หลังจากที่พาขวัญฝืนใจนั่งทานสเต็กราคาแพงเข้าไปได้ไม่กี่คำ ความเงียบในห้องก็เริ่มทำงานจนเธอนึกประหม่า คิริณที่ทำเป็นตรวจเอกสารอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบมองท่าทางเกร็งๆ นั้น ก่อนจะวางปากกาลง
"ทำไมทานน้อยจัง ไม่ถูกปากเหรอ?"
"เปล่าค่ะ... แต่งานยังไม่เสร็จ ขวัญกลัวจะทำคะแนนฝึกงานพังน่ะค่ะ"
เธอตอบพลางเอื้อมมือจะไปหยิบโน้ตบุ๊กมาพิมพ์ต่อ แต่ด้วยความรีบร้อน มือดันไปปัดโดนแก้วน้ำเปล่าจนเกือบล้ม คิริณไวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอไว้ทันที
"ซุ่มซ่าม... ถ้าคอมพิวเตอร์พัง เอกสารผมเสียหาย เธอต้องฝึกงานชดเชยที่นี่ไปตลอดชีวิตนะ รู้ไหม?"
"ขวัญขอโทษค่ะ... ขวัญจะรีบทำเดี๋ยวนี้"
คิริณถอนหายใจยาว
"เลิกทำหน้าเหมือนผมจะกินหัวเธอได้แล้ว พาขวัญ รีบทานให้หมดก่อนค่อยทำ ผมไม่ใช่ยักษ์ใช่มารขนาดนั้น"
คิริณลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะหยิบลูกอมรสนมยี่ห้อโปรดของเขา โยนลงบนโต๊ะอาหารหน้าเธอ
"ทานซะ จะได้มีสมองทำงานต่อ. แล้วเย็นนี้ไม่ต้องกลับเอง ผมมีงานนอกสถานที่ เธอต้องไปเป็นผู้ช่วยผม"
"งานนอกสถานที่เหรอคะ? แต่ขวัญต้องกลับไปทำรายงานส่งอาจารย์นะ...
"รายงานนั่น เดี๋ยวผมเซ็นรับรองให้เองว่าเธอมาเรียนรู้งานด้านนอกด้วย... เตรียมตัวไว้ 5 โมงเย็น รถผมจอดรอที่หน้าบริษัท อ่อ เเล้วคุณช่วยไปเตรียมเอกสารตามนี้ ให้ผมด้วย สำคัญมากห้ามขาดเเม้เเต่คำเดียว เเล้วอย่าลืมอ่านด้วยหละเวาลคู่ค้าผมถาม คุณจะได้ตอบถูก "
"สั่ง สั่ง สั่ง สั่งอย่างเดียวเลย นี่เด็กฝึกงานนะคะ ไม่ใช่ลูกจ้างในบริษัท เธอบ่นอุบอิบไม่พอใจ เเล้วหิ้วถุงขยะออกไปทิ้งข้างนอก
เ มื่อพาขวัญรวบช้อนและเดินออกจากห้องไปทิ้งถังขยะข้างนอกพร้อมรอยยิ้มจางๆ คิริณก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วนวดขมับตัวเองเบาๆ เมธาเลขาของเขาเดินเข้ามาพอดีพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน
"สั่งอาหารมาซะเยอะเชียวครับท่านประธาน ไหนว่าอยากแกล้งให้เธอหิวจนร้องไห้ไงครับ?"
เมธาเเกล้งเเซวเจ้านายหนุ่ม จนเขาหน้าตึงใส่
"เงียบไปเลยเมธา... เดี๋ยวไปเตรียมรถ ผมจะเอาพาขวัญ ไปเรียนรู้ฝึกงานคุยงานด้วยกับลูกค้าด้วย"
"เเต่เธอเพื่งมาฝึกงานวันเเเรกนะครับ เกรงว่าจะทำให้เสียเรื่อง สำคัญที่เราจะคุยกับอีกฝ่าย"
"ไม่มีเเต่ครับ ผมสั่งคุณก็เเค่ทำตาม ก็พอ"
"ครับๆ "
เลขาวัยกลางคนหมุนตัวออกจากห้อง ทิ้งให้พาขวัญนั่งอ้าปากค้าง เเต่จะว่าไปพี่คิริณที่เข้มเหมือนกันนะเนี่ย "
ตัดภาพมาที่บ่ายสามโมง บนรถหรูเต็มไปด้วยความเงียบ คิริณนั่งอ่านข้อมูลบางอย่างอยู่ในไอเเพดของเขา ส่วนพาขวัญตัวนั่งเกร็งอยู่ข้างๆ
"ไมต้องตื่นเต้น งานวันนี้แค่ไปฟังข้อเสนอเบื้องต้น หน้าที่ของเธอคือจดประเด็นสำคัญ และห้ามเผลอหลับตอนคู่ค้าพรีเซนต์ก็พอ"
โห.. ไหนคุณคิริณครับ พาขวัญคงจะเรียนรู้มาบ้างเเล้วเเหละ เธอคงไม่ทำให้คุณคิริณขายหน้าหรอก"
"ขวัญจะพยายามไม่ทำให้คุณคิริณขายหน้าค่ะ"
เเต่เหตุการณ์มันไม่ง่ายเหมือนที่พวกเขาคาดคิด
เมื่อฝ่ายคู่คาพูดจาดูถูกพาขวัญว่าเป็นเเค่เด็กฝึกงานกระจอกๆ
คิริณวางปากกาลงช้าๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า "
ผมพาคุณพาขวัญมาในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่ผมไว้วางใจที่สุด ถ้าคุณคิดว่าความสามารถของคนของผมไม่คู่ควรกับงานนี้ ผมว่าเราคงคุยเรื่องสัญญาพันล้านนี่ต่อลำบาก"
เมธารีบเสริมทัพด้วยการส่งเอกสารตัวเลขที่พาขวัญเตรียมมา
"นี่ครับ ข้อมูลเชิงลึกที่คุณพาขวัญเตรียมไว้ ผมว่ามันตอบโจทย์ที่คุณสงสัยได้ชัดเจนนะครับ"
ฝ่ายคู่ค้าของเขาพิจาราใหม่อีกครั้งก็เห้นว่าสิ่งที่พาขวัญเตรียมมามันดีมาก ขนาดเธอยังเรียนไม่จบยังทำได้ดีขนาาดนี้เลย
"ทางเราต้องขอโทษคุณคิริณ เเละน้องพาขวัญด้วยครับ ไม่ติดเลยนะครับ ว่าเป็นเเค่เด็กฝึกงานยังทำได้ดีขนาดนี้ เอาเป็นว่าทางเราตกลงที่จะร่วงมานกับคุณคิริณนะครับ "
"ขอบคุณครับ งั้นก็เซ็นสัญญากันเลย "
เมธาเปิดกระเป๋าหยิบเอกสารออกมาสองชุด ให้อีกฝ่ายเซ็น เเละคิริณเจ้านายตนเซ็น
"เรียบร้อยเเล้วผมขอตัวกลับก่อนครับ "
คิริณร่ำลากับอีกฝ่าย เเล้วขอตัวกลับ เพราะนี่ก็เย็นมากเเล้ว เขาไม่ชอบรถติดเอาซะเลย
"แหม วันนี้เธอทำดีมากนะพาขวัญ
บอสครับ... แบบนี้ต้องมีรางวัลปลอบขวัญพนักงานใหม่หน่อยไหมครับ?"
คิริณถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
งั้นก็เอาโบนัสเดือนนี้ไปก็เเล้วกัน นะ"
พาขวัญดีใจเเทบกรี้ดเเตก "จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะพี่คิริณ"
อุ้บ ?? เธอเผลอเรียกเขาว่าพี่ จะโดนดุไหมนะ ..
"อ้าว สองคนนี้รู้จักันเหรอครับ เห็นเรียกคุณคิริณว่าพี่ "
เมธาเอ่ยถามด้วยความงงงัน "
"อย่ายุ่งน่า เมธาไม่ใช่เรื่องของเลขา "
คิริณบ่ายเบี่ยงที่จะตอบเลขา ของเขา เพราะนี่มันเรื่องส่วนตัว