เกาะปันรัก หลายปีต่อมา
อรุณรุ่งเช้าวันใหม่ นางสาวพราวรุ้ง กิติบวร หยิบชุดนักศึกษาแพทย์มาดูครั้งแล้วครั้งเล่า เธอชอบเอามันมาดูแม้ว่าไม่มีโอกาสได้สวมมันอีก มือเรียวบางบรรจงแขวนมันไว้ในตู้เสื้อผ้าให้ลึกที่สุด เท่าที่จะทำได้ เธอต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าโตแล้ว ไม่ควรอาลัยอาวรณ์ชุดนักศึกษาให้มันปวดใจเล่น เธอต้องเป็นผู้ใหญ่เสียที ต้องไปทำงาน ต้องหาเงินหาทองมาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ (ทั้งที่ไม่จำเป็นเพราะบ้านรวย) แต่ทว่า...มันยากจัง!
“ทำอะไรฮึยัยมิว เรียกไม่ยอมขาน”
มีนา เยาวกุล บุรุษหน้าคมผู้มีเค้านายหัวเจ้าของเกาะมากกว่าครึ่ง เยี่ยมหน้าเข้ามามองน้องสาว ก่อนจะถือวิสาสะเข้ามาในห้อง เขากระโดดขึ้นนอนบนเตียงนุ่มๆ ของน้องสาวคนงามแล้วจับเอา ยัยเน่า มารองขาข้างหนึ่งเพื่อให้การนอนเป็นไปด้วยความสบายร่างอย่างที่สุด
“กรี๊ด! เอาที่รักของเค้าออกมาจากขาหมูของพี่เดี๋ยวนี้!”
ยัยโหดเบอร์สอง ส่งเสียงประกาศิตชนิดสะเทือนแก้วหู แล้วมีหรือพี่ชายแสนดีจะกล้าขัด
“โอ๊ย! จะหวงอะไรนักหนา เจ้าคิตตี้สองพันปีตัวนี้เนี่ย! อย่าเผลอนะ จะจับไปลงเครื่องซักผ้า เอาให้สีปลาร้าออกจากตัวให้หมดเลย” คนเป็นพี่บ่นอุบมีการขู่กลายๆ แถมให้เมื่อต้องหยิบ ยัยเน่า หรือตุ๊กตาคิตตี้ที่เจ้าของหวงแหนออกมาจากใต้ขาล่ำๆ ซึ่งน้องสาวคนดีบอกว่ามันคือขาหมู
“ตัวเองนั่นแหละ อย่าเผลอนะ ถ้าทำจริงจะจับสวนก้นเสียให้เข็ด คอยดู!”
ยัยโหดขู่กลับ หน้าตาจริงจัง พี่ชายได้แต่ส่ายหน้าไม่อยากถือสาหาความ
“แล้วจะเริ่มงานวันไหน ให้ไปส่งบนฝั่งหรือเปล่า” พี่ชายถามด้วยความห่วงใย นัยหนึ่งคืออยากเฉออกนอกเรื่อง เขาไม่อยากโดนสวนก้นแน่ๆ
น้องสาวคนดีได้ทีจึงออดอ้อนตามระเบียบ
“พี่มีนสุดหล่อ น้องมิวขออะไรอย่างได้ไหม นะๆ” มีนาเริ่มขยับลุกนั่ง บรรยากาศเริ่มไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของเขาเสียแล้ว
“หือ...อะไร? ฉันไม่มีไข่มุกเม็ดเท่าไข่ห่านมาถวายแกหรอกนะ ยัยหมอมิว” มีนาออกตัว ขยับห่างร่างน้อง แต่น้องก็ขยับตามไม่เลิกรา
“พี่มีนช่วยบอกป๊าให้หน่อย แบบว่า ย้าย โรงพยาบาลให้หน่อยสิ”
“อ้อ...เรื่องแค่นี้เองสบายมาก เดี๋ยวพี่ย้ายให้ก็ได้ เรื่องจิ๊บๆ พี่พอจะมีเส้นสายอยู่โรงพยาบาลนั้น แล้วเราจะย้ายไปอยู่ไหนล่ะ”
พราวรุ้งเริ่มงงเล็กน้อย เธอคิดว่าพูดตรงแล้วนะ พูดถูกแล้ว พี่ชายยังไม่เข้าใจงั้นหรือ
“พี่มีนอ่า ยังไม่เข้าใจเหรอ หมอบอกว่า ย้ายโรงพยาบาล ไม่ใช่ หมอจะย้ายโรงพยาบาล”
“งงว่ะ อะไรของแกเนี่ย ก็แกจะย้ายฉันก็จะช่วยนี่ไง” พี่ชายเริ่มเคืองเรื่องที่น้องสาวพูดจาซ้ำซาก
“ก็พี่มีนสมองตีบนี่ หมอบอกว่าย้ายโรงพยาบาล มันหมายถึงเอาโรง’บาลที่ต้องทำงานมาไว้บนเกาะนี้ก็เท่านั้นเอง ทำเป็นวุ่นวายไม่เข้าใจไปได้ ฮึ่ม!”
มีนาถึงบางอ้อ อ้าปากค้างน้อยๆ เมื่อเข้าใจในสิ่งที่คุณหมอมิวร้องขอ
“ฉันคงสมองตีบจริงๆ ละมั้ง น้องฉันเรียนแพทย์นะ จบมาได้ยังไง? ฉันจะเอาระเบิดไปปาโรงเรียนที่สอนแกคอยดู!”
มีนาเข่นเขี้ยวน้องสาว มีอย่างที่ไหนจะให้เขาย้ายโรงพยาบาลในตัวจังหวัดมาวางไว้บนเกาะ ถ้ามันง่ายขนาดนั้นละก็เชิญแม่คุณเอาจอบไปขุดเองเถอะ เขาคงไม่มีความสามารถ ขอโบกมือลาละกันงานนี้
“โธ่! พี่มีนละก็”
“แก-ไป-บอก-ป๊า-โอเค?” เขาโยนงานนี้ให้บิดา และแน่นอนว่ามารดาที่รักย่อมเห็นด้วยตามระเบียบ
___________
โต๊ะอาหาร
“แม่ครับมีนจะเอาปลาทู แม่แพรวแกะให้มีนหน่อยน้า” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เอาใบหน้าถูต้นแขนมารดาอย่างออดอ้อน
“อะแฮ่มๆ โตเป็นควายแล้วลูกเอ๊ย!”
นายหัวกวินเหน็บบุตรชายกลายๆ ช่วยไม่ได้นั่นเมียท่านนี่นา
“โธ่ ป๊า ทำเป็นหวงไปได้เหี่ยวหมดแล้วนะ ปลงอะปลง รู้จักปะ”
“ไม่! ฉันยังมีน้องให้พวกแกได้สบายจะลองดูไหมล่ะ เดี๋ยวคืนนี้จะจัดชุดใหญ่ให้นะจ๊ะที่รัก” นายหัวโอ้อวด หันไปทำตาหวานฉ่ำใส่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
“เซี้ยวใหญ่แล้วสองพ่อลูก ลูกสาวเราเป็นสาวพรหมจารีนะจ๊ะ จริงไหมพราวรุ้ง” นายหญิงแพรวรุ้งหันมาถามบุตรสาวซึ่งนั่งหน้าเครียดมองจานข้าว
“ค่ะ แต่ไม่มีแล้วนะเยื่อพรหมจารีที่ว่า” ตอบเสียงอ่อย
“หา!”
คนทั้งสามอุทานพร้อมกัน คุณหมอสาวกลอกตาขึ้นฟ้าก่อนจะเริ่มอธิบาย
“คือว่า...เยื่อพรหมจารีมันบอบบางนะคะ แค่ปั่นจักรยานมันก็เยินแล้วค่า แล้วอย่างหมอมิวจะเหลือหรือคะ ซนอย่างกับลิง แต่สาบานได้ ไม่เคย วี้ดบึ้ม กับใครแน่นอนค่ะ แค่เห็นหนอนน้อยของพี่มีนก็ขยาดจะแย่ แถมตอนเรียนก็ทั้งลูบ ทั้งคลำ ทั้ง....”
“ยัยหมอ! แกจะดูไหม ตอนนี้มัน อนาคอนด้า นะโว้ย!” พี่ชายแอ็คติงเต็มที่ มีการจะถอดเข็มขัดงัดเอางูใหญ่ออกมาโชว์ ทำเอานายหัวและนายหญิงปวดกะโหลกขึ้นมาทันใด
“พอ! พอแล้วจ้ะลูก แม่ว่าเรากินข้าวดีกว่านะ แหะๆ” นายหญิงเหยียบเบรกจนตัวโก่ง ใครกันหนออยากให้ยัยโหดของนางไปเรียนแพทย์ มันน่าโมโหจริงๆ
สิบนาทีผ่านไป
“ป๊า” อยู่ๆ หมอมิวจอมแสบก็เอ่ยขึ้นกลางวง
“พี่มีนบอกว่า ป๊าย้ายโรง’บาลให้ได้ จริงปะ?”
คุณหมอสาวเอ่ยถามอย่างมีความหวัง
มีนารีบจิบน้ำเพื่อกลั้วข้าวในปากลงคอ เขาต้องรีบเตือนบิดาก่อนที่ท่านจะ...
“ได้ลูกได้ สบาย!”
“ไม่ทันแล้ว! เคลียร์เองนะป๊า มีนไม่เกี่ยว” ลูกชายรีบออกตัว
นายหญิงงุนงง
“ย้ายไปไหนลูก นั่นเป็นโรง’บาลที่ใกล้บ้านเราที่สุดแล้วนะ”
“ย้ายมาบ้านเราไงคะแม่”
“อ๋อจ้ะ แล้วไป”
เคล้ง!
ช้อนส้อมในมือบิดามารดาร่วงลงกระทบจานข้าว มีนาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาบอกแล้วว่าเคลียร์เอง งานนี้มีนาไม่เกี่ยว
“รับปากแล้วห้ามคืนคำนะคะ คุณป๊าขา...”
หมอมิวลากเสียงพร้อมยิ้มแฉ่ง
นายหัวกวินรีบหาทางเอาตัวรอด ถ้าย้ายโรงพยาบาลมานี่จริงๆ ขนหน้าแข้งคงไม่มีให้ร่วงเพราะถูกเจ้าลูกสาวตัวแสบจับโกนเสียเกลี้ยงเกลา
“ครึ่งทางนะลูกนะ เอาแค่คลินิกเล็กๆ ก็พอโอเคไหม หนูไปดำเนินการเรื่องเอกสาร ส่วนป๊าจะให้ช่างมาสร้างคลินิกให้ เอาให้หรูเลิศกว่าโรงพยาบาลเลยก็ได้”
แพรวรุ้งแอบขันท่าทางเอาจริงเอาจังของสามี เขาคงลืมกระมังว่าพราวรุ้งจบแพทย์แล้วนะ ไม่ใช่เด็กห้าขวบที่จะเอาของสวยๆ งามๆ มาล่อได้ง่ายๆ
“เย้! ดีค่า เอาสีชมพูนะค้า หนูเอาสระว่ายน้ำด้วย” พราวรุ้งวาดภาพในสมองสองก้อนเรียบร้อย คลินิกคิตตี้น่ารักน่าเข้ามารักษาเป็นที่สุด!
นายหญิงกับบุตรชายส่ายหน้าอย่างระอา ต่อไปในอนาคต คลินิกสีชมพู คงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเกาะปันรัก มันคงเป็นสีชมพูแปร๋นเพียงอย่างเดียวท่ามกลางต้นไม้สีเขียวๆ บนเกาะกระมัง