ค่ำของวันนั้น ที่ไร่อัครโยธิน คุณสาโรจน์กำลังจ้องมองลูกสาวคนสวยด้วยความสงสัย
โมเน่ต์รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เธอทำตัวไม่ค่อยถูกที่โดนพ่อหมายตาอยู่แบบนี้ โมเน่ต์ตักข้าวเข้าปากอย่างกระอักกระอ่วนใจ “คุณพ่อขาาาา…จะจ้องโมอีกนานมั้ย กินข้าวไมร่อยเลยค่ะ”
โมเน่ต์ทำท่าอ้อนเพื่อเอาตัวรอด “ถามจริงๆ วันนี้ลูกไปไหนมา ”
คุณสาโรจน์ หลี่ตามองอย่างสงสัยมากขึ้น “เอิ่ม…โมไปสมัครงานมาค่ะ ”โมเน่ต์ยิ้มหวานให้พ่อ
“สมัครงาน นี่พ่อเลี้ยงลูกได้ไม่ดีหรือ ทำไมต้องไปหางานทำข้างนอกด้วย งานในไร่เราออกจะเยอะแยะ เงินพ่อก็ให้เราทุกเดือน ยังไม่พออีกหรอ” คุณสาโรจน์ทำหน้างอนลูกสาว
“พอค่ะ แต่โมก็อยากจะเห็นโลกภายนอกบ้างไรบ้าง นะคะพ่อ โมสัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวเย็นกับพ่อทุกวันเลย นะคะๆๆ”โมเน่ต์ออดอ้อนสุดตัว
คุณสาโรจน์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ รีบทำใจเพราะลูกสาวดื้อขืนยืดเยื้อต่อคงได้มีงอนกันแน่ๆ“เอาเถอะ…งั้นก็ทำตามที่พูดไว้ให้ได้ก็แล้วกันนะ ยังไงห้ามไปลูกก็ไม่ฟังอยู่ดีนั่นแหละ”
คุณสาโรจน์ลูบหัวทุยสวยของลูกสาวเบาๆด้วยความห่วงใย
โมเน่ต์ยิ้มหวานกอดพ่อแน่น “ขอบคุณนะคะคุณพ่อที่เข้าใจลูกสาวคนนี้ รักพ่อที่สุดเลยค่ะ”
ที่ไร่อิทธิเดชในตอนนี้ ซันเองก็กำลังนั่งมองดวงจันทร์อยู่ที่ริมหน้าต่าง เขานั่งเอนกายรับสายลมเย็นในยามดึก จู่ๆใบหน้าของโมเน่ต์แม่เลขาสาวสวย ก็โผล่เข้ามาในความคิดของเขา
ซันรีบสะบัดหน้าเพื่อเรียกสติกลับมา “จะบ้า…จู่ๆก็คิดถึงแม่เลขาน่าเกลียดคนนั้นขึ้นมา บรึ้ย…ไม่เอาหรอก ใครจะบ้าเอาคนพันธุ์นั้นมาทำเมียได้ลง ไม่มียางอายสักนิด หึ”
ในขณะที่ปากยังปฏิเสธ แต่ดูเหมือนร่างกายจะสวนทางกัน แก่นกลางกายมันแข็งทื่อ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ “เฮ้ย…ไม่ ไม่จริง ไอ้หนอนทรยศเอ้ย…พ่อหักคอซะดีมั้ย”
เสียงบ่นพึมพำทำเอาคนที่กำลังนั่งอยู่อีกริมระเบียงติดกัน ต้องชะโงกหน้ามาดู “เอ้าเฮ้ย…ไอ้น้องชาย เป็นอะไร ได้ยินเสียงทะเลาะกับหนอนรึไง หนอนที่ไหนกัน” พี่เกมส์ทำหน้าสงสัย พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้าที่เป้ากางเกงของน้องชาย ที่ในตอนนี้มัน ขึ้นลำใหญ่ยาวเต็มพิกัด ผะงาดแอบซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้าบางๆนั่น
ซันตกใจเมื่อเห็นว่าพี่ชายจะรู้สาเหตุต้นตอของหนอนตัวนั้นแล้ว ซันรีบเอามือใหญ่ทั้งสองข้างปิดหนอนยักษ์เอาไว้ทันที พี่เกมส์หัวเราะก๊ากออกมาดังลั่น จนไอ้เสกที่กำลังเดินผ่านมาต้องหยุดดูเหตุการณ์นั้นอย่างตั้งใจ
“ห้าห้าห้า หนอน หนอนที่ไหนกันครับคุณเกมส์ ตัวมันคงเล็กนุ่มนิ่มน่าดู ใช่มั้ยครับ ห้าห้าห้า”เสกที่ไม่ได้รู้เบื้องลึกอะไร พูดแทรกขึ้นมาด้วยความขำตามเจ้านายและความสอดรู้เท่านั้นเองทำเอาเจ้าซันถึงกับหน้าแดงก่ำขึ้นมา
“ไอ้เสก…ไปเลยนะ…รีบๆไป ”เจ้าซันปาขวดครีมบำรุงผิวลงไปใส่ไอ้เสก ไอ้เสกรีบหลบอย่างไว “โอ๊ะ…อะไรกัน คุณซันก็แค่เรื่องหนอน ทำเสกขนาดนี้เลยหรือขอรับเจ้านาย”
พี่เกมส์หัวเราะก๊ากอย่างไม่ยั้ง เจ้าซันรีบไล่ตะเพิดไอ้เสกต่อด้วยความเขินอาย“ไป๊…หนอนที่ไหนว่ะ อนาคอนด้าชัดๆ”
ไอ้เสกวิ่งหางจุกตูดไปด้วยความมึนงง “อะไรว่ะ จากหนอนกลายมาเป็นอนาคอนด้าได้ไง งงนะเนี้ย เจ้านายเขาพูดถึงเรื่องอะไรกัน”
ไอ้เสกเกาหัวเดินไปอย่างมึนงง พี่เกมส์หัวเราะไม่หยุดจนเจ้าซันต้องรีบเดินกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูเอาไว้ด้วยความหงุดหงิด
เช้าวันใหม่ เวลา07.30นาที โมเน่ต์รีบเดินเข้ามาในออฟฟิต เจ้าซันพึ่งตื่นนอนพอดี หันหน้าไปทางจอมอนิเตอร์ที่ต่อเข้ากับกล้องในห้องออฟฟิต เขาลืมตาขึ้นมา เห็นว่าโมเน่ต์กำลังนั่งดูเอกสารในการทำงานอยู่
ใบหน้าที่สวยงาม หันมาทางกล้องพอดี “หุ่นเซ็กซี่เป็นบ้าเว้ย แต่เสียดายไร้ยางอายฉิบ ไม่งั้นล่ะก็…หึ”ซันรีบสะบัดหัวเรียกสติตัวเอง
แก่นกลางกายเขาแข็งขยายใหญ่ขึ้นมา เจ้าซันรีบลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อช่วยตัวเองในทันที ใบหน้าที่สวยเซ็กซี่ของโมเน่ต์ผุดขึ้นในหัวเขาในระหว่างที่ทำภารกิจอยู่ เขาทั้งหงุดหงิดทั้งเสียวไปพร้อมๆกันจนสุดท้ายเขาก็รู้สึกโล่ง
08.00นาที เจ้าซันรีบเดินลงมาที่ออฟฟิตก่อนใครเขา โมเน่ต์รีบยืนขึ้นเมื่อเห็นเจ้าซันเดินเข้ามา มือใหญ่ปิดประตูห้องลงกลอนเอาไว้แน่น โมเน่ต์เห็นเขาทำอย่างนั้นก็ตกใจ
“นี่คุณจะทำอะไร”โมเน่ต์ถามเสียงสั่นเล็กน้อย เจ้าซันเดินเข้ามาใกล้ มือใหญ่ดึงเอวคอดของโมเน่ต์เข้ามาชิดกับตัวเขา สายตาคมดูดุจ้องมองใบหน้าสวยของเธออย่างสงสัย
“บอกผมมาพี่สาว คุณมาทำอะไรกันแน่”เสียงทุ้มดูเข้มขึ้น ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอให้ได้
โมเน่ต์ขมวดคิ้วชนกัน แหงนใบหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด
“ไร้ยางอาย กล้ามองจ้องตากับหนุ่มๆแบบนี้ทุกคนมั้ยเนี้ย น่ารังเกียจ”เสียงในหัวของเจ้าซันดังขึ้น ก่อนที่ร่างใหญ่จะผลักเธอออกจนเธอล้มลงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่แทน
“เอาวะ ก็เข้ามาเพื่อเข้าหาเขาอยู่แล้วนี่ เป็นไงเป็นกัน ฉันต้องอยู่เพื่อเอาชนะใจเขาให้ได้”โมเน่คิดในใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“นี่คุณ ถึงคุณจะเป็นนายจ้าง แต่คุณก็ควรให้เกียรติฉันบ้างนะคะ ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานค่ะ ไม่มีเจตนาอื่นไดแอบแฝง…เอิ่ม…เลย”!!!
โมเน่ต์แอบขัดนิ้วที่ด้านหลัง เจ้าซันเห็นผ่านกระจกเงา เขากัดฟันกรามแน่น ถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆสาวแล้วโน้มตัวลงมา ตาต่อตาฟันต่อฟันกับผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยู่ตรงหน้า “ตอแหล”
คำนี้หลุดจากปากเจ้าซัน โมเน่ต์เลือดขึ้นหน้าทันที เธอหน้าแดงก่ำ เจ้าซันยิ้มกระตุกที่มุมปากสองสามทีแล้วเดินออกมาหน้าตาเฉยชาสุดๆ
สองมือเล็กของโมเน่ต์กำหมัดแน่น “นี่ฉันชอบผู้ชายแบบนี้ได้ไง ป่าเถื่อนสุดๆ”โมเน่ต์นั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ แล้วหลับตาพริ้มสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง
ก็มีเสียงเดินเข้ามาอีก โมเน่ต์ตกใจนึกว่าเจ้านายคนอื่นๆ เธอรีบกระเด้งตัวยืนขึ้นพร้อมรับคำสั่ง แต่พอหันมาก็เห็นเป็นเจ้าซันคนเดิม
โมเน่ต์ใจสั่นระริก ยืนมองเขานิ่งทื่อ เจ้าซันขมวดคิ้วอย่างแรงทำหน้ายักษ์ใส่สาว จนเธอเริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว
เจ้าซันคว้ามือเรียวเล็วของเธอ แล้วดึงลากฉุดเธอออกมาจากออฟฟิตทันที
“นี่คุณ…ปล่อยฉันนะ คุณจะพาฉันไปไหน”โมเน่ต์พยายามแกะมือใหญ่ออกจากพันธนาการ แต่ดูเหมือนยิ่งแกะยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเจ็บที่ข้อมือขึ้นไปอีก
“ก็อยากทำงานไม่ใช่หรอ เดี๋ยวฉันจะพาพี่สาวไปทำงานไงค้าบบ หรือว่าพี่สาวไม่สู้งานเสียแล้ว หึ จะลาออกเลยมั้ยล่ะ…”เจ้าซันทำหน้ากวนประสาทท้าให้เธอรีบลาออกไป!!!