“แต่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วนะครับ นั่นมันก็เรื่องของรุ่นพ่อๆแม่ๆ ไม่เกี่ยวกับรุ่นของเรา”
เจ้าซันดึงข้อมือพี่สาวให้มายืนข้างหลังเขา โมเน่ต์นิ่งเงียบ กำมือเจ้าซันแน่น
ไม่นานเสียงรถสองคันก็แล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ คุณศาสตราและคุณดาวประกายเดินมาด้วยกัน
รีบเดินเข้าไปขวางเด็กๆเอาไว้ “เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว นี่เอ็งยังไม่เคยคิดที่จะปล่อยวางบ้างหรือไงไอ้สาโรจน์ ”
เสียงเข้มดูมั่นคง สายตาดุนิดหน่อยจ้องมองอดีตเพื่อนรักด้วยความคาดหวังเล็กน้อย
“ใช่แล้ว พี่สาโรจน์ ครั้งนั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นแหละ”คุณดาวประกายเอ่ยสายตาอ้อนวอนอดีตคนเคยคุยกัน(บ้าง)
“ถึงยังไงข้าก็ไม่มีวันให้อภัยพวกเลวๆอย่างตระกูลอิทธิเดชของพวกเอ็งหรอก ความแค้นมันฝังลึกเว้ย…”
คุณสาโรจน์ทำหน้าดุเมื่อเจอสองคน คู่กรณีเมื่อครั้งอดีต
“คุณพ่อคะ แต่ซันเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะคะ ”โมเน่ต์เอ่ยอย่างอ้อนวอนผู้เป็นพ่อ
“ไม่ต้องเลยคุณโม มานี่…”คุณสาโรจน์รีบเดินมาดึงแขนลูกสาวให้กลับมาอยู่ที่หลังเขา
เจ้าซันดึงแขนพี่สาวเอาไว้แน่น แต่โดนคุณสาโรจน์ตีเข้าที่แขนสุดแรง จนเจ้าซันรู้สึกเจ็บ “ไม่เป็นไรนะคุณซัน ยังไงโมก็จะหาทางไปเจอซันให้ได้”โมเน่ต์รีบให้คำสัญญากับเจ้าหมาเด็ก
ซันถึงได้ยอมปล่อยมือจากโมเน่ต์ คุณสาโรจน์ชี้ปลายกระบอกปืนใส่ตรงอกเจ้าซัน “ไป๊…กลับไปซะ ก่อนที่จะไม่เหลือลมหายใจกลับออกไป แล้วอย่าได้คิดที่จะแอบมาพบลูกสาวข้าอีก ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน ไป…ขึ้นบ้านกับพ่อ”
เจ้าซันยึกยัก อยากจะรั้งพี่สาวเอาไว้ แต่คุณศาสตราและคุณดาวประกาย เข้าขวางเอาไว้ก่อนเพราะกลัวจะเกิดเหตุการ์ณที่ไม่คาดคิดขึ้นกับลูกชาย
“แต่…พ่อครับ”“อื้ม…พ่อเข้าใจ แต่ไว้คราวหลังแต่ตอนนี้ไฟกำลังลุกอย่าเอาน้ำมันไปราดเพิ่มเลย กลับไปตั้งหลักคิดหาทางออกให้ดีกว่านี้ก่อน นะ เชื่อพ่อเถอะ”
ไอ้เสกสตาร์ทรถรอ คุณดาวประกายรีบดันหลังลูกชายให้เดินไปขึ้นรถ เจ้าซันยอมเดินไปแต่โดยดี
ที่ในบ้านโมเน่ต์กำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องนอนคนเดียว เสียงเคาะประตูดังหลายที “ลูกโม เปิดให้พ่อหน่อย พ่อไม่ได้กีดกันลูกนะ แต่พ่อแค่ยังทำใจไม่ได้จริงๆ เรื่องบางเรื่องมันก็พูดได้ยากจริงๆ”
เสียงคุณสาโรจน์ดูเศร้าลง คนในห้องก็ยังคงเงียบสนิท ไม่มีเสียงตอบกลับแต่อย่างได พวกคนใช้มองขึ้นมาอย่างสงสารเจ้านายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
คุณสาโรจน์ถอดใจ เดินกลับห้องนอนตัวเอง โมเน่ต์ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเข้านอน
ไฟในห้องดับลงมืดไปหมด คืนนี้พวกคนงานถูกจัดเวรยามหนาแน่นขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะบริเวณตรงห้องของโมเน่ต์
โมเน่ต์กำลังนอนหลับตาแต่แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้น “กริ้ง กริ้ง ”โมเน่ต์หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นเบอร์แปลกๆโทรเข้า นิ้วมือเรียวรีบกดรับสายทันที“ค่ะ…โมเน่ต์ค่ะ”“พี่สาวครับ…ผมคิดถึงที่รัก”น้ำเสียงคนพูดดูเศร้ามากๆจนเธอต้องแอบหน้าแดงเกือบจะร้องไห้ออกมา
“ซัน…โมก็คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ คุณทำอะไรอยู่หรอคะ”เสียงหวานๆเป็นห่วงเป็นใยแฟนเด็กเอามากๆ
เจ้าซันยิ้มดีใจนอนกอดผ้าห่มผืนใหญ่หน้าซุกใต้ผ้าห่มเอาไว้“ก็กำลังนอนคิดถึงที่รักนี่ไงครับ ผมคิดถึงพี่สาวใจแทบขาดอยู่แล้ว”
เสียงทุ้มหวานออดอ้อนฟังดูออกปนเศร้า โมเน่ต์ยิ้มเบาๆน้ำตาคลอ“พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ”เจ้าซันขมวดคิ้วชนกัน“คุณจะมาได้หรือ ผมคิดว่าพ่อคุณคงไม่ให้มาแน่ๆ”
“ไปได้ค่ะ คุณพ่อคงจะแยกออกเรื่องงานเรื่องส่วนตัว แต่คุณพ่อก็ไม่รู้ว่าโมทำงานที่ไร่”
เจ้าซันยิ้มออกมาทันที“งั้นพรุ่งนี้คุณมาแต่เช้านะครับ ผมคิดถึงใจจะขาดแล้ว”“โอเครค่ะ โมจะรีบไปนะคะ”
เสียงมือถือถูกวางสายไป โมเน่นอนยิ้มอย่างมีความสุขใจก่อนจะนอนหลับไป
เจ้าซันนอนกอดหมอนหลับตาสนิท รู้สึกสุขใจขึ้นกว่าเดิมบ้างเล็กน้อย
เช้าของวันใหม่ ที่ไร่อิทธิเดช ยัยส้มโอมาเยือนแต่เช้า เสียงรถคันงามยี้ห้อดังบีบแตร ปลิ้นๆหน้าบ้าน ไอ้เสกรีบวิ่งไปโบกรถให้
ยุบยิบรีบวิ่งขึ้นไปรายงานพี่เกมส์ทันที เสียงเคาะประตูดังขึ้น สามที ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณเกมส์ๆคะ คุณส้มโอมาค่ะ คุณเกมส์”เสียงเรียกเบาจนแทบจะกลายเป็นกระซิบอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน
เมื่อพี่เกมส์ได้ยินว่า คุณส้มโอมา ทำเอาเขาตาสว่างทันที“จะมาทำไมวะ เออๆรู้แล้วให้เขานั่งรอที่ชั้นร่างนั่นแหละ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไสหัวกลับไปสะ”เสียงที่ดุดันเหมือนรำคาญใจสุดๆดังตะโกนออกมาจากในห้อง
ยุบยิบกำหัวหงิกๆ เดินลงมาด้วยความสับสนในใจว่าจะไล่คุณส้มโอให้กลับไปดีหรือจะบอกให้รอต่อไป
ในขณะที่ยัยส้มโอ กำลังเดินลงจากรถ รถเก๋งคันสีแดงกุหลาบก็วิ่งเข้ามาจอดข้างๆกัน ยัยส้มโอมองตาจิกเข้าไปข้างใน ยืนกอดอกรออย่างมั่น
ร่างเล็กๆที่สวยงามก้าวลงจากรถ เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะยิ่งกว่ายัยสัมโอซะอีก
ความอิจฉาก็เริ่มต้นขึ้นในทันที “แหม๋ 6.20นาที พนักงานนี่ทำงานเก่งเนอะ มาก่อนเวลาตั้งเป็นชั่วโมงๆอีก”คำพูดเสียดสีปนดูถูก ออกมาจากริมฝีปากแดงฉานราวกับเหงือกปลา
โมเน่ต์ถอนลมหายใจออกแรงๆหันมาส่งยิ้มหวาน“ฉันไม่ได้เป็นแค่พนักงานนี่คะ เพราะลูกชายบ้านนี้ก็เป็นของฉัน ไม่ใช่แค่ตัวนะคะ รวมถึงหัวใจของเขาด้วย” โมเน่ต์เอ่ยออกมาน้ำเสียงหวานหูใบหน้ายิ้มสดใสแบบอวดนิดหน่อย
ยัยส้มโอปรี้ดแตก“แกหมายถึงใคร อย่าร่านให้มันมากเดี๋ยวจะไม่มีที่ให้ยืนหายใจ”ยัยส้มโอข่มขู่ฟ่อๆสายตาร้ายกาจมองจิกสาวโมสุดสวย
โมยิ้มหวานชายตามองยัยส้มโอนิดหน่อย มือก็หอบกองเอกสารลงจากท้ายรถ “ใครชอบโม โมก็หมายถึงคนนั้นแหละค่ะ คุณหนู”
ตอบแบบอวดอย่างมั่นใจ แต่ความหมายก็มีแค่เจ้าซันคนเดียวที่เป็นเจ้าของหัวใจ แต่ยัยส้มโอก็คิดไปไกล คิดว่าหมายถึงพี่เกมส์สุดหล่อของนางด้วย “นี่…นังโม กลับมานี่นะ”
ยัยส้มโอรีบเดินจิกโมเน่ต์ทันที “นังโม…แกหมายความว่าไงที่พูดน่ะ หยุดนะ”
วินเนอร์เดินลงมาพอดี เห็นยัยส้มโอตามจิกโมเนต์เข้ามา วินเนอร์ยืนมองจากบนบันไดส่ายหัวเบาๆด้วยความไม่ชอบนิสัยของยัยส้มโอมากๆ
โมเน่ต์รีบเดินเข้าออฟฟิศไปแต่ยัยส้มโอก็ยังตามจิกไม่เลิก วินเนอร์เดินกลับขึ้นไปเคาะประตูห้องของเจ้าซัน
“ซัน ไอ้ซันตื่น เมียแกมาแล้วโดนยัยส้มโอตามจิกอยู่”เจ้าซันสะดุ้งทันที เขารีบลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้ววิ่งออกมาเห็นวินเนอร์ยืนหยักไหล่ให้ ส่งซิกบอกว่าทั้งสองอยู่ในออฟฟิศ !!!