ่ยถามด้วยความมึนงง
"มดมันไต่หน้าหนู พี่ก็เลยหยิบออกให้ ขอโทษพี่เผลอหยิบแรงไป" เขาเอ่ยอ้างออกมาหน้าตาย ทำเอาเด็กสาวงุนงงเข้าไปใหญ่ เพราะหยิบกับหยิกความหมายมันต่างกันมาก ซึ่งที่เขาทำเมื่อกี๊คือแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าหยิบมดออกจากแก้มให้เธอจริงๆ ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาตั้งใจหยิกแก้มเธอมากกว่า
"แน่ใจนะคะว่าหยิบมดออกให้ ไม่ได้แกล้งหยิกแก้มแคลร์หรอกนะ"
"แล้วพี่จะแกล้งหนูทำไม"
"ไม่รู้สิ พี่อาจจะรำคาญแคลร์หรือไม่พอใจที่แคลร์เอาแต่ตามตื๊อพี่ก็ได้ พี่เลยอยากเอาคืนแคลร์ไง"
"หึ คิดได้ไงเนี่ยเรา ไปนอนได้แล้วไป"
เอแคลร์ได้ยินเช่นนั้นก็เลือกที่จะเชื่อฟัง แม้จะรู้สึกสงสัยอยู่ก็ตาม ทว่าจังหวะที่กำลังจะดันตัวลุกขึ้นเพื่อจะเข้าบ้านไปนอน ข้อความแชทจากเพื่อนชายก็เด้งขึ้นมาอีก
พรึ่บ!
แต่ทว่าคราวนี้คามินกับคว้าโทรศัพท์ในมือของเด็กสาวไปถือไว้แทน ไม่ยอมให้เธอเล่นหรือเปิดฟังข้อความใดๆอีก พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มดุเอ่ยออกมา
"ไปนอนได้แล้ว"
เมื่อเห็นใบหน้าดุๆของอีกคน เอแคลร์จึงไม่อยากขัด ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้วจริงๆ สมควรแก่การนอนพักผ่อน เธอจึงเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกับเขาที่เดินเคียงกันไป
เมื่อเดินมาถึงหน้าของตัวเอง เอแคลร์จึงยื่นมือไปขอโทรศัพท์คืนจากอีกคน
"โทรศัพท์แคลร์ค่ะ"
"ดึกแล้ว ค่อยเล่นพรุ่งนี้เดี๋ยวพี่คืนให้"
"แคลร์ไม่ได้จะเล่นค่ะ แค่ขอคืนเฉยๆ"
"ก็พี่บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยคืนให้ไง ไปนอนได้แล้วอย่าดื้อ" พูดจบก็ไม่รอให้เด็กสาวได้พูดอะไรอีก มือหนารีบเอื้อมไปเปิดประตูห้องของเธอ ก่อนจะดันเจ้าตัวเข้าไปในห้อง
"อะไรเนี่ยพี่มิน"
ไม่รอให้เด็กสาวได้โวยวายไปมากกว่านี้ คามินก็รีบปิดประตูทันที ก่อนจะพ้นลมหายใจแรงๆก็มาด้วยความหนักใจกับอะไรที่เป็นเธอและสิ่งที่เขาทำลงไป
เขายืนมองหน้าประตูห้องของเด็กสาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยความรู้สึกหลากหลาย ยากที่จะเข้าใจตัวเองได้ เมื่อยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจก็ตัดใจเลิกคิดแล้วเดินกลับห้องตัวเองไป