อัคคี...
"ขอโทนะครับ ตรวจเลือดตรงนี้ใช่มั้ยครับ" ผมเอ่ยถามนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ตอนนี้เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรสักอย่าง เหลือผมสุดท้ายแล้วที่ยังไม่ได้ตรวจเลือด
"ใช่... ค่ะ"
"..."
ตึก ตัก ตึก ตัก
เหมือนกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุน เข็มนาฬิกาได้หยุดเดิน คนตรงหน้าที่ผมยืนมองตาไม่กระพริบอยู่ในเวลานี้ เป็นคนคนเดียวที่ทำให้ผม...
"ไอ้อัค! ไอ้อัคคี! ไอ้เชี้ยอัคคี!!!!!!!!!!" เสียงตะโกนของไอ้พวกเพื่อนซี้ทั้งสามคนทำให้ผมและคนตรงหน้าต้องละสายตาออกจากกัน
"พวกมึงสามคนจะตะโกนทำเชี้ยไรวะ!" ผมตะคอกพวกมันกลับก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอที่เบือนหน้าไปมองทิศทางอื่น ทำราวกับว่าไม่อยากมองหน้าผมอย่างไรอย่างนั้น
"ถ้าพวกกูไม่ตะโกนเรียก มึงก็คงยืนเป็นอนุสาวรีย์ที่นี่แล้วล่ะ เรียกตั้งนานไม่หัน ไม่หือไม่อือ" เสียงไอ้เทอร์โบที่ยืนอยู่ข้างผมพูดขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างผม
"ต้องขอโทษว่าที่คุณหมอคนสวยด้วยนะครับ พอดีเพื่อนผมมันกลัวเข็มฉีดยาน่ะ เลยยืนทำใจนานไปหน่อย" ไอ้พายุพูดกับคนตรงหน้าติดตลกพลางเขย่าไหล่ผมไปมา ขณะที่มันเองก็หย่อนก้นนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่
"มึงรีบยื่นแขนให้น้องเขาสิวะ" ไอ้เหมันต์หัมาบอกผมก่อนจะหันไปพูดกับคนตรงหน้าต่อ ก่อนจะเดินไปหยิบเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินไปนั่งข้างคนตรงหน้าผม
"น้ำแข็งรีบ ๆ เจาะเลือดชั่วของมันออกที พวกพี่จะได้รีบไป" หืม? สองคนนี้รู้จักกันได้ยังไงวะ...
"มึงรู้จักเขาได้ไงวะเห อย่าบอกนะว่ามึงกับเขา..." ไอ้พายุจอมจุ้นกับไอ้เทอร์โบจอมเสือกถามไอ้เหขึ้นพร้อมกัน พลางทำสายตาเจ้าเล่ห์มองน้ำแข็งกับไอ้เหมันต์สลับกันไปมา ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะ แต่ทำได้แค่นิ่งไว้ไม่กล้าถาม
"เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังหลังจากที่เอาเลือดชั่วไอ้อัคออกแล้ว" ไอ้เหมันต์ไม่พูดเปล่าแต่เอื้อมมือมาจับแขนผมไปวางไว้บนขาตั้งเพื่อให้คนตรงหน้าได้เจาะเลือด โดยไม่ปล่อยให้ผมได้มีโอกาสทำใจ
"ไม่ต้องกลัวนะมึง พวกกูอยู่ตรงนี้คิก คิก" ไอ้เทอร์โบพูดเสียงกวน ๆ พร้อมกับหันไปหัวเราะคิกคักกับไอ้พายุ ขณะที่พวกมันสองคนเอื้อมแขนมาโอบไหล่ผมเอาไว้คนละข้าง ไอ้พวกบ้านี่...
"พวกมึงเงียบ ๆ ดิ๊ เขาต้องใช้สมาธินะ" เสียงไอ้เหดุไอ้สองตัวที่นั่งข้างผมจนพวกมันต้องเงียบลง จะว่าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะที่ผมได้มองหน้าเธอใกล้ ๆ แบบนี้ เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย... สวยขึ้นแล้วก็น่ารักขึ้นมากด้วย...
"เจ็บนิดเดียวนะคะ" เสียงหวานเอ่ยกับผมพลางเงยหน้ามาสบตาและส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้ารัดสายยางกับแขนของผม มือนุ่ม ๆ เอื้อมมาสัมผัสแขนผมเบา ๆ พลอยทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เคยเดินจับมือกัน...
"เจ็บกว่านี้ก็โดนมาแล้วครับ แค่นี้ไม่ตายหรอกว่าที่คุณหมอ" ผมกระตุกยิ้มมุมปากให้คนตรงหน้าก่อนจะส่งสายตายียวนให้เธอ แต่แล้วบางอย่างที่ทิ่มลงมาบนแขนของผมก็ทำให้สะดุ้งโหยง น้ำตาเล็ด...
จึก!
เจ็บ!
ฉิบ!
หาย!!!!!!
"เวรแล้ว! ไอ้อัค! / ไอ้อัคคีอย่าตายนะมึง!"
เวลาผ่านไป...
น้ำแข็ง...
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่ห้องพยาบาลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แปลกใจใช่ไหมล่ะว่าทำไม ก็มีคนเป็นลมเพราะฉันน่ะสิ เพื่อน ๆ เลยให้ฉันดูแลเขาจนกว่าจะพื้น ฉันก็เลยอดเข้าแลปไปด้วย นอกจากจะไม่ได้ช่วยเพื่อน ๆ ทำสรุปตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ฉันยังต้องมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีก เฮ้อ!
"โตจนป่านนี้แล้วยังกลัวเข็มอีก ไหนบอกแค่นี้ไม่ถึงตายไง หึ เป็นลมซะงั้นพ่อคนเก่ง" ฉันหันไปพูดกับคนบนเตียงที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะเขาทำให้ฉันเสียเวลา
"ฉันได้ยินนะ" แต่แล้วเสียงทุ้มของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น ทำให้ฉันที่นั่งเฝ้าอยู่ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ดีแล้วแหละที่เขาฟื้นขึ้นมา
"ฟื้นแล้วก็ดี ฉันไปล่ะ"
หมับ!
"ว๊ายย! ปล่อยนะ!" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหันหลังให้ คนที่นอนอยู่ก็คว้าข้อมือฉันเอาไว้ก่อนจะกระชากให้ล้มลงบนตัวเขาที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของฉันที่ตอนนี้นอนทับร่างเขาเอาไว้นั้นห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดใบหน้าของฉันอยู่ทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา กลิ่นที่ฉันคุ้นเคย...