19.30 น. ณ ห้องทำงาน
“คุณวสุครับ! มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย”
“ไม่เป็นไร! มึงกลับได้เลย” วาวสุตอบกลับเลขาโดยไม่ได้หันหน้ามองด้วยซ้ำ
เขาดูเทปการซ้อมของเด็กเส้นพลอยใสในแต่ละคลาสเห็นพัฒนาการและความพยายามของเธอขึ้นมากเรื่อยๆ
พลอยเหมือนเพชรในกองโคลนที่เปล่งประกายเด่นกว่าคนอื่นเวลาร้องและเต้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกันที่มาคุกเข่าขอโอกาสเขาในคืนนั้น
เสียงดี เต้นได้แต่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ยิ่งมองดูบุคลิกภาพแล้วยิ่งไม่มีแววเด่น แววดัง
“มีอะไรเหรอครับ ผมเห็นดูตั้งแต่บ่ายแล้ว”
ยุรนันท์ไม่เคยเห็นเจ้านายใส่ใจเด็กฝึกคนไหนมาก่อน ผู้บริหารมีหน้าที่ดูองค์รวมของบริษัทไม่เคยลงมายุ่งกับศิลปิน
“คุณวสุจะให้คุณพลอยเขาเดบิวต์เลยเหรอครับ ผมนึกว่าจะให้คุณคีรินเดบิวต์ก่อนซะอีก”
คีรินเด็กฝึกอายุสามปีเหมาะสมกับวงเกิร์ลกรุปที่เตรียมจะเดบิวต์มากกว่าพลอยชมพูทุกประการ ถ้าไม่นับเรื่องการน้ำเสียงและเทคนิคการร้อง
เพราะตำแหน่งที่ขาดอยู่นั้นก็คือร้องนำซึ่งเนื้อเสียงของคีรินสู้พลอยไม่ได้
“นี้แหละที่กูกำลังคิด”
“คิดว่าไงครับ”
“ความสามารถขนาดนี้เอาไปทำอะไรได้บ้างวะ” ชายหนุ่มไม่ถนัดเรื่องนี้นัก วาวสุจบเอกบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเก่งด้านการจัดการองค์กรมากกว่าเป็นแมวมองจับมาปั้นเป็นศิลปินดารา
“นั่นคุณมียูนี้ครับ...”
“เอ่อ! เหมือนจะสนิทกัน”
จู่ๆ อีกตัวแปรก็เข้ามาในจอ
เทรนนีมียูเข้ามาพูดคุยทักทายให้กำลังใจเพื่อนเทรนนีอีกคน
หญิงสาวต่างชาติก็เป็นอีกคนที่โดนดองไว้เพราะวงเกิร์ลกรุปมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไป
“ผมว่าเขาสองคนดูเข้ากันดีนะครับ”
“งั้นมึงลองดูนี้” วาวสุเลื่อนบันทึกไปที่การฝึกลองของมียูกับพลอยอีกคลาส
คนแรกมีความชำนาญการเต้นทุกรูปแบบเรียกได้ว่าพรสวรรค์ที่ติดมากับตัว กับอีกคนที่ไม่ได้แข็งแรงแต่มีไลน์เต้นชัดเจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนเหมือนกัน
Tap dance เป็นสไตล์การเต้นที่ได้รับอิทธิพลฝั่งอเมริกา เป็นการเต้นที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายโดยเน้นสร้างจังหวะจากแผ่นเหล็กที่รองเท้ากระทบกับพื้น
เป็นศิลปะขั้นปราบเซียนซึ่งมียูทำออกมาได้ดีไม่มีที่ติและพลอยชมพูก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม
สองสาวสองสไตล์เคมีเข้ากันเมื่ออยู่ด้วยกันทำให้คิดถึงอีกหนึ่งสมาชิกที่หายหน้าไป
“พรุ่งนี้ผมจะให้ทนายลองติดต่อบ้านนั้นดูนะครับ”
“สมแล้วที่มึงเป็นเลขากู ไอ้ยู!” วาสวุตบบ่าเลขาส่วนตัวอย่างชอบใจ
“แต่! คุณวสุจะเดบิวต์สองวงพร้อมกันเหรอครับ”
“เออสิ! ไตรมาสนี้ไอ้นาวามันรวบรวมผลงานเตรียมจะโค่นกูน่าดู กูจะเอาอดีตเด็กปั้นมันมาเป็นผลงานกูซะ ดูสิมันจะเอาอะไรมางัดกูอีก”
“เรื่องงานจริงๆ ใช่มั้ยครับ” ยุรนันท์อยากรู้
มันฟังดูชอบกลนะที่เจ้านายพูดเมื่อกี้
“ใช่สิวะ! งานล้วนๆ ไม่มีเรื่องส่วนตัวสักนิด”
“โอเคครับงานก็งาน”
และแล้ววันถัดมาโครงการที่เคยพับเก็บก็ถูกนำมาปัดฝุ่นหยิบยกเอามาปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอย่างเร่งด่วน
มียู เทรนนีคนแรกที่ผ่านการออดิชั่นเตรียมตัวสำหรับเดบิวต์นั่งอยู่กับสมาชิกที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกมาสดๆ ร้อนๆ
เธอไม่ได้คาดหวังจะกลับมาเดบิวต์เพราะเพื่อนสมาชิกมีประเด็นร้อนกว่าจนทำให้โครงนี้เกือบถูกยุบ
“ดีใจนะที่เป็นพลอย”
“มียู! นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอ”
“ไม่มีใครบอกพลอยเลยเหรอ”
“ไม่เลยค่ะ! คุณยูบอกแค่ว่าให้พลอยเข้ามาบริษัทวันนี้” หลังจากผ่านออดิชั่นเธอก็ได้พักเป็นเวลาสามวัน แต่ชีวิตพลอยวนเวียนเข้าออกอยู่กับโรงพยาบาลเพราะแม่ยังไม่หายโกรธและเธอต้องเตรียมตัวพาแม่กลับมารักษาตัวเองต่อที่บ้าน
ใบหน้าของคนประสบความสำเร็จกำลังเดินตามเส้นทางที่ต้องการนั้นดูอมทุกข์และเศร้าหมอง
“ทนายของมียูบอกว่าวันนี้พวกเราจะ...สไปร์ท!”
หญิงสาวคนใหม่ฉีกยิ้มทันทีที่มียูร้องทัก เธอมาพร้อมผู้หญิงวัยกลางคนสีหน้าดุดันจริงจังและชายอีกคนวัยใกล้ๆ กันในฐานะทนายประจำตระกูล
“ใครเหรอมียู”
“เทรนนีอีกคน”
“อ้อ...” พลอยชมพูยังไม่รู้เรื่องราว
และพอมียูเล่าทุกอย่างให้ฟังเธอก็ตื้นตัน ดีใจจนน้ำตาเอ่อล้นออกมาอาบแก้ม
“มันคือเรื่องจริงใช่มั้ยมียู”
“จริงสิพลอย”
“พลอยไม่คิดเลยว่า มันจะเป็นจริงแล้ว” หญิงสาวจับปากกาด้วยมือสั่นเทิ้ม
น้ำตาเอ่อคลอก้นมองตัวหนังสือไม่ออกว่ามีใจความว่าอย่างไร
เธอจรดปากกาเขียนชื่อนามสกุลตัวใหญ่ๆ อย่างบรรจงลงในใบสัญญาด้วยใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขในช่วงหลายเดือนที่ไม่เคยมีเรื่องดีใดๆ เกิดขึ้น
“ไม่ต้องร้องไห้พลอย”
“พลอยดีใจ”
“มียูก็ดีใจที่เป็นพลอยกับสไปร์ท” มียูนั่งปลอบไปหัวเราะไป พลอยชมพูเป็นคนไม่ซับซ้อน ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีอีโก้สูงและเต็มไปด้วยแรงริษยาแบบเด็กสาวคนอื่นๆ เป็นคนซื่อที่น่าคบหาด้วยคนหนึ่ง
“แล้วคุณสไปร์ทล่ะคะ” พลอยอยู่กับทนายของมียู เขาช่วยดูความเรียบร้อยภายในสัญญาในห้องประชุมบนชั้นยี่สิบเอ็ด ส่วนบ้านสไปร์ทอยู่ในห้องประธานวาวสุและยังไม่ออกมาเสียที
“แม่ของสไปร์ทกับทนายคงคุยรายละเอียดกับประธานอยู่ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแหละ”
“คุณสไปร์ทเขาเป็นคนยังไงเหรอคะ”
“สไปร์ทเหรอ! ก็สไตล์คุณหนู ติดหรู กินยาก ไปไหนมาไหนมีพี่เลี้ยงคอยดูแลไม่ห่าง ถ้าไม่สนิทด้วยก็จะนิ่งๆ”
“เหรอคะ...” ฟังดูแล้วพลอยคงเข้ากับคนแบบนี้ได้ยาก เพราะคุณหนู ติดหรู กินยากคงไม่ลดตัวมาสนิทกับเธอเช่นกัน
“เฮ้ย! แต่นิสัยสไปร์ทน่ารัก ถ้าสนิทด้วยแล้วพูดมาก รับรองว่าพลอยจะรำคาญเหมือนเรา”