ลานเกียร์เคลียร์ใจ (ที่ไม่เคลียร์)

1958 Words
เที่ยงวันพฤหัสบดี แดดเปรี้ยงๆ ของประเทศไทยทำให้อุณหภูมิบริเวณ 'ลานเกียร์' หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ร้อนระอุทะลุสามสิบแปดองศาเซลเซียส แต่นั่นยังไม่เท่ากับอุณหภูมิในหัวของ 'โย' ที่กำลังเดือดปุดๆ ราวกับน้ำในหม้อสุกี้ชาบู หลังจากที่เมื่อคืนเธอกลับไปนอนฝันถึงสัมผัสแนบชิดและแผงอกเปียกๆ ของไอ้พี่ว้ากหน้าตึงคนนั้นทั้งคืน! "กูว่ามึงมีพิรุธนะอีโย" เจย์หรี่ตาแคบลง จับจ้องเพื่อนสาวตัวเล็กที่เอาแต่ใช้หลอดคนน้ำแข็งในแก้วชาเย็นจนมันละลายหมดไปครึ่งแก้วแล้ว "ตั้งแต่เช้าแล้ว มึงเหม่ออะไรนักหนา ปกติเวลาพูดถึงพี่ธาดามึงต้องด่าไฟแลบไม่ใช่เหรอ แต่วันนี้พอพวกกูถามว่าเมื่อวานไปเป็นเบ๊ที่สระมาเป็นไงบ้าง มึงกลับหน้าแดงแล้วก็เอาแต่เงียบ โดนพี่มันทำของใส่หรือไง" "ทะ... ทำของบ้าอะไรล่ะ!" โยสะดุ้งสุดตัว รีบปล่อยมือจากหลอดชาเย็นราวกับมันเป็นของร้อน "อากาศมันร้อนเว้ย หน้ากูก็เลยแดงดิ! แล้วที่กูเงียบเพราะกูเหนื่อย! หมอนั่นใช้งานกูเยี่ยงทาส สั่งให้กูวิ่งไปซื้อน้ำเกลือแร่หน้ามอตั้งไกล ขากูกลับมาถึงหอลากแทบไม่ขึ้น!" โยแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความจริง เธอไม่มีทางเล่าให้เพื่อนฟังเด็ดขาดว่าเมื่อวานเธอพลาดท่าเสียหลักจนโดนพี่ธาดารวบเอวไปกอด แถมหน้าเธอยังพุ่งไปซุกกับซิกแพคของเขาเต็มๆ ขืนเล่าให้เจย์ฟัง มีหวังโดนล้อไปยันลูกบวชแน่ๆ "แน่นะ?" แนนชะโงกหน้ามาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาจับผิดไม่แพ้เจย์ "ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหมโย แนนเห็นนะว่าโยแอบเอามือจับแก้มตัวเองแล้วก็ยิ้มคนเดียวตอนอาจารย์สอนแคลคูลัสอะ" "โอ๊ย! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละพวกมึงนี่ เลิกจับผิดกูสักที!" โยตัดบทด้วยการคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย "ปะ รีบเอาเล่มรายงานไปส่งที่ห้องพักอาจารย์เถอะ จะได้ไปหาข้าวกิน กูหิวจนจะกินหัวมึงได้แล้วเจย์" เจย์เบ้ปาก มองบนใส่เพื่อนสาวจอมปากแข็ง แต่ก็ยอมลุกขึ้นตาม ทั้งสามคนเดินลัดเลาะผ่านลานเกียร์เพื่อมุ่งหน้าไปยังตึกภาควิชา แต่เหมือนสวรรค์ (หรือนรก) จะชังน้ำหน้าโย เพราะเส้นทางที่สั้นที่สุดต้องเดินผ่านซุ้มโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นหางนกยูง... ซึ่งเป็น 'อาณาเขตประจำ' ของแก๊งรุ่นพี่ปีสองตัวตึงของคณะ ที่โต๊ะหินอ่อนตัวใหญ่ ร่างสูงของนักศึกษาชายสามคนในชุดช็อปสีเลือดหมูกำลังนั่งจับกลุ่มกันอยู่ 'เคน' กำลังนั่งดีดกีตาร์โปร่งและส่งสายตาแพรวพราวให้รุ่นน้องโต๊ะข้างๆ 'พงศ์' กำลังนั่งอ่านชีทเรียนด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึก และตรงกลางโต๊ะ... 'ธาดา' กำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็น ส่วนมืออีกข้างกำลังเลื่อนไถหน้าจอสมาร์ทโฟน ใบหน้าหล่อคมคายที่ปกติมักจะตึงเปรี๊ยะและดุดันอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมเข้มจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ราวกับกำลังนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้อารมณ์ดีสุดๆ "ไอ้ธาดา... มึงเป็นบ้าอะไรครับ นั่งยิ้มกับแก้วกาแฟมาสิบนาทีแล้วนะครับ" พงศ์ละสายตาจากชีทเรียน ดันแว่นตากรอบบางของตัวเองขึ้นเล็กน้อย พลางเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงไปด้วยความหมั่นไส้เต็มพิกัด ธาดาชะงัก รีบหุบยิ้มและปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งขรึมตามเดิมแทบจะในเสี้ยววินาที "กู... กูแค่อ่านเพจมหาลัย มุกมันตลกดี กูเลยขำ มึงมีปัญหาอะไรไอ้พงศ์" "เพจมหาลัยโพสต์เรื่องประกาศรับสมัครยามกะดึกครับมึง มันตลกตรงไหนไม่ทราบ?" เคนชะโงกหน้าไปดูจอโทรศัพท์เพื่อนแล้วแฉทันที "ตั้งแต่มึงกลับมาจากสระเมื่อวานตอนค่ำ มึงก็อารมณ์ดีผิดปกติ เดินผิวปากอาบน้ำ กูถามจริงๆ เถอะ... ไปแกล้งอะไรน้องโยมาอีกฮะ" เมื่อได้ยินชื่อ 'โย' หูของธาดาก็แอบขึ้นสีแดงจางๆ โดยที่เพื่อนทั้งสองไม่ทันสังเกต ภาพเอวคอดบางนุ่มนิ่มที่เขาโอบรัดไว้เมื่อวาน และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่ยอมไปไหน เขาพยายามสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไป แต่ยิ่งไล่ มันก็ยิ่งฉายชัดราวกับเปิดหนังซ้ำ "กูไม่ได้แกล้งอะไร ยัยนั่นต่างหากที่หาเรื่องใส่ตัว" ธาดาตอบเสียงเรียบ ยกอเมริกาโน่ขึ้นดูดแก้เก้อ "กูสั่งให้ไปซื้อน้ำเกลือแร่ ดันเอาน้ำปลาผสมเกลือมาให้กูกิน ดีที่กูไหวตัวทัน ไม่ลากไปกดน้ำก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว" "น้องเขาเอาน้ำปลาให้มึงกิน... แต่มึงกลับมานั่งยิ้มเนี่ยนะ?" พงศ์หรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด "มึงเป็นมาโซคิสม์ (Masochism) หรือเปล่าครับ ชอบให้ผู้หญิงด่า ชอบให้ผู้หญิงรังแก? อาการมึงหนักแล้วนะครับเพื่อน" "กูไม่ได้เป็น!" ธาดาสวนกลับทันควัน ขมวดคิ้วมุ่น "กูแค่สะใจที่จับไต๋ยัยเด็กแสบนั่นได้เว้ย มึงไม่เห็นหน้ายัยนั่นตอนโดนกูจับได้หรอก หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ตลกชะมัด" เคนหัวเราะหึๆ วางกีตาร์ลงบนโต๊ะ "ปากบอกว่าตลก แต่แววตามึงแพรวพราวยิ่งกว่ากูตอนเจอสาวนิเทศอีกนะไอ้คุณธาดา มึงยอมรับมาเถอะว่ามึงสนใจน้องเขา มึงชอบเขา!" "กู-ไม่-ได้-ชอบ!" ธาดากระแทกเสียงทีละคำอย่างหนักแน่น "ผู้หญิงอะไรห้าวเป้ง ปากแจ๋ว หน้าตาก็บูดบึ้งทั้งวัน แถมหุ่น... หุ่นก็งั้นๆ กูไม่มีทางเอาทำเมียให้ปวดหัวหรอกเว้ย!" "หุ่นงั้นๆ ... หรือว่ามึงไปแอบจับแอบคลำน้องเขามาแล้ววะ ถึงรู้ว่าหุ่นงั้นๆ?" เคนแหย่ต่ออย่างรู้ทัน "ไอ้เหี้ยเคน! มึงเงียบปากไปเลยนะ!" ธาดาแทบจะปาแก้วกาแฟใส่หัวเพื่อน แต่ก่อนที่สงครามขนาดย่อมของกลุ่มปีสองจะปะทุ สายตาของเคนก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ สามร่างที่กำลังเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังตรงมาทางพวกเขาพอดิบพอดี "อุ๊ย... พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาว่ะ" เคนผิวปากแซวเสียงดัง "สวัสดีครับน้องโย น้องเจย์ น้องแนน... จะไปไหนกันจ๊ะ แดดร้อนๆ แบบนี้ มานั่งหลบแดดในใจพี่เคนก่อนไหม" โยที่กำลังหงุดหงิดกับอากาศเป็นทุนเดิม ชะงักกึกทันทีเมื่อถูกทัก เธอหันขวับไปมองที่โต๊ะหินอ่อน และทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของคนที่นั่งอยู่ตรงกลาง อารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ก็ปะทุขึ้นมาอีกรอบ ธาดาที่เพิ่งโดนเพื่อนแซวมาหมาดๆ ก็พยายามปั้นหน้าตึงสุดชีวิต เขากอดอก นั่งพิงเก้าอี้ เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้สายตาดุๆ มองกวาดร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า... แม้ในใจจะแอบคิดว่าวันนี้โยใส่เสื้อนักศึกษาตัวเล็กไปนิดจนเห็นสัดส่วนชัดเจนเกินไปหน่อยก็เถอะ (นี่เขาไม่ได้หวงนะ แค่คิดในฐานะรุ่นพี่ที่ห่วงใยระเบียบการแต่งกาย!) "ไม่เสือกสิคะพี่เคน พวกหนูจะไปส่งงานค่ะ หลีกทางด้วย เกะกะ!" เจย์เป็นฝ่ายเปิดฉากสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด แนนรีบดึงแขนเจย์ไว้เพราะกลัวจะมีเรื่อง "ปากจัดเหมือนเดิมเลยนะน้องเจย์" เคนหัวเราะชอบใจ ไม่ได้ถือสา "แล้วน้องโยล่ะครับ เมื่อวานไปเป็นผู้ช่วยไอ้ธาดามัน โดนมันใช้งานหนักไหม ดูสิ หน้ามุ่ยเชียว... หรือว่ามันไม่ได้แค่ 'ใช้งาน' แบบปกติ?" คำแซวของเคนทำเอาโยหน้าชาวาบ ภาพเมื่อวานไหลกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เธอตวัดสายตาขวับไปมองธาดาอย่างเอาเรื่อง หวังจะให้เขาช่วยด่าเพื่อนตัวเองที่พูดจาบ้าบอ แต่ธาดากลับเลิกคิ้วกวนๆ ส่งกลับมาให้เธอแทน "มองหน้าพี่ทำไมครับ" ธาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ยั่วโมโหสุดๆ "เมื่อวานทำความผิดไว้ ยังไม่ทันได้เคลียร์บัญชี วันนี้มองหน้าหาเรื่องพี่อีกแล้วเหรอ... หรือว่าติดใจรสชาติน้ำปลาผสมเกลือแร่ อยากให้พี่ป้อนให้กินอีกรอบ?" โยกำหมัดแน่น ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดขอบโต๊ะหินอ่อน จ้องหน้าคนตัวโตอย่างไม่ลดละ "ใครติดใจบ้าอะไรของพี่! ฉันแค่สงสัยว่าเพื่อนพี่ปากเสียแบบนี้ พี่ทนคบไปได้ยังไงต่างหาก! อ้อ ลืมไป ศีลเสมอกันนี่เอง ถึงว่า... นิสัยชอบรังแกคนอื่นถึงได้เหมือนกันเป๊ะ!" "นี่คุณด่าพี่หรือด่าเพื่อนพี่ครับ เอาให้แน่" ธาดายิ้มเยาะ "ด่ารวมๆ ค่ะ! เหมาเข่ง!" โยเชิดหน้าขึ้น "แล้วก็ไม่ต้องมาทวงบุญคุณเรื่องเมื่อวานด้วย วันนี้ฉันจะซื้อสปอนเซอร์ขวดใหม่ไปประเคนให้พี่ถึงขอบสระเลย เอาแบบแช่แข็งเย็นเจี๊ยบฟาดหัวพี่ให้สลบคาที่ไปเลย!" บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มระอุขึ้นเรื่อยๆ นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มหันมามองคู่กัดประจำคณะที่เปิดศึกกันอีกแล้ว จังหวะนั้นเอง 'พงศ์' ที่นั่งเงียบมาตลอดก็ปิดชีทเรียนในมือลงช้าๆ เขาดันแว่นตาให้เข้าที่ ก่อนจะประสานมือวางไว้บนโต๊ะ มองหน้าโยด้วยรอยยิ้มละมุนละไมที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ "ขอประทานโทษนะครับน้องโย... พี่ในฐานะเพื่อนของไอ้ธาดา ต้องกราบขออภัยแทนนิมันด้วยจริงๆ ครับ" พงศ์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง โยชะงักไปเล็กน้อย งุนงงกับท่าทีสุภาพเกินเหตุของรุ่นพี่คนนี้ "เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะพี่พงศ์ โยไม่ได้ว่าพี่พงศ์นะคะ โยด่าแค่ไอ้... เอ้ย พี่ธาดากับพี่เคน" พงศ์ส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย "ไม่ใช่ครับ พี่ไม่ได้จะขอโทษที่เพื่อนพี่ปากเสีย... แต่พี่จะขอโทษที่ไอ้ธาดามันมีปัญหาทางจิตนิดหน่อยครับน้องโย" "ไอ้พงศ์!" ธาดาหันขวับไปมองเพื่อนสนิท ตาเบิกกว้าง "มึงพูดเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย!" แต่พงศ์ไม่สนใจเสียงเตือนของเพื่อน เขาหันกลับไปพูดกับโยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังวิเคราะห์เคสผู้ป่วย "คืออย่างนี้นะครับน้องโย... อาการของไอ้ธาดาเนี่ย ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า 'โรคคลั่งรักแต่แสดงออกไม่เป็น' ครับ อาการมันจะคล้ายๆ กับเด็กผู้ชายอนุบาล ที่พอแอบชอบเด็กผู้หญิงคนไหน ก็จะชอบไปดึงเปียเขา ไปแกล้งเขา เรียกร้องความสนใจจากเขา เพราะไม่รู้จะจีบยังไงให้ดูเท่ครับ" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานเกียร์ไปชั่วขณะ เคนอ้าปากค้าง เจย์กับแนนเบิกตาโพลง ส่วนโย... สตั้นท์ไปเรียบร้อยแล้ว สมองของเธอประมวลผลคำว่า 'แอบชอบ' และ 'คลั่งรัก' ไม่ทัน "ไอ้สัสพงศ์! มึงหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ! มึงเอาอะไรมาพูด กูไม่ได้ชอบยัยเด็กเตี้ยนี่เว้ย!" ธาดาผุดลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังปัง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยตึงเปรี๊ยะบัดนี้แดงเถือกไปจนถึงใบหู ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะเขินที่โดนเพื่อนแฉความจริงกลางสี่แยกไฟแดงกันแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD