ตอน พี่ชายผัวโรคจิต
แสงแดดในยามบ่ายคล้อยของวันถัดมายังคงแผดเผาอย่างร้อนระอุ อากาศที่อบอ้าวและไร้ซึ่งสายลมพัดผ่านทำให้เสื้อยืดตัวบางสีขาวที่ฉันสวมใส่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ มันแนบลู่ไปกับทรวดทรงอวบอัดและหน้าอกที่คัดเต่งจนยานย้อยอย่างน่าอาย
ฉันใช้เวลาช่วงที่ลูกแฝดทั้งสองกำลังหลับสนิทอยู่ในเปลญวนกลางห้องรับแขก แอบหลบลงมาซักผ้าอ้อมและเสื้อผ้าของตัวเองที่ลานซักล้างหลังบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพี่ชัยที่ยังคงนอนดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา
กะละมังพลาสติกใบใหญ่เต็มไปด้วยฟองสบู่สีขาวฟูฟ่อง ฉันทิ้งตัวลงนั่งยองๆ บนเก้าอี้ซักผ้าตัวเตี้ย กางเกงขาสั้นสีเข้มเนื้อนิ่มที่ใส่อยู่ร่นขึ้นไปจนถึงโคนขาอ่อนขาวเนียน มือทั้งสองข้างออกแรงขยี้ซักกางเกงในลูกไม้สีดำตัวโปรดของฉันอย่างเบามือ กางเกงในตัวนี้เป็นตัวที่กฤตเคยเอ่ยปากชมว่าฉันใส่แล้วดูเซ็กซี่และเย้ายวนใจเขาที่สุด เนื้อผ้าลูกไม้บางเบาซึมซับกลิ่นอายความเป็นหญิงของฉันเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ฉันบรรจงซักทำความสะอาด บิดหมาดๆ อย่างระมัดระวัง แล้วนำไปแขวนตากที่ราวเหล็กหลังบ้าน รวมกับชุดชั้นในและเสื้อผ้าตัวอื่นๆ
ลมพัดเอื่อยๆ พากลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณหลังบ้าน ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่กำลังเขย่งปลายเท้าเพื่อเอื้อมมือตากกางเกงในตัวจิ๋วอยู่นั้น สะโพกที่ผายกว้างและบั้นท้ายกลมกลึงของฉันได้แอ่นโค้งท้าทายสายตาของใครบางคนที่แอบซุ่มมองอยู่หลังบานเกล็ดหน้าต่างห้องพักชั้นล่าง
ฉันรู้สึกเหมือนมีสายตาร้อนแรงคู่หนึ่งกำลังโลมเลียไปทั่วเรือนร่างตั้งแต่ช่วงขาอ่อนไล่ขึ้นมาถึงบั้นท้าย จนความรู้สึกตื่นตระหนกผสมความหวาดระแวงแล่นแปล๊บขึ้นมาตามแนวสันหลัง แต่เมื่อฉันสะดุ้งและรีบหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานนั้นก็พบเพียงความว่างเปล่าและม่านที่ปิดสนิท ฉันพยายามถอนหายใจและบอกตัวเองว่าคงจะคิดระแวงไปเอง
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีแสดอมแดงฉาบทาบไปทั่วท้องฟ้า กฤตโทรศัพท์มาบอกว่าวันนี้มีเสาไฟฟ้าล้มที่ท้ายหมู่บ้าน เขาต้องทำโอทีร่วมกับทีมงานการไฟฟ้าและคงจะกลับดึกมาก ฉันถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าและแอบหวั่นใจลึกๆ ที่จะต้องอยู่ร่วมบ้านกับพี่ชัยในยามวิกาลเพียงลำพัง ฉันเดินถือตะกร้าพลาสติกใบใหญ่ออกไปที่หลังบ้านเพื่อเก็บผ้าที่ตากไว้ แสงสลัวยามเย็นทำให้ลานซักล้างดูเงียบเหงาและมีบรรยากาศที่น่ากลัวแปลกๆ
ฉันกวาดสายตามองไปตามราวตากผ้า รวบเก็บเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และผ้าอ้อมของลูกลงตะกร้าอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสายตาของฉันเลื่อนไปสะดุดเข้ากับราวตากชุดชั้นในที่อยู่มุมสุดของไม้แขวน ความรู้สึกผิดปกติบางอย่างทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบและเต้นรัวแรง
กางเกงในลูกไม้สีดำตัวโปรดของฉันหายไปไหนไม่รู้
ฉันรีบวางตะกร้าผ้าลงกับพื้นซีเมนต์แล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างร้อนรน กางเกงในตัวอื่นยังคงแขวนอยู่ครบถ้วนบนไม้หนีบผ้า มีเพียงตัวสีดำที่เพิ่งซักและมีกลิ่นกายของฉันติดอยู่เท่านั้นที่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉันก้มมองดูที่พื้นหญ้าและพื้นปูนใต้ราวตากผ้า เผื่อว่าลมจะพัดมันปลิวตกลงไปซุกอยู่ตามซอกมุม แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ลมในวันนี้ไม่ได้แรงพอที่จะพัดกางเกงในที่หนีบไม้หนีบผ้าไว้แน่นหนาให้หลุดร่วงลงไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น รั้วกำแพงบ้านของเราก็สูงทึบ ไม่มีทางที่สุนัขจรจัดหรือแมวขโมยจะเข้ามากระโดดงับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่สูงระดับสายตาไปได้อย่างแน่นอน
สมองของฉันประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวและขยะแขยงเข้ามาเกาะกุมขั้วหัวใจ ในบ้านหลังนี้มีเพียงฉัน ลูกแฝดที่ยังเดินไม่ได้ และพี่ชัยเท่านั้นที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เดินไปมาได้ ใครบางคนที่มีกุญแจเข้าออกบ้านและแอบมองฉันอยู่ตลอดเวลาจะต้องเป็นคนหยิบมันไปอย่างแน่นอน
ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธปนความอับอาย ฉันรีบยกตะกร้าผ้าขึ้นแนบอกแล้วเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในบ้าน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูหลังบ้านเข้ามาในทางเดินแคบๆ ฉันก็ต้องชะงักฝีเท้าอย่างกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ของพี่ชัยยืนดักรออยู่ที่หน้าประตูห้องพักของเขา เขาสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยสักลายมังกรที่ดูน่าสะพรึงกลัว กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นคาวกามประหลาดๆ โชยออกมาจากตัวเขาจนฉันต้องกลั้นหายใจ
"เก็บผ้าเสร็จแล้วเหรอน้องสะใภ้ ให้พี่ช่วยถือตะกร้าไหม ดูท่าทางจะหนักนะ"
พี่ชัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวนและแหบพร่า แววตาของเขาจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับจะล้วงความคิดและลอกคราบความอายของฉันออกมาให้หมด
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือเองได้" ฉันตอบเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวเดินหลบแผงอกกว้างของเขาเพื่อขึ้นบันไดไปหาลูกที่ชั้นสอง
แต่พี่ชัยกลับขยับตัวก้าวมาขวางทางไว้ มือหนาหยาบกร้านของเขายื่นมาจับขอบตะกร้าผ้าของฉันเอาไว้แน่น แรงเสียดสีจากการแย่งชิงตะกร้าทำให้หลังมือของเขาปัดไปโดนเนินอกที่นูนเด่นของฉันอย่างจงใจ ฉันสะดุ้งสุดตัวและถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"หอมดีนะ" พี่ชัยพูดขึ้นมาลอยๆ สายตาของเขาไม่ได้มองหน้าฉัน แต่มองต่ำลงไปที่หน้าอกและตะกร้าผ้า
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธจัด "พี่หมายความว่ายังไงคะ"
รอยยิ้มหยาบโลนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคร้ามคมของอดีตนักโทษ เขายกมือข้างที่เพิ่งปัดโดนหน้าอกของฉันขึ้นมาจรดจมูกโด่งเป็นสันแล้วสูดดมอย่างช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายและไม่มีความละอายเลยแม้แต่น้อย
"พี่หมายถึงกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มน่ะน้องสะใภ้ มันหอมฟุ้งไปถึงในห้องพี่เลย หอมจนพี่อดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างให้หายอยาก หอมเหมือนกลิ่นเนื้อสาวๆ หอมเหมือนกลิ่นของสงวนที่ถูกซ่อนเอาไว้ไม่มีผิด"
คำพูดกึ่งกำกวมแต่สื่อความหมายชัดเจนของเขาเหมือนมีดแหลมที่กรีดลงบนความรู้สึกของฉัน ฉันรู้ได้ทันทีว่ากางเกงในลูกไม้สีดำตัวนั้นไปอยู่ที่ไหน และเขานำกลิ่นกายของฉันไปทำอะไรในห้องส่วนตัวที่ปิดมิดชิดของเขา ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปอันน่ารังเกียจก็ทำให้เนื้อตัวของดิฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันตา
ร่างกายของฉันกำลังมีปฏิกิริยากับผู้ชายอันตรายคนนี้ ฉันโกรธที่เขาขโมยของสงวนของฉันไปย่ำยี แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวฉันกลับสั่นสะท้านเมื่อจินตนาการถึงภาพที่ชายร่างยักษ์คนนี้กำลังสูดดมกลิ่นกายของฉันและใช้กางเกงในตัวนั้นระบายความใคร่จนน้ำเชื้อเปรอะเปื้อน
ฉันกระชากตะกร้าผ้ากลับมาอย่างแรงสุดกำลังแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปชั้นสองโดยไม่หันกลับไปมอง เสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอของพี่ชัยยังคงดังไล่หลังมา มันเป็นเสียงหัวเราะของผู้ชนะที่รู้จุดอ่อนของเหยื่อและรู้ว่าเหยื่อกำลังสับสน ฉันวิ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตูไม้พร้อมกับเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วง
หน้าอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ยอดถันสีชมพูเข้มแข็งขึงดันเนื้อผ้าออกมาท้าทายสายตาของตัวเองอย่างไม่อาจควบคุม ฉันยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่กำลังเต้นรัว พยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ให้เกลียดชังและขยะแขยงผู้ชายคนนั้นให้เข้ากระดูกดำ