การกระทำของทั้งคู่ทำเอาสองหนุ่มสาวตรงหน้าตาวาวโรจน์ ดนัยตาวาวด้วยความหึงหวงไม่พอใจ ส่วนหญิงสาวข้างกายเขากลับมองมาด้วยความอิจฉา ริษยาที่ดารินกลับเจอผู้ชายที่ดีกว่าอดีตแฟนที่เธอเพิ่งจะแย่งมาได้ ดนัยเทียบผู้ชายตรงหน้าไม่ติดแม้แต่เสี้ยวเล็บเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะมองด้านไหนเตชินก็ดีกว่า หล่อกว่า รวยกว่า ฉลาดกว่า ชาติตระกูลก็ดีกว่า
“อะไรกันเดียร์ ไอ้นี่ใคร!” ดนัยถามย้ำถึงสถานะของเธอกับเตชิน ดารินไม่ใช่คนที่จะรักใครหรือมีความสัมพันธ์กับใครง่าย ๆ เพิ่งเลิกกันไปเอง เธอคงไม่ได้คบกับเตชินไปแล้วหรอกใช่ไหม..
“ผัวใหม่” และคำตอบของหญิงสาว ทำเอาทุกคนตกใจ
“อย่ามาโกหก!” ดนัยไม่เชื่อ เขาไม่มีทางเชื่อ
“เพื่อ?”
“ถ้ามีผัวใหม่ไปแล้วเดียร์จะมาตอแยนัทอีกทำไม คนอย่างเดียร์ไม่มีทางมีผัวใหม่เร็วขนาดนี้หรอก เราเพิ่งเลิกกันได้ไม่กี่วันเองนะ” ดนัยเริ่มโวยวาย เขาสะบัดแขนหญิงสาวข้างกายทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วตรงไปหาดารินหมายจะคว้ามือเธอ หากโดนเตชินหยุดไว้
“ถอยไป” เสียงทุ้มดุดัน เตชินผลักอกดนัยจนเซออกห่าง เตชินตัวสูงใหญ่กว่า พละกำลังก็มากกว่า ยิ่งความว่องไวและฝีมือการป้องกันตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากมีเรื่องกันดนัยเสียเปรียบเห็น ๆ
“เดี๋ยวนะ คนอย่างเดียร์? คนอย่างเดียร์มันทำไม ช่วยแหกตาดูสารรูปก่อนเลยนะนัท รูปร่างหน้าตาเดียร์ไม่ใช่ขี้ ๆ เด้อ ถ้าเทียบกันเดียร์เหมือนดอกฟ้าส่วนแกก็ไม่ต่างอะไรกับหมาขี้เรื้อนอนาถาที่โดนเจ้าของพาไปทิ้งวัดเลยเถอะนัท อย่างเดียร์ถ้าจะหาผัวใหม่สักคนสองคนไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ แค่ที่ผ่านมาเดียร์ไม่เคยหา ไม่คิดเปิดใจให้ใครเพราะให้เกียรติแฟนตัวเอง ทั้งที่นัทไม่มีอะไรเทียบกับเดียร์ได้เลยเถอะ อย่าให้ต้องสาธยายเดี๋ยวจะหาว่าดูถูก แล้วเดียร์จะมีผัวใหม่ก็ไม่ผิดเพราะเราเลิกกันแล้ว จะเลิกกันกี่วันก็เลิกกันแล้ว จะชั่วโมงเดียวหรือนาทีเดียวเดียร์ก็มีตอนโสด แต่นัทมีก่อนจะเลิกกับเดียร์ไง โคตรแทงกั๊กเลย ไอ้กร๊วกเอ้ย!”
“หายใจก่อน” เสียงกระซิบขันข้างหูทำให้ดารินต้องหยุดรัวปากแล้วรีบสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะรัวต่อเป็นชุด
“แล้วก็ช่วยสำเหนียกไว้ด้วย ว่าที่เข้ามาหาเนี่ย ไม่ได้จะมาตอแย แต่จะมาด่า จะมาดูขี้หน้าแฟนใหม่แกไง ไอ้ตอแหล อิดอก ตอแหลทั้งคู่ แค่หมั่นไส้โว้ย!” ก็เพราะยายแฟนใหม่คือคนที่ดนัยเคยบอกว่าแค่น้องที่ออฟฟิศ ไม่มีอะไร เธอได้เลื่อนขั้น เงินเดือนเพิ่มแล้วคงรู้สึกยิ่งใหญ่มากมั้ง ถึงกล้ามาทิ้งกัน เธอหมั่นไส้ตรงนี้ต่างหาก
ดารินรัวด่าจนสองคนนั้นหน้าเสียพูดไม่ออก จะใช้กำลังกับเธอก็ไม่ได้เพราะเตชินยืนคุมไม่ห่าง
ถึงจะมีสองคนเท่ากัน สี่มือสี่เท้าเท่ากัน แต่ดูจากรูปร่างและพลังกำลังยังไงฝั่งดนัยก็สู้ไม่ไหว กิตติศัพท์ของเตชินเลี่ยงลือเหลือเกิน ทั้งอารมณ์ร้อน พรรคพวกเยอะ บ้านรวย เส้นใหญ่ ทำอะไรก็ไม่เคยผิด ดารินก็ไม่น้อยหน้าไม่ว่าเรื่องใจร้อน สู้คน เป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลอีก อย่างเขาจะไปสู้อะไรได้ ดนัยจึงได้แต่ยินนิ่งเป็นใบ้เพราะไม่กล้าทำอะไร จนหญิงสาวข้างกายชักหงุดหงิด
“พี่นัท! ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยหรือไง!”
“เงียบเหอะน่าจอย!” ดนัยตะคอกกลับ แล้วก็ลากแขนหญิงสาวเดินหนีหายไปอย่างพ่ายแพ้ ไม่หันกลับมามองดารินและเตชินอีกเลย
“เหอะ ไอ้กาก!” ดารินด่าส่งท้าย เธอปล่อยแขนออกจากเอวของเตชินแล้วจะเบี่ยงตัวออกให้วงแขนแกร่งที่กอดไหล่เธออยู่หลุดออก ทว่าเตชินไม่คิดปล่อย
“นี่ การแสดงจบล่ะ ขอบใจ” เธอเหลือบมองใบหน้าหล่อที่สูงกว่าเธอเกือบไม้บรรทัด แล้วผลักอกเขาเบา ๆ พลางถอนหายใจ
นายนี่มันหล่อมาก ตัวก็หอมจนใจสั่น อยู่ใกล้นาน ๆ ไม่ดีแน่ เธอกับเขาเกลียดขี้หน้ากันจะตายชัก จะมาหลงความตัวหอมของไอ้หมอนี่ไม่ได้
“แค่เนี้ยะ?” เตชินเลิกคิ้วถาม
“แค่นี้คือ?”
“อุตส่าห์ช่วยเป็นไม้กันหมาให้ แค่ขอบใจง่าย ๆ แค่เนี้ยะนะ? เหอะ!”
“ก็ไม่ได้ขอร้องให้ช่วยป้ะ อย่าเยอะ” ดารินไม่คิดสนใจ เธอพูดจบก็ก้มถอดรองเท้าที่เหลือเพียงข้างเดียวทิ้ง เธอยอมเดินเท้าเปล่าดีกว่าต้องเก็บรองเท้าอีกข้างที่ใช้ปาหัวหมาอย่างไอ้ดนัยมาสวมใส่ต่อ ไม่อยากแปดเปื้อนเสนียดจัญไร
เตชินมองหญิงสาวที่เดินเท้าเปล่าออกไปแล้วก็ยิ้มขัน ยายบ้านี่กล้าที่จะเดินฝ่าดงผู้คนออกไปอย่างไม่คิดห่วงสวยเลยด้วยซ้ำ เขาจึงเดินตามเธอออกไปเช่นกัน ร่างสูงสาวเท้ายาว ๆ แค่ไม่กี่ก้าวเดินก็ตามทันแล้ว ขาเขายาวกว่าเธอมาก และวงแขนแกร่งก็คว้าคอเธอเอาไว้อีกครั้งจนดารินชะงักตกใจ
“นี่! เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นมากอดคอกันป้ะ แล้วก็ไม่ต้องแสดงละครเป็นไม้กันหมาให้แล้วด้วย ปล่อยไหม!”
“เธอทำให้ฉันอดกินสาวไม่รู้รึไง เพราะฉะนั้นเธอต้องชดใช้” เตชินก้มกระซิบชิดใบหูขาวเล่นเอาใบหน้าสวยร้อนผะผ่าว แก้มแดงปลั่ง
“นายจะได้หรือไม่ได้ใครมันเกี่ยวอะไรกับฉัน แล้วมองหน้าแบบนี้อย่าบอกนะว่าฉันต้องไปนอนกับนายชดใช้ที่นายไม่ได้นอนกับสาว สติเนอะ ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายน้ำเน่า เกลียดขี้หน้ากันจะตายชัก เอากันลงเหรอ หึ! ประสาทป้ะ!” ดารินด่ากราดเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองแต่เตชินดันไม่นึกอาย เขายังปล่อยหัวเราะขำ
“เธอคิดอะไร อย่างฉันเนี่ยนะจะเอาเธอ ฝันเหรอ ปากแบบนี้จูบไม่ลงหรอกนะจะบอกให้ แต่ที่บอกให้ชดใช้คือเธอต้องไปดื่มเป็นเพื่อนฉัน เพราะเธอทำให้ฉันหมดอารมณ์เอาตั้งแต่หน้าห้องน้ำแล้ว อ้อ.. ที่สำคัญ เมื่อกี้เธอก็ยืนเหยียบเท้าฉันด้วย เพราะฉะนั้นซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาชดใช้ให้ฉันซะ เข้าใจไหม”
คราวนี้เป็นดารินที่ยืนอึ้งหน้าเหวอ อ้าปากค้าง รู้อยู่หรอกว่าเตชินไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่เป็นสุภาพบุรุษสักเท่าไหร่ แต่ไม่คิดว่าปากจะยังแจ๋วขนาดนี้ ตอนเรียนว่าปากแซ่บแล้ว ตอนนี้ก็ยังคงคุณภาพอยู่ไม่จางหายไปตามกาลเวลาเลย ผู้ชายบ้าอะไร!
“นี่! ปากฉันออกจะสวย อวบอิ่มน่าจูบ ปากนายต่างหากล่ะ หมาไม่รับประทาน แล้วไอ้รองเท้านายน่ะ ฉันวางเท้าเปล่าไปเฉย ๆ เถอะ ไม่ได้ขยี้ มันไม่สึกหรอเลยสักนิด” ดารินก้มมองรองเท้าราคาหกหลักของเตชิน ให้ซื้อคู่ใหม่ชดใช้ ตอนนี้ในไทยจะหาได้ไหมเถอะ มันเป็นรุ่นลิมิติดด้วย เธอจำได้
“ไม่รู้แหละ แต่ตอนนี้เธอต้องไปดื่มเป็นเพื่อนฉันก่อน” เตชินไม่สนใจฟังคำบ่นก่นด่าของดาริน เขาถือวิสาสะกอดคอเธอแล้วพาเดินมาที่จอดรถ ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายของหญิงสาว แล้วไอ้มือที่ตีเขาหยิกเขาก็แรงเท่ามด คิดว่าหนังหนา ๆ แบบเตชินจะระคายเคืองรึไง
“เพื่อนนายไม่มีเหรอ ฉันไม่ไปโว้ย!”
“ก็เพื่อนเธอคาบไอ้โปรดไปแดกแล้ว ตอนนี้ฉันเหงา อย่าพูดมากดิเดียร์ ขึ้นรถไป!” ทั้งคู่มาถึงลานจอดรถวีไอพีพอดิบพอดี เตชินจับดารินยัดเข้ารถซูเปอร์คาร์ของตัวเองที่จอดอยู่
“ไม่ไปโว้ย! บอกว่าไม่ไป! แล้วรถฉันล่ะ” ดารินยังโวยวายไม่หยุด เธอจะลงจากรถแต่โดนเตชินชี้หน้าดุ
“ถ้าออกมา ฉันจะเอาเธอตรงนี้แหละ เกลียดขี้หน้าก็เอาได้นะบอกไว้ เอาถุงดำคลุมหน้าก็จบแล้ว” เจอเตชินขู่ดารินเลยยอมสงบแล้วนั่งนิ่ง ร่างสูงนั่งประจำหลังพวงมาลัย หลังจากนั้นก็ทะยานรถออกไป
“ไหนบอกจะดื่ม แล้วขับออกจากคลับทำบ้าอะไร” ทำไมไม่ดื่มที่เดิมดารินไม่เข้าใจ
“เบื่อ อยากไปนั่งร้านชิล”
“ร้านไหน”
“นั่งไปเงียบ ๆ เหอะน่า หุบปากสักสิบห้านาทีเถอะขอร้อง” เตชินกลอกตา คิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ลากยายนี่ออกมาดื่มเป็นเพื่อน
“พูดมากฉิบหาย ด่าก็เก่งเริ่มรำคาญแล้วเนี่ย จอดรถแล้วทิ้งไว้กลางทางเลยดีไหม” เตชินบ่น แต่เหมือนจะบ่นดังไปหน่อยดารินเลยรีบดักไว้
“ถ้าทิ้งฉันไว้กลางทาง สาบานว่าฉันฆ่านายตายคามือแน่เตชิน!”