สร่างเมา

1693 Words
ทั้งคู่มาถึงที่ร้าน PASS295 BAR เวลาเกือบเที่ยงคืน ที่นี่เป็นร้านของคุณหมอภาส[1]ญาติผู้พี่ของเตชิน ชายหนุ่มจึงได้สิทธิพิเศษนั่งดื่มในห้องวีไอพีโดยที่ไม่ต้องจอง ไม่ว่าลูกค้าจะต่อคิวกันเยอะแค่ไหน “นายจองห้องไว้เหรอ” ดารินถาม ในตอนที่ก้าวเข้ามาในร้าน เธอเห็นว่าคนแน่นมาก แล้วเตชินจะไปเอาห้องนี้มาได้อย่างไร หากจองคงโดนยกห้องให้คนอื่นไปแล้วกระมัง ดึกขนาดนี้เพิ่งมาถึง แต่ก็เขามันคนมีเงิน มีสิทธิพิเศษเธอจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก “หล่อก็งี้แหละ” เตชินไหวไหล่ คนแน่นขนาดไหนก็มักจะมีห้องหนึ่งว่างไว้เสมอ โดยเฉพาะคืนนี้ที่ไม่ว่าจะเป็นเฮียภาสหรือเฮียไนท์ก็ต่างนอนกอดลูกเมียอยู่บ้าน ห้องนี้จึงไม่โดนใช้งานบ่อยเช่นเมื่อก่อนตอนที่เฮีย ๆ เขายังโสดแล้ว “เกี่ยวอะไรกับหล่อ” ดารินเบ้หน้าพลางหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่หรูหรา บริกรกำลังนำเหล้ายี่ห้อหายากราคาแพงมาเสิร์ฟให้เตชินอย่างรู้ใจ เขาคงมาที่นี่บ่อยสิท่า ดารินคิดในใจ “คุณผู้หญิงรับอะไรดีครับ” “เอาเหมือนเขา” ดารินตอบง่าย ๆ ไม่เรื่องมาก เธอดื่มอะไรก็ได้ทั้งนั้น แถมนาน ๆ จะได้ดื่มวิสกี้ราคาแพงขนาดนี้ จะต้องหาสั่งอย่างอื่นมาอีกทำไมกัน เมื่อรับแก้วมาหญิงสาวยกขึ้นละเลียดจิบสัมผัสรสชาติแล้วทำหน้าพึงพอใจ ของแพงมันดีแบบนี้สินะ “วันนี้ต้องการบริการพิเศษไหมครับคุณเต” บริกรหนุ่มเอ่ยถามน้องชายเจ้าของร้าน ทุกครั้งที่เตชินมาต้องมีเรียกบริการพิเศษตลอดแต่วันนี้มีผู้หญิงมาด้วยจึงไม่มั่นใจนัก ถ้าสองคนนั่งใกล้กันสักนิดเขาคงไม่ถาม นี่เล่นนั่งคนละฝั่งห่างกันเป็นโยชน์บริกรหนุ่มจึงคิดไปว่าหญิงสาวอาจไม่ใช่คู่ควงของเตชิน “ไม่ต้อง ออกไปได้แล้วไป” เตชินปฏิเสธแล้วไล่ทุกคนออกจากห้อง เขาต้องการความเป็นส่วนตัวและดูแลตัวเองได้ บริกรออกไปพร้อมล็อกห้องให้เสร็จสรรพ นานหลายนาทีหลังจากนั้นชายหนุ่มกวักมือเรียกหญิงสาวที่นั่งห่างกับเขาเป็นโยชน์ให้เข้ามาใกล้ “เดียร์.. ลุกมานี่” “หืม?” ดารินเลิกคิ้วมองหางตา ทว่าก็ไม่ได้สนใจจะลุกไป เธอยกแก้วขึ้นดื่มต่อก่อนจะพึมพำด่าแฟนเก่าหน้าปลาบู่สันดานปลาไหลไปด้วย “ไข่ก็เล็ก พุงก็ใหญ่ ผอมแห้งแรงน้อย หน้าตาก็งั้น ๆ แต่สันดานเสื_กจัญไร!” จากพึมพำคนเดียว ดารินก็ตะโกนเสียงดังในประโยคท้าย ทำเอาคนนั่งตรงกันข้ามสะดุ้งตกใจ “เฮ้ย! เธอด่าใครวะ” เตชินขมวดคิ้วมุ่น ช่วยไว้แท้ ๆ ยังมาด่ากันเฉย ยายบ้าเอ้ย! จากที่ปากกรรไกรอยู่แล้ว ยิ่งเมาปากยิ่งหมาฉิบหายผู้หญิงอะไรวะ ก่นด่าดารินในใจเพราะขี้เกียจจะเถียงมากเดี๋ยวเสียบรรยากาศ เห็นว่าเพิ่งอกหักมาหรอกนะเลยหยวนให้ “นายคิดว่าตัวเองหน้าตายังไง” เธอถามเตชินก็ตอบทันควัน “หล่อ... หล่อมาก” คนมั่นหน้าตอบหน้าตาย “เออ ก็ใช่ไง ถึงนิสัยจะแย่แต่นายหล่อ เพราะฉะนั้นฉันไม่ได้ด่านาย