“พี่เมฆ.. เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เป็นคนโง่ไง”
“คนโง่?”
นั่นยิ่งทำให้จัสมินแปลกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยคำถาม ถ้อยคำประชดประชันแบบนี้ เมฆไม่เคยใช้กับเธอมาก่อน
“เดี๋ยวสิคะ พี่เมฆ”
จัสมินตะโกนไล่หลังคนที่ผลุนผลันออกไปจากห้องด้วยอารมณ์โมโหอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรของเขานะ?”
จัสมินสลัดเรื่องนี้ออกจากใจชั่วคราว เอาไว้ตอนเย็นกลับมาค่อยถามให้รู้เรื่องแล้วกัน ตอนนี้ไม่มีเวลามากพอ เพราะอีกยี่สิบนาทีก็จะถึงเวลาเข้าคลาสแล้วเธอจึงรีบวิ่งมาที่ป้ายรถเมล์ใกล้ๆ คอนโด
“โอ้ย สายแน่ๆ เลย จัสมินเอ้ย”
ปกติรถเมล์ที่ผ่านมหาวิทยาลัยจะมาทุกสิบนาที แต่เมื่อครู่มีคันหนึ่งพึ่งออกจากท่ารถไป นั่นแสดงว่าจัสมินต้องรออีกสิบนาที
สาวน้อยร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวมองที่นาฬิกาข้อมือสลับกับถนน แม้รู้ว่าไม่ได้ช่วยให้รถเมล์มาเร็วขึ้น แต่หัวใจที่ร้อนรนก็ไม่สามารถทำให้เธอนิ่งสงบได้
แต่ก็เหมือนสวรรค์จะเห็นใจเธออยู่ไม่น้อย รถช็อปเปอร์คันคุ้นตาเคลื่อนตัวมาจอดตรงหน้าจัสมินก่อนที่เจ้าของรถจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
“ขึ้นรถ”
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากัน ยอมรับตรงๆ ว่าตอนนี้จัสมินไม่กล้าเข้าใกล้เมฆแม้แต่ก้าวเดียว
“ฉันบอกให้ขึ้นรถ”
ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจ เสียงตะวาดนั้นดังมากพอจะทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมาให้ความสนใจพวกเธอ
จัสมินสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะขึ้นนั่ง ..เมฆคงไม่ใจร้ายกับเธอโดยไม่มีสาเหตุแน่ๆ
บรื้น..
“ว้าย!”
แรงกระชากของรถทำให้จัสมินตกใจคว้ากอดที่เอวสอบแน่น เมื่อครู่เธอเกือบตกแล้วไหมล่ะ
ความเร็วหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง กับการซิกแซก เบียดแซงรถร่วมทางที่อยู่บนท้องถนนทำให้จัสมินกระชับก้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“พี่ชาย ขับช้าๆ หน่อยค่ะ หนูกลัว..”
เมฆไม่สนใจคำพูดและน้ำเสียงที่สั่นกลัวของจัสมิน ไม่ถึงสิบนาทีรถช็อปเปอร์คันใหญ่ก็มาถึงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ แต่ไม่ทันที่จัสมินจะได้พูดอะไร เมฆก็บิดรถออกไปด้วยความเร็วสูง
“ขอบคุณ..” ..ที่มาส่ง
“ยัยจัสมิน!”
จัสมินเลิกสนใจแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ ไกลออกไปเมื่อเพื่อนของเธอตะโกนเรียก
@ ห้องซ้อม PUB X
เมื่อสามชั่วโมงที่ผ่านมาทุกคนได้รับข้อความในกลุ่มจากเมฆบอกให้ออกมาหาเขาที่ห้อมซ้อม บางคนมีเรียน แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะมานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะไม่บ่อยนักที่เมฆจะชวนมานั่งดื่ม หรืออะไรทำนองนี้
“มึงจะไม่รับหน่อยหรอวะ”
ดินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเมฆนั่งจ้องโทรศัพท์มือถืออยู่นานแล้ว และคนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นจัสมินที่ทำให้เมฆไม่มีอารมณ์จะนั่งเรียนหรือทำอะไรทั้งนั้น
..จัสมินคงเลิกเรียนแล้ว ถึงได้โทรมา
เมฆพ้นลมหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไปเพราะสายตัด ก่อนจะปรากฏชื่อเดิมขึ้นมาอีกครั้ง
“มึงแน่ใจนะว่ามึงไม่ได้เข้าใจอะไรผิด” โทนถามขึ้นหลังจากที่นั่งฟังเมฆเล่าเหตุการณ์
“กูจะเข้าใจผิดได้ไง หรือมึงเคยเมมชื่อคนอื่นแบบนี้”
..ก็จริงของเมฆ แต่เหรียญมันย่อมมีสองด้านเสมอ
“กูเคยโง่ไง กูถึงได้เตือนมึง” โทนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความเศร้า
“บางทีสิ่งที่มึงเห็นมันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นความจริงก็ได้ ลองคุยกับน้องก่อนไหม?” ยักษ์พูดขึ้นบ้าง
เมฆเองก็อยากคุย อยากถาม อยากให้เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด หรือไม่ก็เป็นแค่ความฝัน แต่เขากลัวคำตอบมากกว่า
“อย่าให้ความไม่เชื่อใจมาทำร้ายคนที่มึงรักนะเว้ยไอ้เมฆ” ฟีฟ่าก็เตือนเขาอีกคน
“หึ กูรักไง กูถึงเป็นแบบนี้ แต่จัสมิน..” เขากระดกเหล้าเข้มๆ เพื่อดับอารมณ์ที่คุกรุ่นขึ้นมาเมื่อนึกถึงต้นเหตุ
ดินคว้าแก้วเหล้าของเมฆไป ก่อนจะชงปริมาณเหล้าที่เข้มกว่าเดิมแล้ววางลงที่เดิม
“เอ้า แดกเข้าไป”