ร่มคันเดียวและหัวใจสองดวง

2788 Words
เวลาสิบแปดนาฬิกาสี่สิบห้านาที ท้องฟ้าเหนือมหาวิทยาลัยที่เคยเป็นสีส้มอมม่วงถูกแทนที่ด้วยเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่ที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นไอดินผสมความชื้นลอยปะทะจมูก บ่งบอกว่าพายุฝนห่าใหญ่กำลังจะเทลงมาในไม่ช้านี้ แต่สำหรับ 'โย' มุกนิตา รุ่งเรืองสุข ที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนอัฒจันทร์ริมสระว่ายน้ำ พายุที่กำลังก่อตัวอยู่ข้างนอกนั่น... ยังรุนแรงไม่เท่าพายุลูกใหญ่ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในหัวใจของเธอเลยแม้แต่น้อย เฟรชชี่สาวห้าวถอนหายใจยาวเป็นรอบที่ร้อยของวัน นิ้วเรียวเล็กเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว สัมผัสอุ่นวาบและนุ่มนวลจากริมฝีปากหยักลึกของใครบางคนในห้องล็อกเกอร์เมื่อคืนก่อนยังคงติดตรึงอยู่อย่างชัดเจน ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา ‘อย่าไปยิ้มให้ใครแบบนั้นอีกนะ... ยัยตัวแสบ’ เสียงทุ้มพร่าที่กระซิบชิดริมฝีปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความหวงแหนของ 'พี่ธาดา' ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท โยสะบัดหัวแรงๆ ไล่ความร้อนที่เห่อขึ้นมาบนสองข้างแก้ม "บ้าเอ๊ย... เลิกคิดถึงไอ้พี่หน้าตึงนั่นสักทีสิอีโย! เขาก็แค่แกล้งปั่นหัวแกเล่นเท่านั้นแหละ หมอนั่นมันเป็นปีศาจจอมเผด็จการนะเว้ย!" โยพึมพำด่าตัวเองเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาจดจ่อกับชีทเรียนในมือ แต่ตัวหนังสือบนกระดาษกลับกลายเป็นกล้ามเนื้อซิกแพคของคนตัวโตซะอย่างนั้น ตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องล็อกเกอร์ที่ลุงยามมาเปิดประตูช่วยพวกเธอออกไปเมื่อคืน โยก็แทบจะไม่ได้คุยกับธาดาอีกเลย วันนี้พอถึงเวลามาทำหน้าที่ 'ผู้ช่วย' เธอก็เอาแต่นั่งหลบมุมอยู่บนอัฒจันทร์ ไม่กล้าแม้แต่จะเดินไปเฉียดขอบสระตอนที่เขาว่ายน้ำอยู่ด้วยซ้ำ อาการปากแจ๋วห้าวเป้งที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงเด็กสาวที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่เพิ่งขโมยจูบแรกของเธอไป ซ่าาาา! เสียงฝนเม็ดใหญ่เทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาเมทัลชีทของอาคารสระว่ายน้ำดังสนั่น ดึงให้โยสะดุ้งสุดตัวหลุดจากภวังค์ความคิด หญิงสาวเบิกตากว้างมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก พายุฝนพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้เอนลู่ไปตามแรงลม ทัศนวิสัยภายนอกขาวโพลนไปด้วยสายฝน "ฉิบหายแล้ว..." โยครางเสียงหลง รีบกวาดข้าวของลงกระเป๋าเป้ "ร่มก็ไม่ได้เอามา หอก็อยู่ตั้งไกล แล้วจะกลับยังไงวะเนี่ย" เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงจากอัฒจันทร์ ตรงไปยังประตูทางออกของอาคารสระว่ายน้ำ หวังว่าฝนจะแค่ตกไล่ช้างแล้วหยุด แต่เมื่อไปยืนเกาะกระจกดูที่หน้าประตู ความหวังก็พังทลาย ฝนไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ เป็นระยะอีกต่างหาก โยยืนหน้ามุ่ย กอดกระเป๋าเป้แนบอก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "รู้งี้เชื่ออีเจย์พกร่มมาด้วยก็ดีหรอก... ซวยจริงๆ เลยอีโยเอ๊ย" "ทำหน้าเป็นหมาหงอยไปได้ ใครแย่งขนมกินหรือไง" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาโยสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองทันที ร่างสูงของธาดาในชุดไปรเวทสบายๆ เสื้อยืดสีดำสนิทพอดีตัวที่ขับเน้นแผงอกกว้างและช่วงไหล่ผึ่งผาย กางเกงยีนส์สีเข้ม และผมที่ยังชื้นหมาดๆ จากการสระผมหลังซ้อมว่ายน้ำเสร็จ เขากำลังเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าสบายๆ แต่กลับดูดีจนน่าหมั่นไส้ โยก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน "พะ... พี่ธาดา ซ้อมเสร็จแล้วเหรอ" "อืม เสร็จแล้ว" ธาดาตอบสั้นๆ หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้ดูเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก "แล้วนี่มายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่กลับหอ" "ก็ฝนมันตกหนักขนาดนี้ พี่จะให้ฉันเหาะกลับหรือไงเล่า ร่มก็ไม่ได้เอามา" โยเผลอสวนกลับด้วยความเคยชิน ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ระหว่างพวกเขามันไม่เหมือนเดิมแล้ว ธาดาหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ได้ถือสากับความปากไวของเธอ เขารู้ดีว่ายัยเด็กดื้อตรงหน้ากำลังประหม่าอย่างหนัก เพราะตั้งแต่เขาลงสระจนซ้อมเสร็จ เธอเอาแต่หลบหน้าหลบตา ไม่ยอมแม้แต่จะเดินมาส่งผ้าขนหนูให้เหมือนทุกวันด้วยซ้ำ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ของตัวเอง ก่อนจะหยิบร่มพับคันใหญ่สีดำสนิทออกมา "จะกลับเลยไหม" เขากดปุ่มกางร่มออก พรึ่บ! ร่มคันใหญ่กางแผ่ออกกว้างพอที่จะบังฝนให้คนสองคนได้อย่างสบายๆ โยกระพริบตาปริบๆ มองร่มในมือเขาสลับกับใบหน้าหล่อเหลา "พี่... พี่จะให้ฉันยืมร่มเหรอ?" "ไม่ได้ให้ยืม" ธาดาตอบหน้าตาย "แต่จะเดินไปส่ง" "ห๊ะ!" โยเบิกตากว้าง "ดะ... เดี๋ยว! ไม่เป็นไร! หอฉันอยู่ไกลนะ เดินฝ่าฝนไปตั้งสิบห้านาที พี่กลับไปเถอะ เดี๋ยวฉันนั่งรอฝนหยุดตรงนี้ก็ได้" "ฝนตกหนักขนาดนี้ กว่าจะหยุดก็คงเที่ยงคืน จะนั่งรอให้ยุงหามไปกินหรือไง" ธาดาขมวดคิ้ว ดุเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย "หอเธออยู่ซอยหลังมอใช่ไหม ทางผ่านหอพี่พอดี เดินไปด้วยกันนี่แหละ ไม่ต้องพูดมาก" "แต่ว่า..." โยพยายามจะเถียง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุๆ ที่มองมาอย่างกดดัน เธอก็ได้แต่กลืนคำปฏิเสธลงคอ "กะ... ก็ได้ แต่พี่ห้ามแกล้งเตะตัดขาฉันกลางสายฝนนะเว้ย!" ธาดาส่ายหัวอย่างระอาใจกับจินตนาการล้ำเลิศของยัยตัวแสบ เขาผลักประตูกระจกบานใหญ่ออก ก้าวออกไปยืนรับละอองฝนด้านนอก ก่อนจะหันมามองคนที่ยังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ด้านใน "มาสิ หรือจะต้องให้อุ้ม" โยหน้าแดงแปร๊ด รีบก้าวฉับๆ ออกไปยืนใต้ร่มคันเดียวกับเขาทันที บรรยากาศภายนอกอาคารหนาวเย็นลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะลมพายุ แต่ทันทีที่โยก้าวเข้ามาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกับธาดา เธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ข้างๆ ได้อย่างชัดเจน ร่มแม้จะคันใหญ่ แต่เมื่อผู้ชายตัวโตอย่างธาดาถือ มันก็ทำให้พื้นที่จำกัดลงจนไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันเบาๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน "เดินชิดๆ เข้ามาหน่อยสิ อยากเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำหรือไง" ธาดาดุเบาๆ เมื่อเห็นว่าโยพยายามเดินทิ้งระยะห่างจนไหล่ข้างซ้ายของเธอโผล่ออกไปนอกร่ม เขาไม่พูดเปล่า แต่ใช้อีกมือที่ว่างเอื้อมไปโอบหลังเอวบางของเธอ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างเล็กกระเถิบเข้ามาแนบชิดกับสีข้างของเขามากขึ้น โยสะดุ้ง สติแทบหลุดเมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามือร้อนๆ ที่แตะอยู่บนเอวของเธอ แม้จะมีเนื้อผ้ากั้นอยู่ แต่มันก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเธอพุ่งปรี๊ด "พะ... พี่ธาดา ฉันเดินเองได้ ไม่ต้องจับก็ได้" "ก็เธอเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ เดี๋ยวก็สะดุดแอ่งน้ำล้มหน้าคะมำหรอก" ธาดาอ้างหน้าตาย แต่ยอมละมือออกจากเอวเธอ เปลี่ยนมาจับที่สายกระเป๋าเป้ของเธอแทน เพื่อรั้งไม่ให้เธอเดินห่างออกไป ตลอดทางเดินที่มีเพียงแสงสลัวจากเสาไฟริมทางและเสียงฝนที่ตกกระทบร่มดังเปาะแปะ บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความเงียบ... แต่เป็นความเงียบที่ไม่ใช่อึดอัดเหมือนเมื่อก่อน มันกลับเจือไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้หัวใจพองโต โยลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธาดาในความมืด กรามแกร่งบดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาคมจดจ้องมองทางข้างหน้าอย่างตั้งใจ จู่ๆ โยก็นึกถึงสิ่งที่พงศ์พูดขึ้นมา 'อาการแบบนี้ ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า โรคคลั่งรักแต่แสดงออกไม่เป็น...' เขา... ชอบฉันจริงๆ เหรอ? โยตั้งคำถามในใจ "มองหน้าพี่มีอะไรติดหรือไง" จู่ๆ ธาดาก็เอ่ยถามขึ้นมาโดยไม่ได้หันมามอง ทำเอาโยที่กำลังแอบมองอยู่สะดุ้งเฮือก รีบหันหน้าหนีไปมองสายฝนแทน "ปะ... เปล่าสักหน่อย! ใครมองพี่ หลงตัวเอง!" โยเถียงตะกุกตะกัก ธาดาหลุดยิ้มมุมปาก เขาจงใจเอียงร่มไปทางฝั่งของโยมากขึ้นเพื่อบังละอองฝนที่สาดเข้ามา ทำให้ไหล่ขวาของเขาที่อยู่อีกฝั่งเริ่มเปียกชื้นเพราะโผล่พ้นร่มออกไป "พี่ธาดา..." โยเรียกชื่อเขาเสียงเบา เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นว่าเสื้อยืดสีดำตรงหัวไหล่ของเขาเปียกชุ่มจนแนบลู่ไปกับผิว "ไหล่พี่เปียกหมดแล้วนะ เอียงร่มกลับไปทางพี่เถอะ ฉันเปียกนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก" ธาดาปรายตามองไหล่ตัวเองสลับกับใบหน้าของคนตัวเล็ก "พี่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำนะโย แค่ฝนตกใส่แค่นี้ไม่ทำให้พี่ละลายหรอกน่า... ขืนปล่อยให้เธอเปียก เดี๋ยวก็เป็นหวัดงอแงลางานผู้ช่วยพี่อีก พี่ขี้เกียจหาคนมาทำแทน" ปากก็อ้างเรื่องงาน แต่การกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เขาโอบสายกระเป๋าเป้ของเธอแน่นขึ้น ดึงให้เธอเดินหลบแอ่งน้ำขังบนพื้นฟุตบาทอย่างระมัดระวัง โยเม้มริมฝีปาก ความรู้สึกอุ่นวาบก่อตัวขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้พี่ว้ากหน้าตึงจอมเผด็จการที่ชอบสั่งลงโทษเธอสารพัด... ทำไมตอนนี้ถึงได้ดู... อบอุ่น และใจดีจังเลยนะ? "พี่ธาดา..." โยตัดสินใจทำลายความเงียบอีกครั้ง "ฉันถามจริงๆ นะ... ทำไมพี่ถึงชอบหาเรื่องแกล้งฉันนักหนา ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกันตอนรับน้องแท้ๆ พี่เกลียดอะไรฉันนักเหรอ" คำถามตรงไปตรงมาของโยทำให้ธาดาชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย เขาหยุดเดิน ทำให้โยต้องหยุดตาม ทั้งคู่ยืนอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำไม่ขาดสาย ธาดาก้มหน้าลงมองสบตากับดวงตากลมโตที่กำลังช้อนมองเขาด้วยความสงสัย แววตาดุดันที่มักจะใช้ข่มขู่รุ่นน้องเสมอ บัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความลึกซึ้งที่อ่านยาก "พี่ไม่เคยเกลียดเธอเลยนะ โย" ธาดาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงและจริงจัง "ตรงกันข้ามต่างหาก..." "ตรงกันข้าม?" โยทวนคำ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอีกระดับ ธาดาถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนความลับที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากรุ่นพี่จอมโหดกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาทีละนิด "ตั้งแต่วันแรกที่รับน้อง... ในขณะที่ปีหนึ่งคนอื่นนั่งก้มหน้า ตัวสั่น กลัวพวกพี่จนหัวหด มีแค่เธอคนเดียวที่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาพี่ กล้าเถียง กล้าตั้งคำถามกับกฎระเบียบงี่เง่า... แววตาดื้อรั้นของเธอมันทำให้พี่ละสายตาไม่ได้เลยรู้ไหม" โยยืนอึ้ง เบิกตากว้างกับคำสารภาพที่ไม่ได้เตรียมใจมาฟัง "แต่เพราะพี่เป็นรุ่นพี่ เป็นคนคุมกฎ พี่เลยแสดงออกไปตรงๆ ไม่ได้" ธาดาพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มเจือความหงุดหงิดตัวเอง "พี่ก็เลย... ทำตัวงี่เง่า หาเรื่องแกล้งเธอ สั่งทำโทษเธอ เพราะมันเป็นข้ออ้างเดียวที่จะทำให้พี่ได้เข้าใกล้เธอ ได้เถียงกับเธอ ได้เห็นหน้าเธองอแง... ฟังดูเป็นโรคจิตดีใช่ไหมล่ะ" พูดจบเขาก็แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ โยพูดไม่ออก สมองประมวลผลคำพูดของเขาแทบไม่ทัน สรุปว่าที่เขาแกล้งเธอมาตลอด... ไม่ใช่เพราะหมั่นไส้ แต่เพราะอยากเข้าใกล้เธอเนี่ยนะ!? วิธีจีบสาวของเด็กวิศวะนี่มันซับซ้อนและรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ! "แล้ว... แล้วเรื่องเมื่อคืนล่ะ..." โยรวบรวมความกล้าถามถึงเหตุการณ์ในห้องล็อกเกอร์ เสียงของเธอแผ่วเบาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน "ที่พี่... เอ่อ... จูบฉัน..." พอพูดถึงตรงนี้ แก้มของโยก็แดงเถือกขึ้นมาจนเห็นได้ชัดในความมืด ธาดามองปฏิกิริยาน่ารักนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มละมุนออกมา เขายกมือข้างที่ว่างขึ้นมา เกลี่ยปอยผมที่ชื้นละอองฝนออกจากแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ "เรื่องเมื่อคืน... พี่ไม่ได้แกล้ง และไม่ได้ฉวยโอกาส" ธาดาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนโยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "พี่ทำไป... เพราะความรู้สึกของพี่มันเรียกร้อง... พี่หวงเธอ หวงที่เห็นเธอยิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่พี่ หวงที่เธอไปทำตัวน่ารักกับไอ้หน้าจืดนั่น..." คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่อ้อมค้อมตามสไตล์ผู้ชายห่ามๆ ทำเอาหัวใจของโยเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาเต้นระบำนอกอก กำแพงความเกลียดชังที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองจากเขา บัดนี้พังทลายลงไม่มีชิ้นดี "พี่ธาดา... บ้า..." โยพึมพำ ก้มหน้าหนีสายตาแพรวพราวของเขา ซ่อนรอยยิ้มที่กำลังผุดขึ้นมาบนริมฝีปาก "วิธีจีบสาวของพี่นี่มันห่วยแตกที่สุดเลยรู้ตัวไหม ทำคนอื่นเขาแค้นจนแทบจะเอาน้ำปลาให้กินอยู่แล้วเนี่ย" ธาดาหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสและมีเสน่ห์ที่สุดเท่าที่โยเคยได้ยินมา "ยอมรับครับว่าห่วยแตก... แต่หลังจากนี้ พี่จะเปลี่ยนวิธีใหม่แล้วนะ" "เปลี่ยนยังไง?" โยเงยหน้าขึ้นถามอย่างระแวง "ก็... เปลี่ยนจากโหมด 'พี่ว้ากขี้แกล้ง'..." ธาดายิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาคมกริบวิบวับ "...มาเป็นโหมด 'ผู้ชายสายเปย์ที่กำลังตามจีบว่าที่แฟน' ไงครับ... เตรียบรับมือไว้ให้ดีล่ะ ยัยตัวแสบ" ประโยคประกาศศึกรักที่มาพร้อมกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป ทำเอาโยถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ เธอได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆ หน้าเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด "อะ... ไอ้พี่บ้า! รีบเดินไปเลย หนาวจะตายอยู่แล้ว!" โยแก้เขินด้วยการผลักแผงอกเขาเบาๆ แล้วก้าวฉับๆ นำหน้าไปก่อน ธาดามองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่รีบเดินหนีด้วยความเอ็นดู เขาก้าวยาวๆ ตามไปประกบ กางร่มบังฝนให้เธอเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้... ระยะห่างระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะลดลงจนแทบจะไม่เหลือช่องว่างอีกแล้ว สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าหอพักหญิงที่โยอาศัยอยู่ ฝนยังคงตกหนักไม่ขาดสาย โยวิ่งเข้าไปยืนหลบอยู่ใต้กันสาดหน้าทางเข้าหอพัก ก่อนจะหันกลับมามองธาดาที่ยังคงยืนถือร่มอยู่ด้านนอก ร่มสีดำสนิททำให้เขาดูกลมกลืนไปกับความมืด แต่ความอบอุ่นที่เขาทิ้งไว้รอบตัวเธอยังคงอยู่ "ขอบคุณนะพี่ธาดา... ที่เดินมาส่ง" โยเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา "อืม ไม่เป็นไร" ธาดาพยักหน้ารับ เขาลดร่มลงเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเธอให้ชัดขึ้น สายตาของโยเหลือบไปเห็นไหล่ขวาและแขนเสื้อของธาดาที่เปียกชุ่มไปจนถึงครึ่งซีกตัว เพราะเขาเอาแต่เอียงร่มมาทางเธอตลอดทาง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก "พี่ธาดา... ตัวพี่เปียกหมดเลย รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอาผ้าขนหนูลงมาให้เช็ด..." "ไม่ต้องหรอก พี่กลับไปอาบน้ำที่หอทีเดียวเลยดีกว่า หอพี่อยู่ถัดไปอีกแค่สองซอยเอง" ธาดารีบห้าม "เธอรีบขึ้นห้องไปอาบน้ำสระผมเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา" โยลังเล แต่ก็ยอมพยักหน้า "งั้น... พี่ก็กลับดีๆ นะ ระวังลื่นด้วย" "เป็นห่วงพี่เหรอ?" ธาดาเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD