บทที่12 เขากับพริตตี้ในคืนที่เธอกลับมา

1798 Words
บทที่12 เขากับพริตตี้ในคืนที่เธอกลับมา ​ ​ผ่านไปไม่ถึงสี่ชั่วโมง เซนก็แทบทุรนทุราย ความเงียบในเพนต์เฮาส์นั้นน่ารำคาญมาก เพราะมันไม่มีเสียงบ่นหรือเสียงกระแทกประตูของลูนา ชายหนุ่มคิดในใจว่า ทำสปาอะไรไปตั้งสามวัน จนต้องแอบส่งคนไปตามดูอย่างลับ ๆ ​เมื่อลูกน้องรายงานกลับมา เซนที่กำลังนั่งจิบเบียร์ถึงกับยิ้มกว้าง ความหึงหวงถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ​รายงาน:[ สปาที่คุณลูนามาคือ สปาร่างกายภายในและภายนอก ต้องเข้าคอร์สทั้ง รีแพร์ สปากลีบกุหลาบ นวดตัว แม้กระทั่งอบผิวพรรณครับ] ​ 'หึ ดูแลร่างกายดีขนาดนี้... ก็เท่ากับเตรียมตัวมาเพื่อฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ' ชายหนุ่มยิ้มเริงร่า ความกังวลที่เธอจะหนีไปหายสิ้น ​ ​ ช่วงที่เซนพักอยู่ในเพนต์เฮาส์ เมรีถูกแม่ของเขาส่งตัวมาอย่างเป็นทางการ ให้มาดูแลเสื้อผ้าและข้าวของในห้องแต่งตัว อ้างว่าเพื่อความเป็นระเบียบ แต่แท้จริงแล้วคือการสอดแนมแทนการถูกไล่ออก เมรีจำเป็นต้องขึ้นมาที่เพนต์เฮาส์ติดต่อกันสามวันเต็มและนั่นคือสถานการณ์ที่เซนไม่ต้องการเผชิญที่สุด ​"พี่เซนค่ะ ให้เมรีค้างที่นี่ได้ไหม" ลูกแม่บ้านเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม กวาดสายตามองชายหนุ่มอย่างยั่วยวน พร้อมดึงแขนเสื้อตัวเองลงนิด ๆ ให้เผยเนินอก ​"กลับไปบ้านใหญ่ดีแล้ว... ฉันอยากอยู่แบบสงบ" เซนปฏิเสธเสียงเย็น เขาไม่ได้ต้องการความใกล้ชิดจากใครอีก ​เซนยกกระป๋องเบียร์กระดกซด ไถฟีดดูความเคลื่อนไหวของลูนาที่ตอนนี้ใบหน้าเธอดูอิ่มเอิบมีความสุข ​"ใบหน้านี้... ฉันไม่เคยเห็น... จากฉันไปไม่นานดูหน้าบานระริกเลย หงุดหงิดวะ" เซนสบถความหึงหวงที่เห็นเธอมีความสุขโดยไม่มีเขาปะทุขึ้น 'กูนิบ้าไปแล้ว...อิจฉาแม้กระทั่งแก้วน้ำที่เธอถืออยู่' "อยากลากยัยนั่นกลับบ้านเดี๋ยวนี้...ใบหน้าแบบนั้นต้องเป็นของกูคนเดียว" ​เมรีรู้ว่าเมื่อเซนหงุดหงิดเขาจะดื่มเยอะกว่าปกติ ยิ่งเบียร์หมด เมรีก็ยิ่งเสิร์ฟจนเซนมึนหัว หวังว่าความมึนเมาจะทำให้สถานการณ์นี้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ​ ​เวลาล่วงเลยจนดึกมาก ไฟในห้องถูกหรี่ลง ลูกสาวแม่บ้านก็ยังคงอยู่ไม่ไปไหน เซนยังยกกระป๋องเข้าปากไม่ห่าง ร่างกายของเขาทรุดตัวลงบนโซฟาด้วยความเมา ​"พี่เซนเมามากแล้วนะคะ ให้เมรีพาเข้าห้องนะ" เมรีพูดเสียงหวาน ค่อย ๆ สัมผัสแขนของเซนอย่างระมัดระวัง ​เซนจ้องมองหญิงสาว ดวงตาของเขาพร่ามัว อารมณ์เต็มไปด้วยความโกรธ เขายกมือขึ้นผลักร่างกายเมรีออกอย่างแรง ร่างของเมรีกระเด็นตามแรงผลัก ​"มึงไม่ใช่... ออกไปซ่ะกูจะเอาลูนาคนเดียว" เสียงโวยวายดังมาก เป็นการประกาศความต้องการอย่างโจ่งแจ้ง ​เมรีไม่ยอมแพ้เพราะความริษยาทำให้หน้ามืดตามัว “พี่เซนให้เมรีทำให้พี่มีความสุขนะคะ เมรีทำได้ดีกว่านัง…คนนั้นแน่นอน” คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความโกรธของเซนปะทุขึ้นในเสี้ยววินาที ใบหน้าเขาแดงก่ำ ดวงตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “มึงเรียกใครว่านัง…” เสียงคำรามต่ำกดดัน “หุบปาก แล้วออกไปจากบ้านกู…ออกไปเดี๋ยวนี้” อารมณ์ของเซนพุ่งถึงขีดสุด ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งราวกับปีศาจร้าย เมรีหน้าซีด รีบคว้าของแล้วหนีออกจากเพนต์เฮาส์แทบไม่ทัน เวลาที่เขาโกรธ เซนจะไม่มีสติหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ทางเดียวคือปล่อยให้เขาเมาจนหลับคาพื้น ปล่อยให้ความคลั่งนั้นมอดไหม้ไปเองโดยไม่มีใครเข้าไปยุ่ง เช้าวันถัดมา…เขาจะเป็นคนที่ต้องรับรู้และแบกรับสิ่งที่ตัวเองระเบิดออกมาเมื่อคืน เซนในสภาพเมามายนอนแผ่หอบอยู่กลางพื้นพรม กลิ่นเบียร์ขมปนกับลมหายใจหนักหน่วง และความคลั่งรักที่อบอวลอยู่ทั่วห้อง ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขายอมรับคือลูนา… และความต้องการที่ฝังลึกนั้น กำลังค่อย ๆ กัดกินเขาจนแทบไม่เหลือสติ ยามเย็นคล้อยต่ำลง บ้านทั้งหลังมีเพียงแสงอุ่นจากโคมไฟสลัว ๆ ตกกระทบใบหน้าหล่อที่กำลังหลับลึกเซนยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า แค่กองตัวเหมือนหมดแรงจากเมื่อคืน ป้าแม่บ้านค่อย ๆ คลี่ผ้าห่มคลุมไหล่กว้างให้เจ้านายอย่างคุ้นชิน ท่าทางทั้งรักทั้งเอ็นดู ส่วนเมรีก็ทำงานของตนเหมือนเดิมแต่สายตาเจ้ากรรม เอาแต่เหลือบไปมองร่างชายบนโซฟาจนแทบไม่อยากกะพริบตา ในขณะที่เมรีเก็บเสื้อใส่ตู้ หญิงสาวเหลือบเห็นประตูห้องของลูนา ความคิดชั่ววูบก็แล่นมาแบบไม่ทันยั้ง มือเล็กดันประตูเข้าไปเบา ๆ ห้องมีกลิ่นน้ำหอมละมุนติดอยู่ทุกมุม ของใช้ทั้งหมดถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ…สวย หรู นี่คือสิ่งที่เซนประเคนให้ลูนาทั้งนั้น ดวงตาคู่คมของเมรีริษยาขึ้นนิด ๆ เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเดรสแบรนด์แพงที่เซนซื้อให้ลูนามาทาบกับตัว เสี้ยววินาทีที่เห็นตัวเองในกระจกก็เผลอยิ้มอย่างพึงพอใจ เหมือนกำลังใส่ชีวิตของลูนาทาบลงบนร่างตัวเอง มือบางหยิบสร้อยราคาเป็นเกือบล้านมาใส่ ลูบเบา ๆ ราวกับเป็นของตนเอง ก่อนเสียงห้าวของเซนตะโกนลั่นมาจากห้องรับแขก ทำเอาเมรีสะดุ้งจนหัวใจแทบกระเด็น “ป้า…ขอน้ำหน่อย” เมรีรีบพุ่งออกมาจากห้องทันที ใบหน้าลุกลี้ลุกลนกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าตนเข้าไปในห้องของลูนาอย่างถือวิสาสะ “แม่เดี๋ยวหนูเอาไปให้เอง” เมรีหยิบแก้วน้ำเดินเข้าไปหาชายที่ยังลืมตาแทบไม่ขึ้น ชุดสายเดี่ยวแนบเนื้อที่หญิงสาวตั้งใจเลือกมาเพื่อยั่วยวนในทุกจังหวะยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี “พี่เซน…น้ำเย็นค่ะ” แต่ครั้งนี้ เซนแทบไม่เงยหน้ามองด้วยซ้ำ ดวงตาที่ปรายขึ้นมาเพียงเสี้ยวเดียวเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวสะท้านวาบ “ต่อจากนี้ ไม่ต้องเข้าบ้านฉันอีก” น้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าคมกริบราวกับใบมีด “ให้แม่เธอมาทำแทน…พอ” เมรีหน้าถอดสีทันที ริมฝีปากสั่นระริก คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไป เมรีก้มศีรษะต่ำ ก่อนจะถอยออกจากเพนต์เฮาส์อย่างเงียบเชียบ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน สี่ทุ่มกว่า แสงไฟสีทองจากห้องนั่งเล่นกระทบแก้วเหล้าที่ถูกชนดังแกร่ง ๆ เสียงหัวเราะของเซน ภีม และตินดังแข่งกับเพลงมันส์ ๆ ในบ้านที่ตอนนี้กลายเป็นโซนปาร์ตี้ไปแล้ว “ไหนวะสาวของมึง ไม่เห็นเลย” ตินแซวพลางกรอกเหล้าเข้าปาก เซนเอนหลังพิงโซฟา ยักยิ้มมุมปากแบบคนคุมเกม “ไม่อยู่โว้ย ถ้าอยู่พวกมึงคงไม่ได้มานั่งแดกอยู่ตรงนี้หรอก” ทั้งสามหัวเราะลั่น ก่อนหญิงสาวสี่คนเดินเข้ามาเหมือนรู้คิวเปลือกตาปรือ ยิ้มหวานล้อมวงพวกผู้ชายทันที สาวหน้าเด็กหนึ่งในนั้นชื่อเคส สาวคนนั้นทรุดตัวลงข้างเซน ป้อนกับแกล้มให้เขาแบบไม่ถามความสมัครใจ “พี่เซน ไม่เจอนานเลยนะคะ เคสคิดถึงพี่มากเลย” เซนหันไปมองนิดเดียว ยิ้มแบบคนเมาที่พร้อมตามน้ำทุกสถานการณ์ “อืม…พี่ก็คิดถึงเคสเหมือนกัน” เพลงดังขึ้นหญิงบางคนลุกขึ้นโยกเอวอย่างคึกคัก กลิ่นเหล้า กลิ่นอาหารปะปนกันวุ่นวายจนแทบแยกไม่ออกเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนใกล้ตีหนึ่ง ประตูบ้านถูกเปิดออก แต่เสียงเพลงที่ดังกลบทุกอย่างทำให้ไม่มีใครลุกหรือหันไปมอง ยกเว้นสายตาคู่หนึ่ง เซนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหยุดนิ่งไปทั้งร่าง “ลูนา…” แค่เห็นใบหน้าของเธอ ความเมาที่ครอบงำอยู่เหมือนถูกตบให้สลายหายไปในพริบตา สติกลับคืนมาอย่างเจ็บแสบ และในวินาทีนั้นเอง เขาก็เพิ่งนึกได้ว่าบนตักตัวเอง…มีใครอีกคน เคสที่นั่งคล่อมเขาอยู่ถูกแรงขยับตัวกะทันหันทำให้เสียหลัก ร่างบางร่วงลงกระแทกพื้นต่อหน้าทุกคนอย่างน่าอับอาย เสียงเพลงยังดังต่อเนื่อง แต่บรรยากาศกลับเงียบงันอย่างเจ็บปวด ภายในห้องพลันเงียบลงทันควัน ไม่ใช่เพราะเพลงเบา แต่เพราะลูนาเดินเข้ามา สาวคนโปรดยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยฉาบด้วยความเย็นเยียบจนคนทั้งห้องรู้สึกเหมือนอุณหภูมิลดลงสิบองศา “สนุกกันดีนะ…คะ” เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นสาวสองคนใส่เพียงชุดชั้นในเต้นข้างโต๊ะเหล้า เหมือนภาพตัดระหว่างโลกของเธอกับของเขา “เซน…ดูท่าคุณจะใช้ร่างกายตัวเองเปลืองกว่าฉันอีกนะ” คำพูดนั้นเบา ทว่าคมกริบราวกับมีดกรีดลงกลางอากาศ ทั้งห้องเงียบงันราวกับไร้ลมหายใจ เซนกำแก้วในมือแน่นจนข้อขาว ก่อนจะลุกพรวด คว้าข้อมือเธออย่างแรงแล้วลากเข้าไปด้านในโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครทันตั้งตัว ปัง! ประตูถูกปิดกระแทกดังลั่น ในห้องที่ไร้เสียงเพลง เซนโน้มหน้าเข้าหาเธอช้า ๆ ใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน อากาศตึงเครียด หนักหน่วง และพร้อมจะปะทุได้ทุกวินาที มือใหญ่ลูบแก้มเธออย่างโหยหา “กลับมาซะที…นึกว่าหนีผมไปแล้ว” “ออกไป” ลูนาหันหน้าเลี่ยง “สาวคนนั้นยังรอนั่งตักคุณอยู่นะ” คำประชดของเธอยิ่งทำให้เขาเหมือนถูกปลุกให้บ้าหนักกว่าเดิม เซนคว้าคอเธออย่างแผ่วเบา กดริมฝีปากบดลงโดยไม่ให้ตั้งตัว จูบหนักแน่น รุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ทัน “ไม่ไปสนุกข้างนอกเหรอ…” เธอหอบเสียงกระเส่า “สาวคนนั้น…คุณก็กินมาแล้วสินะ” เขาพยักหน้าแบบไม่คิดจะโกหกด้วยซ้ำ ลูนาหลุบตาลง เธอดูไม่พอใจที่เห็นเซนกับหญิงคนอื่นใกล้ชิดกัน เพราะอะไรกันนะ “ไปสิ ฉันจะนอนพัก” เซนกอดเอวเธอแน่นกว่าเดิม เสียงทุ้มต่ำกระซิบจนหัวใจเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ “ผมคิดถึงเธอ…” คำเดียวเท่านั้นแต่เหมือนเข้าไปกระแทกกลางอกเธอแรง ๆ จนดวงใจที่พยายามปิดไว้…กลับเต้นไม่เป็นท่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD