ตอน ยอมโดนเพื่อลูก 1
วันต่อมา
แสงแดดเช้าตรู่ลอดผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้เก่าๆ กระทบลงบนสำรับข้าวที่มีเพียงน้ำพริกผักต้มและไข่เจียวจานใหญ่ที่แบ่งกันกินทั้งครอบครัว ดิฉันนั่งมองหน้าสามีที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในขณะที่ในอกของฉันมันสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและขยะแขยงที่สุมรุมอยู่ภายในหัวจิตหัวใจ
บริเวณหน้าทีวีจอแบนรุ่นเก่า ลูกแฝดชายวัยกำลังซนส่งเสียงอ้อแอ้แข่งกับเสียงข่าวเช้า พวกเขายังพูดไม่ได้แต่สื่อสารกันด้วยภาษาเด็กที่ฟังดูสดใส ซึ่งขัดกับบรรยากาศขุ่นมัวในใจของฉันอย่างสิ้นเชิง ฉันรวบรวมความกล้าอีกครั้ง วางช้อนลงแล้วช้อนสายตามองคนตรงหน้า
“พี่ เรื่องพี่ชายพี่น่ะ เมื่อไหร่เขาจะออกไปสักที” เสียงของฉันสั่นเครือ
“เมื่อคืนเขาก็เมากลับมาดึกดื่น แล้วตอนที่พี่ไม่อยู่ เขาชอบมาทำกิริยาไม่ดีใส่ฉัน ฉันกลัวจริงๆ นะพี่”
สามีชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเงยหน้าขึ้นมอง เขามีสีหน้าอ่อนเพลียและระคนไปด้วยความรำคาญเล็กน้อยตามประสาคนทำงานหนักพักผ่อนน้อย
“โธ่ ทนเอาหน่อยเถอะน่า อีกไม่กี่วันพี่เขาก็จะไปทำงานที่โรงสีข้าวแล้ว เห็นบอกว่าคราวนี้เถ้าแก่ให้ค่าแรงดี ทำงานไม่กี่เดือนเราคงมีเงินพอไปปลูกบ้านใหม่เสียที จะได้ไม่ต้องมาแออัดกันอยู่ในบ้านหลังนี้”
“แต่พี่ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆ นะ” ฉันพยายามอ้อนวอน น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
“เขาก็พี่ชายพี่นะ เขาคงไม่ทำอะไรประหลาดๆ หรอก คิดมากไปหรือเปล่า แค่คงแซวเล่นๆเองมั้ง”
เขากล่าวตัดบทพลางลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ
“พี่ต้องรีบไปคุมงานก่อสร้างแล้ว อย่าหาเรื่องทะเลาะกันในบ้านเลยนะ แค่นี้พี่ก็เครียดจะแย่แล้ว”
เขาก้มลงหอมแก้มฉันฟอดหนึ่งเพื่อปลอบใจก่อนจะเดินไปลูบหัวลูกๆ แล้วคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งอึ้งอยู่กลางบ้านด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง ฉันมองไปทางห้องนอนของพี่ชายสามีที่ยังปิดสนิท ความเงียบเชียบนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงพูดจาแทะโลม
บ่ายวันนั้น หลังจากที่ฉันส่งลูกๆ เข้านอนกลางวันเสร็จ ฉันกำลังง่วนอยู่กับการซักผ้าที่หลังบ้าน แผ่นหลังของฉันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบก็ปะทะเข้าที่แผ่นหลัง พร้อมกับวงแขนล่ำสันที่สอดเข้ามารัดเอวฉันไว้อย่างแรงจนฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ว๊าย! พี่ชัย ทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ!”
“หอมเหลือเกิน อยู่กับผัวมึงมันเลี้ยงเสียของจริงๆ”
เสียงแหบพร่าข้างใบหูทำให้ฉันขนลุกซู่ ฉันพยายามดิ้นรนแต่แรงของผู้ชายนั้นมหาศาลนัก เขาใช้กำลังกอดรัดฉันจากข้างหลังจนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับอกกว้างที่ร้อนผ่าว
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วย”
“ร้องไปเถอะ! ถ้ามึงร้องอีกคำเดียว หรือคิดจะดิ้นรนต่อล่ะก็ กูจะเข้าไปซ้อมลูกแฝดมึงให้แข้งขาหักคามือเลย ดูซิว่าแม่ปากดีอย่างมึงจะช่วยลูกยังไง!”
คำขู่นั้นราวกับสายฟ้าฟาด ฉันหยุดกะทันหัน ร่างกายแข็งทื่อ ขาสั่นพั่บๆ น้ำตาไหลโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ฉันนึกโกรธสามีเหลือเกิน โกรธที่ฉันเคยเตือนเขาแล้วแต่เขากลับเพิกเฉย โกรธที่เขาไม่เคยคิดจะปกป้องเมียและลูกจากปีศาจในคราบพี่ชายคนนี้เลย
“ฮือ!อย่าทำลูกฉันนะ พี่อยากได้อะไรเอาไปเลย แต่อย่าทำลูก” ฉันสะอึกสะอื้นจนตัวโยน
เขาไม่รอช้า กดหน้าฉันลงกับขอบกะละมังซักผ้า มือหนากระชากกางเกงของฉันหลุดลงมาถึงหัวเข่าอย่างรวดเร็ว ลมเย็นพัดผ่านผิวเนื้อส่วนล่างทำให้ฉันรู้สึกอ้างว้างและอัปยศถึงที่สุด เขาโน้มตัวลงมุดศีรษะที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและบุหรี่ซุกกลางตูดงอนงาม จนใบหน้าดำเกรียมจมหายไปกลางแก้มก้นขาวใหญ่ทั้งสองข้างของดิฉัน
ลิ้นสากยาวลากปาดร่องสาวจากด้านหน้าลากยาวไปจนถึงรูหลังอย่างตะกละตะกราม
แผล๊บ! แผล๊บ!
“อร๊า! ฮือ! ๆ”
เสียงร้องของฉันปนเปกันระหว่างความโศกเศร้าและความรู้สึกประหลาดที่เริ่มจู่โจม ความเสียวซ่านที่ฉันไม่ได้เชื้อเชิญมันแล่นแปล๊บไปตามไขสันหลัง ร่างกายเจ้ากรรมดันตอบสนองต่อสัมผัสของชายชาติชั่วตรงหน้าอย่างน่าเกลียด ร่องสาวที่ควรจะปิดสนิทกลับหลั่งน้ำเสียวออกมาจนเปียกแฉะ เลอะไปตามปากและคางของพี่ชายผัวที่กำลังขืนใจฉันอย่างบ้ากาม
เขาเลียเน้นหนักสลับเบา ราวกับจะรีดเค้นเอาความอดสูของฉันออกมาให้หมดสิ้น ฉันพยายามขืนตัวแต่ขาไม่รักดีกลับสั่นระริก จนกระทั่งความรู้สึกพุ่งพล่านถึงขีดสุด ร่างกายของฉันชักกระตุกรุนแรง ฉันเสร็จสมทั้งน้ำตาในท่าที่น่าอดสูที่สุด
ซ่าาาา!
เสียงฉี่ราดลงบนพื้นปูนขัดมันดังชัดเจนในความเงียบ ฉันทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ขากระตุกเกร็งด้วยความกระสันที่ปนไปด้วยความเกลียดชังตัวเอง ตั้งแต่คบกับสามีมาฉันไม่เคยเสียวจนฉี่ราดเลยซักครั้งเดียว
หึ! ๆ
พี่ชายสามีมองดูผลงานด้วยสายตาหื่นกระหายพลางปาดคราบน้ำที่เลอะหน้าออก
“ชอบล่ะสิ หึ! อย่าบอกผัวมึงนะ ไม่งั้นกูจะสั่งรื้อบ้านแล้วขายที่ดินแปลงนี้ทิ้งซะ ลูกมึงจะไม่มีที่ซุกหัวนอน"
"แล้วถ้าครั้งหน้าขัดขืนอีกล่ะก็ นึกดูเอาเองว่าลูกๆ มึงจะโดนใครซ้อม!”
เขากระซิบทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทางหลังบ้านเมื่อยินเสียงลูกชายคนหนึ่งเริ่มร้องไห้จ้าเรียกหาแม่ข้างในบ้าน เขาคงกลัวว่าเสียงร้องของเด็กจะทำให้ชาวบ้านแถวนั้นสงสัยหรือมาเห็นเข้า
ฉันค่อยๆ พยุงตัวขึ้นทั้งที่ขาสองข้างยังสั่นระริกและไร้เรี่ยวแรง นั่งปาดน้ำตาสะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นเปียกแฉะ มองดูคราบน้ำเสียวและน้ำลายที่เลอะเนินโหนกจนถึงร่องสาวสีแดงสด
น้ำตาแห่งความอัปยศหยดลงบนเต้านมตัวเอง มันตอกย้ำว่าจากนี้ไปชีวิตของฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ในหัวมีแต่คำถามเดิมๆ วนไปเวียนมาว่า
ทำไมผัวถึงไม่คิดจะปกป้องฉันทั้งๆที่ฉันก็ฟ้องเขาไปแล้ว?