คฤหาสน์ปันรัก เกาะปันรัก
ปีแรกของแพรวรุ้งในฐานะมารดาของสองแสบ แสบแรก เจ้าหนูมีนคนเก่งปีนี้ย่างหกขวบแล้ว ส่วนลูกสาวคนสวยเพิ่งจะสามเดือนเศษเท่านั้น แน่นอนว่าการดำรงชีวิตประจำวันของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เธอเหนื่อยนักหนาแต่ทว่า...มีความสุขเหลือเกิน
บอดี้การ์ดมาดเข้มที่ชื่อกวิน เขายังเอาใจใส่ ห่วงใย รักใคร่ เธอ อย่างวันแรกที่เธอตัดสินใจกลับมาที่นี่ด้วยดีเสมอมา น้อยนิดไม่เคยทำให้ขุ่นข้องหมองใจ อำนาจอธิปไตยภายในคฤหาสน์หลังใหญ่จึงขึ้นตรงต่อเธอและนายน้อยคนรองที่ชื่อ น้องมิว แต่เพียงผู้เดียว
“อืม...อา...แพรว...”
สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นแหละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน
“แพรว ลูกร้องแล้วที่รัก”
สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามสอดใส่อาวุธทำลายล้างเขาสู่คูหาสวรรค์
“อ๊าก! ซี้ด!”
...หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!
“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”
นายน้อยคนรองวัยห้าขวบเค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู
“อ๊าก! ซี้ด! เจ็บนะยัยมิว ปล่อยผมพี่ก่อน”
มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)
ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า
“อ๊ะ! ก้องขา....”
คนที่ถูกเรียกขานยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพวกเขาอดอยากกันมาแรมปี ก็แน่ละ กว่าจะหาเวลาส่วนตัวได้มันยากยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่นี่นา
“เร็วขึ้นอีกนิดที่รัก โอ...” คนเป็นภรรยาร้องบอก แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ต้องบอกสามีให้ยุติการเคลื่อนไหว แพรวรุ้งยืนนิ่งแผ่นหลังเนียนแนบชิดกับแผ่นอกสามีในขณะที่ส่วนล่างยังเชื่อมติดกัน
“ว่าไง...คะ ลูก...” แพรวรุ้งหอบน้อยๆ พยายามกลั้นเสียงแห่งความเสียวซ่านไม่ให้เล็ดลอดให้ลูกสาวได้ยิน
“คุณแม่อยู่ไหนคะ น้องมิวมีเรื่องจาฟ้อง” หนูน้อยกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์พลางกวาดตาไปทั่วห้องเพื่อแลหามารดา
“จ้าลูก...อ๊ะ! เอ่อ...อา...ว่าไงจ๊ะ”
แพรวรุ้งหันไปทำตาดุใส่สามี เขาเริ่มขยับเข้าออกอาวุธร้ายเร็วขึ้นแรงขึ้นจนเธอหัวสั่นหัวคลอน
“คุณแม่อยู่ไหนคะ ทำไมมิวหาไม่เจอ แล้วคุณแม่ทำอาไรอยู่”
น้องมิวหรือเด็กหญิงพราวรุ้ง หยุดยืนหน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ในห้องมารดา มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกข้างแปลงร่างเป็นก้ามปูหนีบติดอยู่ที่ใบหูของพี่ชาย
‘คุณแม่เอ่อ...คุณแม่ สวดมนต์ อยู่ค่ะลูก อืม...’
คนที่เพิ่งมุสาหาได้ยำเกรงต่อบาปไม่ ยังคงแอ่นบั้นท้ายให้สามีบรรเลงรักได้อย่างถนัดถนี่ไปเรื่อยๆ
“แม่ขา” ลูกสาวถามต่อ
‘ขาลูก...ว่าไงคะคนเก่ง’
เผียะ!
เสียงฝ่ามือพิฆาตฟาดลงแรงๆ ตรงไหนสักที่ มันดังออกมาจากตู้เสื้อผ้าให้คนที่ยืนด้านนอกได้ยิน และในที่สุดแม่หนูก็เริ่ม มั่นใจ
“คุณแม่ขา...”
‘ขาลูก’
“แม่ขา เข้าไปสวดมนต์ในตู้เสื้อผ้า...ไม่ร้อนหรือคะ?”
‘ร้อนสิคะคุณลู...’ แพรวรุ้งอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง แม่ตัวแสบรู้ทันจนได้
“ให้เวลาแต่งตัวสิบนาที อันนี้มิวทดเวลาบาดเจ็บให้แล้วนะคะป๊า ถ้าสิบนาทีไม่ลงไปข้างล่าง พรุ่งนี้ น้องมิวจะแฟนมาค้างที่บ้าน!”
“อ๊าก! ยัยมิวพี่เจ็บนะโว้ย!” พี่ชายที่หูถูกหนีบด้วยนิ้วแข็งแรงปานก้ามปูยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาสาบานเลยว่าจะไม่แอบเอาข้าวของ ของนัมเบอร์ทูไปใช้โดยพละการอย่างเด็ดขาด!
เสียงฝีเท้าน้อยๆ เงียบหายไปแล้ว ทว่าสองคนในตู้เสื้อผ้ายังเกรงคำขู่จนไม่กล้าขยับ
“เอาไงดีที่รัก ลูกสาวเราจะพาแฟนเข้าบ้าน”
“โธ่เรื่องของเด็กๆ นี่คะ ก้องต่อเลยสิคะ สิบนาทีนะ” แพรวรุ้งยังยั่วต่อ
“แต่ลูกสาวเราเพิ่งห้าขวบนะ” กวินแย้ง
“งั้นก้องก็ต้อง เสร็จ ในห้านาที มานี่! เดี๋ยวแพรวจัดการเอง”
เสียงอืออายังคงดังต่อไปในตู้เสื้อผ้า สองสามีภรรยาก็ยังหวั่นเกรงในคำขู่ของบุตรสาว แต่เหนือคำขู่ของแม่หนูน้อย สิ่งที่กวินกลัวที่สุดก็คือ
เขากลัวว่าจะไม่เสร็จในห้านาที!