บทที่12 เขากับพริตตี้ในคืนที่เธอกลับมา
ผ่านไปไม่ถึงสี่ชั่วโมง เซนก็แทบทุรนทุราย ความเงียบในเพนต์เฮาส์นั้นน่ารำคาญมาก เพราะมันไม่มีเสียงบ่นหรือเสียงกระแทกประตูของลูนา ชายหนุ่มคิดในใจว่า ทำสปาอะไรไปตั้งสามวัน จนต้องแอบส่งคนไปตามดูอย่างลับ ๆ
เมื่อลูกน้องรายงานกลับมา เซนที่กำลังนั่งจิบเบียร์ถึงกับยิ้มกว้าง ความหึงหวงถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด
รายงาน:[ สปาที่คุณลูนามาคือ สปาร่างกายภายในและภายนอก ต้องเข้าคอร์สทั้ง รีแพร์ สปากลีบกุหลาบ นวดตัว แม้กระทั่งอบผิวพรรณครับ]
'หึ ดูแลร่างกายดีขนาดนี้... ก็เท่ากับเตรียมตัวมาเพื่อฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ' ชายหนุ่มยิ้มเริงร่า ความกังวลที่เธอจะหนีไปหายสิ้น
ช่วงที่เซนพักอยู่ในเพนต์เฮาส์ เมรีถูกแม่ของเขาส่งตัวมาอย่างเป็นทางการ ให้มาดูแลเสื้อผ้าและข้าวของในห้องแต่งตัว อ้างว่าเพื่อความเป็นระเบียบ แต่แท้จริงแล้วคือการสอดแนมแทนการถูกไล่ออก เมรีจำเป็นต้องขึ้นมาที่เพนต์เฮาส์ติดต่อกันสามวันเต็มและนั่นคือสถานการณ์ที่เซนไม่ต้องการเผชิญที่สุด
"พี่เซนค่ะ ให้เมรีค้างที่นี่ได้ไหม"
ลูกแม่บ้านเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม กวาดสายตามองชายหนุ่มอย่างยั่วยวน พร้อมดึงแขนเสื้อตัวเองลงนิด ๆ ให้เผยเนินอก
"กลับไปบ้านใหญ่ดีแล้ว... ฉันอยากอยู่แบบสงบ" เซนปฏิเสธเสียงเย็น เขาไม่ได้ต้องการความใกล้ชิดจากใครอีก
เซนยกกระป๋องเบียร์กระดกซด ไถฟีดดูความเคลื่อนไหวของลูนาที่ตอนนี้ใบหน้าเธอดูอิ่มเอิบมีความสุข
"ใบหน้านี้... ฉันไม่เคยเห็น... จากฉันไปไม่นานดูหน้าบานระริกเลย หงุดหงิดวะ"
เซนสบถความหึงหวงที่เห็นเธอมีความสุขโดยไม่มีเขาปะทุขึ้น
'กูนิบ้าไปแล้ว...อิจฉาแม้กระทั่งแก้วน้ำที่เธอถืออยู่'
"อยากลากยัยนั่นกลับบ้านเดี๋ยวนี้...ใบหน้าแบบนั้นต้องเป็นของกูคนเดียว"
เมรีรู้ว่าเมื่อเซนหงุดหงิดเขาจะดื่มเยอะกว่าปกติ ยิ่งเบียร์หมด เมรีก็ยิ่งเสิร์ฟจนเซนมึนหัว หวังว่าความมึนเมาจะทำให้สถานการณ์นี้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง
เวลาล่วงเลยจนดึกมาก ไฟในห้องถูกหรี่ลง ลูกสาวแม่บ้านก็ยังคงอยู่ไม่ไปไหน เซนยังยกกระป๋องเข้าปากไม่ห่าง ร่างกายของเขาทรุดตัวลงบนโซฟาด้วยความเมา
"พี่เซนเมามากแล้วนะคะ ให้เมรีพาเข้าห้องนะ"
เมรีพูดเสียงหวาน ค่อย ๆ สัมผัสแขนของเซนอย่างระมัดระวัง
เซนจ้องมองหญิงสาว ดวงตาของเขาพร่ามัว อารมณ์เต็มไปด้วยความโกรธ เขายกมือขึ้นผลักร่างกายเมรีออกอย่างแรง ร่างของเมรีกระเด็นตามแรงผลัก
"มึงไม่ใช่... ออกไปซ่ะกูจะเอาลูนาคนเดียว"
เสียงโวยวายดังมาก เป็นการประกาศความต้องการอย่างโจ่งแจ้ง เมรีไม่ยอมแพ้เพราะความริษยาทำให้หน้ามืดตามัว
“พี่เซนให้เมรีทำให้พี่มีความสุขนะคะ เมรีทำได้ดีกว่านัง…คนนั้นแน่นอน”
คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความโกรธของเซนปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที ใบหน้าเขาแดงก่ำ ดวงตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว
“มึงเรียกใครว่านัง…” เสียงคำรามต่ำกดดัน “หุบปาก แล้วออกไปจากบ้านกู…ออกไปเดี๋ยวนี้”
อารมณ์ของเซนพุ่งถึงขีดสุด ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งราวกับปีศาจร้าย เมรีหน้าซีด รีบคว้าของแล้วหนีออกจากเพนต์เฮาส์แทบไม่ทัน
เวลาที่เขาโกรธ เซนจะไม่มีสติหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ทางเดียวคือปล่อยให้เขาเมาจนหลับคาพื้น ปล่อยให้ความคลั่งนั้นมอดไหม้ไปเองโดยไม่มีใครเข้าไปยุ่ง เช้าวันถัดมา…เขาจะเป็นคนที่ต้องรับรู้และแบกรับสิ่งที่ตัวเองระเบิดออกมาเมื่อคืน
เซนในสภาพเมามายนอนแผ่หอบอยู่กลางพื้นพรม กลิ่นเบียร์ขมปนกับลมหายใจหนักหน่วง และความคลั่งรักที่อบอวลอยู่ทั่วห้อง ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขายอมรับคือลูนา… และความต้องการที่ฝังลึกนั้น กำลังค่อย ๆ กัดกินเขาจนแทบไม่เหลือสติ
ยามเย็นคล้อยต่ำลง บ้านทั้งหลังมีเพียงแสงอุ่นจากโคมไฟสลัว ๆ ตกกระทบใบหน้าหล่อที่กำลังหลับลึกเซนยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า แค่กองตัวเหมือนหมดแรงจากเมื่อคืน
ป้าแม่บ้านค่อย ๆ คลี่ผ้าห่มคลุมไหล่กว้างให้เจ้านายอย่างคุ้นชิน ท่าทางทั้งรักทั้งเอ็นดู ส่วนเมรีก็ทำงานของตนเหมือนเดิมแต่สายตาเจ้ากรรม เอาแต่เหลือบไปมองร่างชายบนโซฟาจนแทบไม่อยากกะพริบตา
ในขณะที่เมรีเก็บเสื้อใส่ตู้ หญิงสาวเหลือบเห็นประตูห้องของลูนา ความคิดชั่ววูบก็แล่นมาแบบไม่ทันยั้ง มือเล็กดันประตูเข้าไปเบา ๆ
ห้องมีกลิ่นน้ำหอมละมุนติดอยู่ทุกมุม ของใช้ทั้งหมดถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ…สวย หรู นี่คือสิ่งที่เซนประเคนให้ลูนาทั้งนั้น
ดวงตาคู่คมของเมรีริษยาขึ้นนิด ๆ เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเดรสแบรนด์แพงที่เซนซื้อให้ลูนามาทาบกับตัว
เสี้ยววินาทีที่เห็นตัวเองในกระจกก็เผลอยิ้มอย่างพึงพอใจ เหมือนกำลังใส่ชีวิตของลูนาทาบลงบนร่างตัวเอง
มือบางหยิบสร้อยราคาเป็นเกือบล้านมาใส่ ลูบเบา ๆ ราวกับเป็นของตนเอง
ก่อนเสียงห้าวของเซนตะโกนลั่นมาจากห้องรับแขก ทำเอาเมรีสะดุ้งจนหัวใจแทบกระเด็น
“ป้า…ขอน้ำหน่อย”
เมรีรีบพุ่งออกมาจากห้องทันที ใบหน้าลุกลี้ลุกลนกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าตนเข้าไปในห้องของลูนาอย่างถือวิสาสะ
“แม่เดี๋ยวหนูเอาไปให้เอง”
เมรีหยิบแก้วน้ำเดินเข้าไปหาชายที่ยังลืมตาแทบไม่ขึ้น ชุดสายเดี่ยวแนบเนื้อที่หญิงสาวตั้งใจเลือกมาเพื่อยั่วยวนในทุกจังหวะยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี
“พี่เซน…น้ำเย็นค่ะ”
แต่ครั้งนี้ เซนแทบไม่เงยหน้ามองด้วยซ้ำ ดวงตาที่ปรายขึ้นมาเพียงเสี้ยวเดียวเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวสะท้านวาบ
“ต่อจากนี้ ไม่ต้องเข้าบ้านฉันอีก”
น้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าคมกริบราวกับใบมีด
“ให้แม่เธอมาทำแทน…พอ”
เมรีหน้าถอดสีทันที ริมฝีปากสั่นระริก คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไป เมรีก้มศีรษะต่ำ ก่อนจะถอยออกจากเพนต์เฮาส์อย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
สี่ทุ่มกว่า
แสงไฟสีทองจากห้องนั่งเล่นกระทบแก้วเหล้าที่ถูกชนดังแกร่ง ๆ เสียงหัวเราะของเซน ภีม และตินดังแข่งกับเพลงมันส์ ๆ ในบ้านที่ตอนนี้กลายเป็นโซนปาร์ตี้ไปแล้ว
“ไหนวะสาวของมึง ไม่เห็นเลย” ตินแซวพลางกรอกเหล้าเข้าปาก
เซนเอนหลังพิงโซฟา ยักยิ้มมุมปากแบบคนคุมเกม
“ไม่อยู่โว้ย ถ้าอยู่พวกมึงคงไม่ได้มานั่งแดกอยู่ตรงนี้หรอก”
ทั้งสามหัวเราะลั่น ก่อนหญิงสาวสี่คนเดินเข้ามาเหมือนรู้คิวเปลือกตาปรือ ยิ้มหวานล้อมวงพวกผู้ชายทันที
สาวหน้าเด็กหนึ่งในนั้นชื่อเคส สาวคนนั้นทรุดตัวลงข้างเซน ป้อนกับแกล้มให้เขาแบบไม่ถามความสมัครใจ
“พี่เซน ไม่เจอนานเลยนะคะ เคสคิดถึงพี่มากเลย”
เซนหันไปมองนิดเดียว ยิ้มแบบคนเมาที่พร้อมตามน้ำทุกสถานการณ์
“อืม…พี่ก็คิดถึงเคสเหมือนกัน”
เพลงดังขึ้นหญิงบางคนลุกขึ้นโยกเอวอย่างคึกคัก กลิ่นเหล้า กลิ่นอาหารปะปนกันวุ่นวายจนแทบแยกไม่ออกเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนใกล้ตีหนึ่ง
ประตูบ้านถูกเปิดออก แต่เสียงเพลงที่ดังกลบทุกอย่างทำให้ไม่มีใครลุกหรือหันไปมอง
ยกเว้นสายตาคู่หนึ่ง
เซนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหยุดนิ่งไปทั้งร่าง
“ลูนา…”
แค่เห็นใบหน้าของเธอ ความเมาที่ครอบงำอยู่เหมือนถูกตบให้สลายหายไปในพริบตา สติกลับคืนมาอย่างเจ็บแสบ
และในวินาทีนั้นเอง เขาก็เพิ่งนึกได้ว่าบนตักตัวเอง…มีใครอีกคน
เคสที่นั่งคล่อมเขาอยู่ถูกแรงขยับตัวกะทันหันทำให้เสียหลัก ร่างบางร่วงลงกระแทกพื้นต่อหน้าทุกคนอย่างน่าอับอาย เสียงเพลงยังดังต่อเนื่อง แต่บรรยากาศกลับเงียบงันอย่างเจ็บปวด
ภายในห้องพลันเงียบลงทันควัน ไม่ใช่เพราะเพลงเบา แต่เพราะลูนาเดินเข้ามา
สาวคนโปรดยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยฉาบด้วยความเย็นเยียบจนคนทั้งห้องรู้สึกเหมือนอุณหภูมิลดลงสิบองศา
“สนุกกันดีนะ…คะ”
เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นสาวสองคนใส่เพียงชุดชั้นในเต้นข้างโต๊ะเหล้า เหมือนภาพตัดระหว่างโลกของเธอกับของเขา
“เซน…ดูท่าคุณจะใช้ร่างกายตัวเองเปลืองกว่าฉันอีกนะ”
คำพูดนั้นเบา ทว่าคมกริบราวกับมีดกรีดลงกลางอากาศ ทั้งห้องเงียบงันราวกับไร้ลมหายใจ
เซนกำแก้วในมือแน่นจนข้อขาว ก่อนจะลุกพรวด คว้าข้อมือเธออย่างแรงแล้วลากเข้าไปด้านในโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครทันตั้งตัว
ปัง!
ประตูถูกปิดกระแทกดังลั่น
ในห้องที่ไร้เสียงเพลง เซนโน้มหน้าเข้าหาเธอช้า ๆ ใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน อากาศตึงเครียด หนักหน่วง และพร้อมจะปะทุได้ทุกวินาที
มือใหญ่ลูบแก้มเธออย่างโหยหา
“กลับมาซะที…นึกว่าหนีผมไปแล้ว”
“ออกไป” ลูนาหันหน้าเลี่ยง
“สาวคนนั้นยังรอนั่งตักคุณอยู่นะ”
คำประชดของเธอยิ่งทำให้เขาเหมือนถูกปลุกให้บ้าหนักกว่าเดิม เซนคว้าคอเธออย่างแผ่วเบา กดริมฝีปากบดลงโดยไม่ให้ตั้งตัว
จูบหนักแน่น รุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ทัน
“ไม่ไปสนุกข้างนอกเหรอ…” เธอหอบเสียงกระเส่า
“สาวคนนั้น…คุณก็กินมาแล้วสินะ”
เขาพยักหน้าแบบไม่คิดจะโกหกด้วยซ้ำ ลูนาหลุบตาลง เธอดูไม่พอใจที่เห็นเซนกับหญิงคนอื่นใกล้ชิดกัน เพราะอะไรกันนะ
“ไปสิ ฉันจะนอนพัก”
เซนกอดเอวเธอแน่นกว่าเดิม เสียงทุ้มต่ำกระซิบจนหัวใจเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
“ผมคิดถึงเธอ…”
คำเดียวเท่านั้นแต่เหมือนเข้าไปกระแทกกลางอกเธอแรง ๆ จนดวงใจที่พยายามปิดไว้…กลับเต้นไม่เป็นท่า