2

884 Words
อัคคี... "ขอโทนะครับ ตรวจเลือดตรงนี้ใช่มั้ยครับ" ผมเอ่ยถามนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ตอนนี้เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรสักอย่าง เหลือผมสุดท้ายแล้วที่ยังไม่ได้ตรวจเลือด "ใช่... ค่ะ" "..." ตึก ตัก ตึก ตัก เหมือนกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุน เข็มนาฬิกาได้หยุดเดิน คนตรงหน้าที่ผมยืนมองตาไม่กระพริบอยู่ในเวลานี้ เป็นคนคนเดียวที่ทำให้ผม... "ไอ้อัค! ไอ้อัคคี! ไอ้เชี้ยอัคคี!!!!!!!!!!" เสียงตะโกนของไอ้พวกเพื่อนซี้ทั้งสามคนทำให้ผมและคนตรงหน้าต้องละสายตาออกจากกัน "พวกมึงสามคนจะตะโกนทำเชี้ยไรวะ!" ผมตะคอกพวกมันกลับก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอที่เบือนหน้าไปมองทิศทางอื่น ทำราวกับว่าไม่อยากมองหน้าผมอย่างไรอย่างนั้น "ถ้าพวกกูไม่ตะโกนเรียก มึงก็คงยืนเป็นอนุสาวรีย์ที่นี่แล้วล่ะ เรียกตั้งนานไม่หัน ไม่หือไม่อือ" เสียงไอ้เทอร์โบที่ยืนอยู่ข้างผมพูดขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างผม "ต้องขอโทษว่าที่คุณหมอคนสวยด้วยนะครับ พอดีเพื่อนผมมันกลัวเข็มฉีดยาน่ะ เลยยืนทำใจนานไปหน่อย" ไอ้พายุพูดกับคนตรงหน้าติดตลกพลางเขย่าไหล่ผมไปมา ขณะที่มันเองก็หย่อนก้นนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ "มึงรีบยื่นแขนให้น้องเขาสิวะ" ไอ้เหมันต์หัมาบอกผมก่อนจะหันไปพูดกับคนตรงหน้าต่อ ก่อนจะเดินไปหยิบเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินไปนั่งข้างคนตรงหน้าผม "น้ำแข็งรีบ ๆ เจาะเลือดชั่วของมันออกที พวกพี่จะได้รีบไป" หืม? สองคนนี้รู้จักกันได้ยังไงวะ... "มึงรู้จักเขาได้ไงวะเห อย่าบอกนะว่ามึงกับเขา..." ไอ้พายุจอมจุ้นกับไอ้เทอร์โบจอมเสือกถามไอ้เหขึ้นพร้อมกัน พลางทำสายตาเจ้าเล่ห์มองน้ำแข็งกับไอ้เหมันต์สลับกันไปมา ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะ แต่ทำได้แค่นิ่งไว้ไม่กล้าถาม "เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังหลังจากที่เอาเลือดชั่วไอ้อัคออกแล้ว" ไอ้เหมันต์ไม่พูดเปล่าแต่เอื้อมมือมาจับแขนผมไปวางไว้บนขาตั้งเพื่อให้คนตรงหน้าได้เจาะเลือด โดยไม่ปล่อยให้ผมได้มีโอกาสทำใจ "ไม่ต้องกลัวนะมึง พวกกูอยู่ตรงนี้คิก คิก" ไอ้เทอร์โบพูดเสียงกวน ๆ พร้อมกับหันไปหัวเราะคิกคักกับไอ้พายุ ขณะที่พวกมันสองคนเอื้อมแขนมาโอบไหล่ผมเอาไว้คนละข้าง ไอ้พวกบ้านี่... "พวกมึงเงียบ ๆ ดิ๊ เขาต้องใช้สมาธินะ" เสียงไอ้เหดุไอ้สองตัวที่นั่งข้างผมจนพวกมันต้องเงียบลง จะว่าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะที่ผมได้มองหน้าเธอใกล้ ๆ แบบนี้ เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย... สวยขึ้นแล้วก็น่ารักขึ้นมากด้วย... "เจ็บนิดเดียวนะคะ" เสียงหวานเอ่ยกับผมพลางเงยหน้ามาสบตาและส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ก่อนจะก้มหน้ารัดสายยางกับแขนของผม มือนุ่ม ๆ เอื้อมมาสัมผัสแขนผมเบา ๆ พลอยทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ ที่เคยเดินจับมือกัน... "เจ็บกว่านี้ก็โดนมาแล้วครับ แค่นี้ไม่ตายหรอกว่าที่คุณหมอ" ผมกระตุกยิ้มมุมปากให้คนตรงหน้าก่อนจะส่งสายตายียวนให้เธอ แต่แล้วบางอย่างที่ทิ่มลงมาบนแขนของผมก็ทำให้สะดุ้งโหยง น้ำตาเล็ด... จึก! เจ็บ! ฉิบ! หาย!!!!!! "เวรแล้ว! ไอ้อัค! / ไอ้อัคคีอย่าตายนะมึง!" เวลาผ่านไป... น้ำแข็ง... ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่ห้องพยาบาลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แปลกใจใช่ไหมล่ะว่าทำไม ก็มีคนเป็นลมเพราะฉันน่ะสิ เพื่อน ๆ เลยให้ฉันดูแลเขาจนกว่าจะพื้น ฉันก็เลยอดเข้าแลปไปด้วย นอกจากจะไม่ได้ช่วยเพื่อน ๆ ทำสรุปตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ฉันยังต้องมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีก เฮ้อ! "โตจนป่านนี้แล้วยังกลัวเข็มอีก ไหนบอกแค่นี้ไม่ถึงตายไง หึ เป็นลมซะงั้นพ่อคนเก่ง" ฉันหันไปพูดกับคนบนเตียงที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะเขาทำให้ฉันเสียเวลา "ฉันได้ยินนะ" แต่แล้วเสียงทุ้มของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น ทำให้ฉันที่นั่งเฝ้าอยู่ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ดีแล้วแหละที่เขาฟื้นขึ้นมา "ฟื้นแล้วก็ดี ฉันไปล่ะ" หมับ! "ว๊ายย! ปล่อยนะ!" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหันหลังให้ คนที่นอนอยู่ก็คว้าข้อมือฉันเอาไว้ก่อนจะกระชากให้ล้มลงบนตัวเขาที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของฉันที่ตอนนี้นอนทับร่างเขาเอาไว้นั้นห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดใบหน้าของฉันอยู่ทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา กลิ่นที่ฉันคุ้นเคย...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD