โมเน่ต์ที่ตั้งใจอ่อยเจ้าซันอยู่ เกิดรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา คลายจะหน้ามืด เพราะเธอใส่น้ำยาล้างห้องน้ำเยอะเกินไป
“โอ๊ะ…”เสียงร้องเบาๆ ร่างเล็กเซล้มลงนั่งที่พื้นห้องน้ำที่ยังเปียกอยู่ เจ้าซันได้ยินเสียงล้ม จึงรีบหันมาดู เห็นพี่สาวล้มท่าทางไม่สู้ดี จึงรีบลุกเดินเข้าไปดูทันที
“นี่…พี่สาว…หน้าซีดจัง นี่คุณเป็นอะไรไป ”เจ้าซันรีบเข้าพะยุงร่างเล็ก หน้าตาดูกังวลมากๆโดยที่เขาก็เผลอลืมตัว
“ฉันเวียนหัว หายใจไม่ออก”คำว่าหายใจไม่ออก ทำให้เจ้าซันนึกถึงการผายปอดออกมาทันที
“ผายปอด ผมจะผายปอดให้คุณเดี๋ยวนี้”เจ้าซันกำลังจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากบาง
โมเน่ต์ตาถะลึงโตขึ้นทันที มือเรียวเล็กรีบปิดปากหนานุ่มของเขาเอาไว้ได้ทัน เจ้าซันชะงักไป หน้าแดงก่ำขึ้นมา
“ไม่ต้อง…แค่คุณพาฉันออกไปที่ๆอากาศถ่ายเทสะดวกก็พอแล้วค่ะ ผายปอดยังไม่ต้อง”
ได้ยินแบบนั้นเจ้าซันก็ถึงกับไปไม่เป็น รีบอุ้มพี่สาวออกมาทันที แต่ด้วยความที่พื้นห้องน้ำมันลื่น ทำให้เจ้าซันลื่นถไลพาพี่สาวล้มลงทันที
เจ้าซันใช้ร่างกายของตัวเองรับร่างน้อยๆของพี่สาวเอาไว้ โมเน่ต์เองก็รีบใช้มือน้อยๆของเธอ ช้อนรองรับหัวทุยของเขาเอาไว้ได้ทัน หัวของเจ้าซันจึงไม่กระแทกพื้น
ริมฝีปากของทั้งสองคน ประกบกันอย่างแม่นยำทันที ร่างเล็กๆนอนก่ายอยู่บนร่างใหญ่ของเขาแบบแนบชิด
ทั้งสองยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต่างคนต่างนิ่งไม่ยอมขยับตัว สายตาของโมเน่ต์เริ่มยั่วยวนเจ้าหมาเด็กอย่างชัดเจน “โอ้แม่เจ้า…ฉันจะไม่ยอมพลาดเลยล่ะ แบบนี้มันต้องอ่อยแบบต่อเนื่อง”
เสียงคิดในหัวของโมเน่ต์ เจ้าซันจ้องมองเข้าไปในดวงตาพี่สาวลึกซึ้ง แก่นกลางกายเขามันเริ่มผงาดขึ้นลำใหญ่ “ไม่นะ…ผมจะควบคุมมันไม่ได้แล้ว ได้โปรดพี่สาวลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” ถึงเจ้าซันจะพูดแบบนี้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิด
แต่สองแขนเขามันก็โอบรอบเอวคอดของพี่สาวแน่น เขาจ้องมองพี่สาวนิ่ง ไม่มีทีท่าจะผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
โมเน่ต์เริ่มไม่แน่ใจ ว่าจะไปต่อหรือจะพอแค่นี้ดี บรรยากาศมันตึงไปหมด “ไม่ไหวแล้ว ถอยก่อนดีกว่า”เมื่อคิดได้แบบนั้น โมเน่ต์ก็รีบขยับตัวจะลุกขึ้น
แต่เจ้าหมาเด็กที่ตอนนี้แพ้เสียงในใจของเขาแล้ว มือใหญ่รีบดึงรั้งร่างเล็กๆเอาไว้แน่น
ริมฝีปากหนาเริ่มบดขยี้ปากบางอย่างเร่าร้อนทันที เสียงทุ้มต่ำครางกระเส่าในลำคอแกร่ง “อ่า …”
โมเน่ต์ตกใจเพราะไม่คิดว่าเจ้าหมาเด็กมันจะเล่นด้วย
แต่ในขณะที่โมเน่ต์กำลังตกใจอยู่นั้น เธอก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเนินที่อวบอูมของเธอ โดนท่อนเอ็นใหญ่เบียดเสียดสี ขยับขึ้นลงอย่างสัมผัสได้ชัดเจนสุดๆ
ร่างสาวเสียวสะท้าน โมเน่ต์แอ่นรับแรงเบียดของท่อนเอ็นอย่างรู้จังหวะ สองหนุ่มสาวเริ่มควบคุมสถานะไม่อยู่
ร่างใหญ่พลิกร่างเล็กลงขึ้นคล่อมทันที เสียงจูบปากดูดกลืนจ้วบจาบเป็นจังหวะอันเร่าร้อน
แต่แล้วทั้งสองก็ต้องสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อจู่ๆเสียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก “ไอ้เจ้าซัน… อยู่ในห้องรึป่าว ”เสียงเข้มจากพี่เกมส์ดังขึ้นหน้าประตู
ขายาวๆก้าวเข้ามาในห้องอย่างไว แบบเสียมารยาท ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของพี่วินเนอร์ ด้านหลังยังมีเหล่าคนใช้อีกหนึ่งขบวนตามเข้ามาติดๆ
เจ้าซันได้ยินเสียงแล้ว แต่มันยังหยุดตอนนี้ไม่ได้ แต่ในจังหวะที่ทุกคนเดินมาจะถึงฝั่งห้องน้ำ โมเน่ต์ก็รีบหยุดเขาทันที
เจ้าซันดูไม่ค่อยพอใจนัก แต่เขาก็ต้องลุกขึ้นแต่ในจังหวะนั้นทั้งสองก็ลื่นล้มลงอีก ร่างทั้งสองนอนทับกัน พวกพี่เกมส์ก็เข้ามาเจอพอดี
ทุกคนตกใจ อึ้งไปชั่วครู่ โมเน่ต์ที่ได้สติก่อนเพื่อนก็รีบลุกขึ้น เจ้าซันรีบลุกขึ้นตาม
“ไอ้ซัน แกทำอะไรวะ”เสียงพี่เกมส์ดุขึ้นอย่างไม่พอใจ ซันหยักไหล่ไปที “คุณเลขามาล้างห้องน้ำ แล้วจะเป็นลม ผมเข้ามาช่วย แล้วลื่นล้ม พอดีพี่ก็เข้ามานี่ไง ผมจะทำอะไร”
เจ้าซันตอบหน้าตาเฉย ทุกคนมองที่โมเน่ต์เป็นตาเดียว โมเน่ต์ทำท่าทางอายนิดหน่อย“เอิ่ม…ใช่ค่ะ โมเวียนหัวใส่น้ำยาเยอะไปหน่อย”
มือข้างหนึ่งปัดผมที่บังหน้าออก ทุกคนก้มลงมองที่พื่นห้องน้ำเห็นว่ามีน้ำยาล้างห้องน้ำเต็มไปหมด และกลิ่นน้ำยาก็ฉุนจริงๆ ทุกคนก็ยิ้มออกมาอย่างโล่ง
“พวกเราก็คิดว่า พวกคุณกำลัง…จะปะกึ้ยๆกันอยู่ แฮร่ๆ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง”ยุบยิบยิ้มแหย๋ๆเพราะเป็นคนบอกทุกคนว่า ทั้งสองกำลังทำอย่างว่าอยู่ในห้อง
พี่เกมส์และวินเนอร์หันไปจ้องสาวใช้อย่างเอาเรื่อง ยุบยิบรีบวิ่งหนีออกไปทันที เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไป โมเน่ต์ก็รีบขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
พี่เกมส์กับวินเนอร์หันมาจ้องมองน้องชาย อย่างสงสัย แต่เจ้าซันก็ยักไหล่ให้แล้วเดินมาส่งพี่ๆที่ประตูห้องอย่างบังคับให้รีบออกไป
พอทุกคนออกไปแล้ว เจ้าซันก็รีบเข้าห้องน้ำเปิดน้ำฉีดล้างคราบกลิ่นเหม็นฉุนของน้ำยาออกทันที
เจ้าซันรีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็มานั่งคิดทบทวนเรื่องที่เกินควบคุมเมื่อครู่
“มันเกิดขึ้นได้ไงวะ ผู้หญิงแบบนั้น ที่ฉันจะยอมเสียความบริสุทธิ์ให้ หึ…ไม่มีทาง”แต่พอในหัวผุดภาพที่ได้แนบชิดเสียดสีกัน ก็ทำเอาเจ้าซันถึงกับร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที
“อะไรวะ กูบ้าไปแล้วหรือไง หึ…”เจ้าซันคว้ากุญแจรถจิ๊บคันสีดำวาว แล้วรีบลงจากบ้านขึ้นขับรถออกไปอย่างไว
โมเน่ต์ที่ยืนแอบมองอยู่ ถึงกับเม้มปากตัวเอง ด้วยความหลากหลายในอารมณ์
วินเนอร์สังเกตเห็นอาการของโมเน่ต์ แต่เขาก็เงียบไม่พูดหรือว่าอะไร เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ ของมนุษย์โลกนี้อยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ถึงพวกเจ้านายจะไม่ได้ติดใจหรือว่าอะไร แต่พวกคนใช้มันก็เอาไปพูดกันสนุกปาก ทำให้เรื่องมันถึงหูของคุณศาสตรา และคุณดาวประกายอย่างรวดเร็ว
“อะไรนะ หนูโมกับเจ้าซันแอบกินกันในห้อง”เสียงย้ำถามจากปากคนเป็นแม่ ถามย้ำด้วยความไม่มั่นใจ
คุณศาสตราขมวดคิ้วชนกัน หันมาบอกเมียให้หยุดย้ำเสียที
“เอาเถอะๆแม่ดาว พวกคนใช้มันก็บอกอยู่ว่าเจ้าซันกับหนูโมน่ะ เขาเอากันแล้ว”
คุณดาวประกายทำหน้างอใส่คุณศาสตราเล็กน้อย แต่แกก็ยิ้มกว้างออกมา
“ไหนๆเรื่องมันเป็นยังไงนะ เล่ามาให้หมด ”พอได้รับคำสั่งจากเจ้านาย พวกสาวใช้ก็เล่ามาจนหมดเปลือกมีใส่สีแต่งแต้มบ้างนิดหน่อย
“เอาแบบนี้ งั้นก็ให้คนไปสืบมา ว่าหนูโมเนี้ย เขาเป็นลูกเต้าใคร บ้านอยู่ที่ไหน เพราะถ้าไอ้เจ้าซันมันรักหนูโมจริงๆ พ่อนี่แหละจะเป็นคนไปสู่ขอให้ ด้วยตัวของพ่อเอง!!!!”