บทที่6 เพนต์เฮาส์
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เซนไม่สามารถทนเห็นภาพลูนาในคลิปเอวีได้อีกต่อไป ทุกภาพที่นักแสดงชายคนอื่นสัมผัสเธอ ราวกับเป็นเข็มเหล็กที่ทิ่มแทงเข้าสู่ความหยิ่งผยองและความรู้สึกหวงแหนอันไร้เหตุผล ในใจเซนคำรามออกมาว่าต่อจากนี้เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว
เซนใช้อำนาจตัวเองในนามเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพื่อสืบหาบริษัทต้นสังกัดของลูนาอย่างรวดเร็ว และแอบนัดพบกับผู้บริหารของสตูดิโอในวันรุ่งขึ้น
การเจรจาเกิดขึ้นในห้องอาหารส่วนตัวสุดหรู แสงแดดยามเที่ยงสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เซนวางเช็คที่มีมูลค่าสูงเกินจริงหลายเท่า ลงบนโต๊ะข้างแฟ้มเอกสารสัญญา
"ผมต้องการซื้อสิทธิ์ในตัวนักแสดงที่ชื่อลูนา สัญญาผูกมัดระยะยาว"
เซนกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาเฉียบคมของเขาจ้องมองผู้บริหารสตูดิโออย่างคาดคั้นและดูกดดัน
"ราคาที่เสนอไป... สูงพอที่จะทำให้คุณมองข้ามเรื่องจริยธรรมได้ไหม...คิดดูให้ดี ค่าเช่าสตูดิโอผมก็จะไม่คิดตลอดหนึ่งปีเลยนะ ให้คุณทำงานอย่างสบายใจไปเลยฟรีๆในระยะหนึ่ง"
ผู้บริหารสตูดิโอตาโตด้วยความโลภ เหงื่อเริ่มซึม ที่ขมับ เพราะนอกจากจำนวนเงินมหาศาลแล้ว พวกเขายังรู้ดีว่าครอบครัวของลูนาติดหนี้ก้อนโตอยู่กับบริษัท ถ้าจะขายเธอไม่ใช่เรื่องยากนัก
"แต่คุณเซนครับ... เธอเป็นสินค้าหลักของเรา เราทำเงินจากเธอได้อีกมาก"
"เงินนี่มากกว่าที่พวกคุณจะได้จากเธอไปตลอดชีวิต และหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะถูกชำระด้วย...งั้นผมเพิ่มเงินอีกเท่าตัว..แต่รอบนี้ขอซื้อถาวร"
เซนตัดบทอย่างเย็นชาน้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือกราวกับอุณหภูมิในห้องลดลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งตามโต๊ะ
ผู้บริหารสตูดิโอรีบเซ็นสัญญาอย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่เสียเวลาคิด ปากกาในมือสั่นเทาเมื่อเซ็นชื่อ หน้าที่ของลูนาได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วในพริบตาเพราะน้ำหมึกไร้ปรานีนี้
ลูนารู้ข่าวการถูกซื้อตัวเมื่อเธอไปถึงสตูดิโอเพื่อถ่ายงานใหม่ เธอได้รับแฟ้มสัญญาและเช็คชำระหนี้จากผู้จัดการด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"นี่คืออะไรค่ะ...."
ลูนาถามเสียงเรียบ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความไม่ชอบมาพากลที่รุนแรงกว่าปกติ
ผู้จัดการเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มด้วยรอยยิ้มที่มีแต่ความโลภ ผสานแฝงด้วยความรู้สึกผิดนิด ๆ
"มีคนอยากดูแลเธอ จ่ายหนี้ให้เธอทั้งหมด จากนี้เธอไม่ใช่คนของสตูดิโอแล้ว"
"คุณขายฉันหรอคะ...นี่ไม่ใช่ข้อตกลงของเรา"
น้ำเสียงของลูนาดูหดหู่อย่างมาก ความเจ็บปวดที่ถูกทรยศแล่นวาบไปทั่วร่าง
ความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามาไม่ใช่แค่ความอับอายที่ถูกซื้อเหมือนสินค้า แต่คือความรู้สึกถูกยึดครอง ถูกบีบอัด เมื่อครบสัญญาอีกระยะหนึ่งเธอก็จะหลุดพ้นหน้าที่นี้ แต่ทว่า...ความคิดนั้นพลันแตกสลาย
"ลูนา คนที่เขาอยากให้เธอไปอยู่ด้วยไม่มีภรรยา แถมยังหนุ่มยังแน่น...เธอจะสบายกว่านี้ไปทั้งชีวิต...หนี้เธอก็ไม่ต้องมารับอีกแล้ว" ผู้จัดการพยายามโน้มน้าว
"เขาคือใครค่ะ...."
"คุณเซน..."
ลูนาตกใจนิด ๆ แต่ก็พอคาดเดาได้ เขาคงต้องการเอาชนะมากกว่า เพราะเธอเองก็ดูถูกลีลาของเขาไว้เยอะ
'อย่างน้อยก็คนเคยเอา...ไม่ใช่...คนเคยคุยกัน'
เธอเก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างเงียบ ๆ แล้วเดินออกจากสตูดิโอไป โดยไม่พูดอะไรอีก สมองขาวโพลนจึนปรับตัวไม่ทัน
ลูนาตัดสินใจเผชิญหน้ากับเซนทันที เธอมาถึงเพนต์เฮาส์ของเขาตามที่ระบุในสัญญา ซึ่งกว้างขวางจนน่าใจหาย อากาศภายในห้องเย็นจัด มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้
เซนยืนรอเธออยู่กลางห้องนั่งเล่น ในชุดเสื้อเชิ้ตที่รีดเรียบไร้รอยยับ เขาดูสงบแต่มีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเล็กน้อย
ลูนายื่นแฟ้มสัญญาที่ถูกซื้อตัวโยนไปให้เขา แฟ้มกระแทกเสียงดัง จนคิดว่าอีกสักพักพายุจะถล่มเพ้นต์เฮาส์นี้
"คุณเซน...คุณกำลังทำอะไร"
ลูนาถามเสียงเรียบ น้ำเสียงของเธอไม่มีความโกรธ แต่เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างลึกซึ้ง
เซนเห็นแววตาที่ว่างเปล่านั้นแล้วรู้สึกเหมือนถูกตัดสิน เขาต้องปากแข็งเพื่อปกป้องความคลั่งรักที่กำลังก่อตัว
"ในเมื่อเธอบอกว่า...ผมดูอ่อนหัดเรื่องนั้น..ผมเลยซื้อเธอมาเพื่อเทรนให้ผมไง..." เซนตอบด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม
ลูนาชะงักอึกอัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เพราะเธอไปต่อว่าเขามา แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะแค้นและ ใช้เงินมาลงโทษ เธอได้ขนาดนี้
"ฉันไม่ยินยอม..."
เซนเห็นความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกผิดแล่นวาบ แต่ความต้องการมันครอบครองหัวใจไปกว่าครึ่งกลับทำให้เขาต้องปากแข็ง
"ครับ...งั้นก็คืนเงินผมเป็นสองเท่านะครับ...ผมจ่ายให้เธอเยอะมากเลยนะ...ผิดสัญญาก็จ่ายมากกว่า"เซนตอบ
เขาพยายามรักษามาดประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งไว้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจ
"ผมทำไปเพื่อให้เธอไม่ต้องไป นอนกับใครอีกแค่นั้น..."
"แต่ต้องนอนกับคุณใช่ไหม...อำนาจเงินสินะ...ฉันคงปฎิเสธไม่ได้แล้วสินะคะ..."ลูนากระซิบถาม ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ
คำถามนั้นทำให้เซนนิ่งไปทันที คำพูดที่เคยคมคายของเขาหายไปหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาพลันแข็งค้าง เขาใช้เวลาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตอบ
"ใช่..."
เซนใช้เวลาเงียบอยู่นาน ความเงียบที่ยาวนานจนเสียงแอร์ในห้องดังชัดเจน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก
ลูนาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้มที่แสนเศร้าและเจ็บปวด
"คุณซื้อร่างกายฉันได้...แต่คุณคงซื้อใจฉันไม่ได้"
วันต่อมา
ลูนาย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ที่กว้างใหญ่นั้น ร่างกายถูกซื้อมาแต่จิตวิญญาณยังคงเป็นอิสระ เธอเลือกที่จะใช้ห้องนอนรับรอง และแทบจะไม่ออกมาจากห้องเลยตลอดทั้งสัปดาห์
เธอจะใช้เวลาที่เซนไปทำงาน ออกไปหาอะไรกินแล้วรีบกลับมาทบทวนตัวเองในห้อง แต่หนี้สินที่ครอบครัวทำไว้ก็เยอะมากจนไม่รู้ว่าร่างกายตัวเองจะใช้หาเงินได้นานแค่ไหน
"ลูนา...เธอจะไม่ออกมาหาผมหน่อยหรอ...นี่หลายวันแล้วนะ"
"..."
มีเพียงความเงียบที่ส่งกลับมาหาเขา จนทำให้เซนรู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวายใจอย่างรุนแรง มากกว่าตอนที่ลูนาอยู่ในผับเสียอีก การที่ต้องอยู่ร่วมหลังคาเดียวกับเธอในพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้ทำให้เขาทรมานมากหลายสิบเท่า
เซนทนไม่ไหวจึงโทรไปหาภีมเพื่อนสนิทของตัวเองเพื่อขอคำแนะนำ
"คือ...กูซื้อตัวผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว" เซนเริ่มประโยคด้วยน้ำเสียงที่ กระอักกระอ่วนและหงุดหงิด
[ห้ะ... มึงทำบ้าอะไรวะเซน! ซื้อตัว] ภีมร้องเสียงหลงจากปลายสาย
[ไอ้ประธานโรคจิต! มึงจะบ้าไปแล้วเหรอ]"
"เธอมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์กูแล้ว แต่นี่มันก็เป็นอาทิตย์แล้ว เธอยังไม่คุยกับกูเลย เอาแต่นั่งเงียบ ๆ อยู่ในห้อง... กูควรทำยังไงวะ"
เซนถามด้วยน้ำเสียงด้วยความคับข้องใจ เขาเดินไปมาในห้องนั่งเล่นอย่างหงุดหงิด
[โธ่พ่อคุณ... มึงซื้อตัวเขามานะเว้ย ไม่ใช่ซื้อสิ่งของ เขามีชีวิตจิตใจ...] ภีมถอนหายใจ
[ผู้หญิงที่รู้สึกถูกย่ำยี มันต้องใช้ ของล่อหน่อยไหมวะ ไม่ใช่แค่ของที่มึงเคยให้ผู้หญิงคนอื่นนะ เพชรพลอย เครื่องประดับ กระเป๋า... จัดเต็มไปเลยดิ ทำให้เขารู้สึกว่าการถูกซื้อมันคุ้มค่าแค่ไหน]
เซนทำตามคำแนะนำของเพื่อนในทันที
ภายในสามวันเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่ก็กลายสภาพเป็นห้างสรรพสินค้าส่วนตัว กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดถูกวางเรียงรายอยู่บนโซฟาหนัง แสงไฟส่องประกายบนเครื่องหนังราคาแพง เครื่องประดับเพชรถูกตั้งหลายกล่อง และรองเท้าราคาแพงถูกจัดวางไว้หน้าห้องนอนของลูนา
ลูนาเปิดประตูห้องออกมามองกองทรัพย์สินเหล่านั้นด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เพชรอย่างเย็นชา
'เขาคิดว่าเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง... แม้กระทั่งความเจ็บปวดที่เขาสร้างขึ้นงั้นหรือ' ลูนาคิดในใจ
"ลูนา...เธอมาดูนิสิ...."เซนทักทายเธอ
แต่ลูนายังเงียบไม่สนใจ คำพูดของเซนเหมือนอากาศที่ล่องลอยไปมาในบ้าน
"..."
เธอเดินกลับเข้าห้องไปโดยที่ ไม่แตะต้องของเหล่านั้นแม้แต่ชิ้นเดียว ปล่อยให้เซนยืนมองกองสมบัติที่ซื้อมาด้วยเงินมหาศาล แต่ไม่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งรอยยิ้มหรือคำพูดจากเธอเลยสักนิด
"ดีนะฉันรวย...."เซนพรึมพรำบ่นตัวเองอย่างท้อใจ
เซนยืนอยู่ตรงนั้น...ภาพลักษณ์ประธานผู้เย็นชาของเขาพังทลายลง... กลายเป็นเพียงชายหนุ่มที่สร้างความกระวนกระวายใจที่ถูกความรู้สึกวุ่นวายครอบงำ...