เข้าใจ๊!” เธอพูดแล้วกระดกเหล้าเข้าปากต่อ “เออ แล้วไป” เตชินหลุดหัวเราะเบา ๆ ถึงยายนี่จะปากร้ายแต่ก็เป็นคนจริงใจดี เขายกเหล้าขึ้นจิบบ้างสายตาคมทอดมองใบหน้าสวยมั่นของดารินทุกขณะที่เธอบ่นไปตามประสา “ฉันนะอุตส่าห์มองข้ามเพราะคิดว่าคนหน้าตาธรรมดาแบบมันนิสัยจะดี แต่ที่ไหนได้ ไอ้บ้าเอ้ย! รู้งี้ไปคบกับพวกหล่อรวยงานดียังคุ้มกว่า เสียดายกีฉิบ แม่งปวดใจ!” เตชินถึงกับสำลักจนน้ำพุ่งกับประโยคห่าม ๆ จากปากหญิงสาว ถึงเขาจะไม่ใช่พวกโลกสวยฟังคำหยาบคายไม่ได้ หากไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้ยินคำกล่าวถึงใต้สะดือจากดาริน “ยายบ้า พูดอะไรวะ” เตชินขำพรืดอีกครั้งเมื่อโดนดารินส่งค้อนให้ เขาเรียกเธออีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวน้ำตาคลอเบ้าคล้ายจะร้องไห้ “ลุกมา” “อะไรนะ” “บอกให้ลุกมานี่ไง” “หึ ไม่อะ” หญิงสาวไม่ทำตาม เธอเงยหน้ากะพริบตาไม่ให้น้ำตาไหล ไม่อยากเสียน้ำตาให้ไอ้หน้าปลาบู่เฮงซวยนั่นอีก เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดารินก็นั่งหลังตรงอกผายไหล่ผึ่งเชิดหน้าคอตั้ง นั่งลอยหน้าลอยตาจิบวิสกี้และโยกย้ายเบา ๆ ตามเสียงเพลง เรียกว่าเปลี่ยนอารมณ์ได้ทันทีทันใด “เป็นไบโพลาร์ป่าววะ” เตชินพึมพำกับตัวเอง มองหญิงสาวอึ้ง ๆทว่าปากกลับยิ้มขำ เรียกก็ไม่มา หยิ่งฉิบหาย! “เออ ลุกเองก็ได้วะ” สุดท้ายชายหนุ่มก็เลือกที่จะลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวยาวติดกับหญิงสาว แรงส่งจากคนตัวโตที่ทิ้งตัวลงมาทำให้โซฟาเด้งขึ้นจนร่างเล็กกระดอน เหล้าที่ดารินถืออยู่หกรดเสื้อเธอทันใด “โอ้ย เตชิน!” ดารินแหวลั่น เธอกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนพลางปัดน้ำออกจากชุดเดรส โชคที่ที่เป็นผ้าเนื้อลื่นมันวาวไม่ได้ดูดซับน้ำมากจึงไม่เปียกเท่าไหร่ “หืม.. โทษที ทำไมไม่วางวะ ถือไว้ทำหอกอะไร” เตชินรีบลุกตาม แขนยาว ๆ เอื้อมผ่านหน้าหญิงสาวไปหยิบทิชชู จังหวะนั้นหญิงสาวที่เริ่มเมาก็เซเล็กน้อยเพราะจะเบี่ยงตัวหลบให้ชายหนุ่มหยิบของ แขนเรียวคว้าไหล่กว้างเป็นหลักยึดไม่ให้ล้ม วงแขนกำยำของชายหนุ่มก็ตวัดกอดเอวคอดกลมกลึงไว้ทันใด ใบหน้าของสองหนุ่มสาวใกล้กันในระยะที่ต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน นัยน์ตาคมลึกล้ำสบมองนัยน์ตากลมหวานที่กำลังฉ่ำเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ที่โถมดื่มเข้าไปไม่ขาดสาย จังหวะนั้นเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างทำใบหน้าทั้งสองค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหากันอัตโนมัติ ปลายจมูกห่างกันเพียงแค่เส้นขนบาง ๆ ขวางกั้น “หล่อชะมัด” ดารินคิดในใจ แต่ปากเธอพึมพำออกไปตามใจคิดเสียงเบาหวิวทว่าคนที่อยู่ใกล้กันกลับได้ยินชัดทุกคำ นัยน์ตาเขาพราวระยับมุมปากหยักยกยิ้มจาง ๆ ท่าทางพวกนั้นทำก้อนเนื้อในอกหญิงสาวเต้นแรงมาก ในช่องท้องวูบวาบ หน้าร้อนขึ้นอีกหลายระดับ เริ่มแยกไม่ออกว่าเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเพราะความชิดใกล้ เธอเผลอเอียงหน้าในองศาที่พอดีราวกับมีมนต์สะกดจากนัยน์ตาดำคู่นั้น เกือบจะเผยอปากจูบเขาอยู่แล้วเชียว หากฉับพลันเป็นชายหนุ่มที่ผละตัวออกห่าง “เมาก็นั่ง เดี๋ยวเช็ดให้” เตชินว่าพลางนั่งลงแล้วเช็ดกระโปรงชุดเดรสสั้นที่เปียกอย่างหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำดารินหน้าเหวอค้างกลางอากาศที่เผลอตัวเผลอใจให้ความหล่อร้ายของเขา เกือบทำเรื่องบัดสีผิดผีไปแล้วเชียว ไม่รู้อะไรดลใจเธอ โคตรอาย! “เอ่อ.. ไม่เป็นไร เช็ดเองก็ได้ ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ดารินที่อายจนหน้าชา วางหน้าไม่ถูก แทบจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้ เธอหมุนตัวจะเดินออกประตูไปหาห้องน้ำข้างนอก แต่โดนเตชินเรียกไว้ “ในห้องนี้มีห้องน้ำส่วนตัว ทางนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงราบเรียบ พเยิดหน้าบอกเธอให้รู้ว่าประตูห้องน้ำอยู่ตรงไหน ดารินหน้าเหลอหลา เธอพยักหน้ารับแล้วรีบหมุนตัวเข้าห้องน้ำไป “เอ๋อชะมัด” เตชินส่ายหน้าเบา ๆ มองตามแผ่นหลังบอบบางที่ก้าวไว ๆ หายไปก็อดยกยิ้มไม่ได้ “เป็นบ้าอะไรเนี่ยยายเดียร์! ของขาดจนเบลอเลยเหรอ” ดารินต่อว่าตัวเองแล้วกวักน้ำล้างหน้าให้สร่าง เธอคิดว่าคงเป็นเพราะความเมาถึงได้ทำอะไรแบบนั้นลงไป หลายนาทีกว่าดารินจะเสร็จธุระแล้วเดินกลับออกมา ร่างบอบบางหย่อนกายลงนั่ง หากไม่ใช่ที่โซฟาตัวเดิมเพราะเตชินยังนั่งอยู่ตรงนั้น วงแขนกำยำอ้ากว้าง วางพาดพนักพิงโซฟา มืออีกข้างถือแก้ววางอยู่บนหน้าขาที่นั่งไขว่ห้าง ท่าทางเขาดูทั้งเซ็กซี่ทั้งกร้าวใจในคราวเดียวกัน เตชินเป็นผู้ชายที่หล่อชะมัด มีความเป็นบุรุษเพศเต็มร้อย ไม่แปลกหากใครอยู่ใกล้เขาแล้วจะเผลอตัวเผลอใจ แต่ใครที่ว่าไม่ควรเป็นเธอ! “ไปนั่งนั่นทำไม มานั่งนี่สิ” ชายหนุ่มเรียก ทว่าดารินปฏิเสธ “หึ ไม่เป็นไร ฉันนั่งนี่แหละ” ไม่ทันจบคำดารินต้องเบิกตากว้างเมื่อร่างสูงลุกจากโซฟาตัวนั้นมานั่งเบียดข้างกายเธออีกครั้ง หญิงสาวเบี่ยงตัวออกห่างทว่าโดนมือหนารั้งเอวคอดไว้ “ทำอะไรของนาย” “ยังเมาอยู่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แววตาลึกล้ำที่มองมาทำดารินหายใจติดขัด “ยัง เอ้ย! หะ หายแล้ว ไม่เมาแล้ว งั้นฉันกลับเลยดีกว่า” เมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูกและเดาความคิดของคนตรงหน้าไม่ได้หญิงสาวเลยกะว่าจะชิ่งหนีกลับก่อน แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะมือที่รั้งเอวเธอกอดแน่นกว่าเดิมจนไม่สามารถลุกหนีได้ “สร่างแล้วเนอะ” [1] จากเรื่อง เมียลับหมอมาเฟีย โดย กาแฟหอมกรุ่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD