“เดียร์... เดียร์!”
“หา.. ขา คะ” ดารินสะดุ้งตกใจหน้าเหลอหลา
“เป็นอะไรฮึ” เสียงทุ้มละมุนเรียกดารินหลายครั้งกว่าหญิงสาวจะขานรับ เธอเอาแต่ผินหน้ามองแจกันดอกไม้จนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอดไม่ไหว หลังนิ้วเรียวยาวยกขึ้นเคาะหน้าผากมนเบา ๆ หนึ่งทีเพื่อเรียกสติคนใจลอย
“ค่ะพี่เอ็ม ว่าไงคะ”
“ว่าไงอะไรล่ะ ใจลอยไปถึงไหนแล้วเรา” อัคราส่ายหน้าน้อย ๆ ให้รุ่นน้องสาว แววตาคมเจือเอ็นดูมากกว่าจะต่อว่า เขารับรู้ว่าดารินเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันหลายปีมาหยก ๆ จึงเป็นธรรมดาที่อาจจะยังไม่มีสมาธิทำงานเท่าไหร่
“ไหวไหมเรา ลาพักร้อนสักสองสามวันก่อนไหม”
“พักอะไร วีกก่อนเดียร์เพิ่งโดดงานไปเองนะ” ก็วันที่เธอโดนเล่นงานจนขาล้านั่นแหละ เธอจึงใช้วันลาทั้งที่แทบไม่เคยลาเลยหากไม่จำเป็น ดารินเป็นสายเที่ยวสายดื่มที่ไม่ว่าจะหนักแค่ไหนก็ยังมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเสมอ
แต่เพราะเตชิน... เขาเป็นคนทำให้อุดมการณ์ที่เคยปณิธานกับมารดาไว้ว่า ‘เมาแค่ไหนก็ต้องทำงานให้ไหว’ ของเธอพังทลายเพียงชั่วข้ามคืน
เพราะความเร่าร้อน แข็งแกร่งและรุนแรงดุดันของเขา ความเสียวซ่านจากพิศวาสทำเอาเธอไม่อาจต่อต้านและเคลิ้มตามจนเผลอตอบรับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
หญิงสาวเรียกสติกลับมาก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ มันใช่เรื่องที่จะต้องมาใจลอยคิดถึงไอ้บ้านั่นในตอนที่อัครากำลังปรึกษาเรื่องแพลนงานไหมเนี่ย
“งั้นก็มีสติหน่อยเดียร์ อกหักแค่นี้ไม่ตาย คนเก่งแบบเราพี่เชื่อนะว่าเราจะผ่านมันไปได้” อัคราให้กำลังใจรุ่นน้องสาว
“ถ้าเดียร์อยากลืมได้ไว เดี๋ยวพี่ช่วยดามใจให้ เอาไหม” อัครายังไม่วายปล่อยมุกหวานหว่านเสน่ห์ในแบบที่ทำเอาคนมองแก้มแดง
“อย่ามาทำเป็นเล่นไปนะพี่เอ็ม เดียร์เอาจริงขึ้นมาแล้วพี่จะหนาว” ดารินเย้า ถ้าไม่ติดว่าสนิทกันตั้งแต่วัยเยาว์จนนับถือกันเป็นพี่น้อง มีหรือเธอจะปล่อยให้เขารอดจากเงื้อมมือไปได้หรอก
อัคราเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของคุณอาคมหรือลุงอู๋ รุ่นพี่คนสนิทของมารดาของเธอที่ทำธุรกิจด้วยกันมาช้านาน เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทที่เธอกำลังทำงานอยู่ขณะนี้
เขาเข้ามารับช่วงต่อบริหารที่นี่แทนบิดาที่กำลังปลดเกษียณตัวเองจากหลายๆ กิจการในมือเพื่อส่งต่อให้ทายาท และดารินก็ต้องทำงานภายใต้การบริหารของอัคราในตำแหน่งหัวหน้าทีมสถาปนิก ควบด้วยรองประธานบริหารแทนมารดาของเธอเช่นเดียวกัน
อัคราเป็นหนุ่มโสดวัยสามสิบห้าที่เก่งกาจรอบด้าน หล่อเหลาและมีเสน่ห์เหลือล้น เขาเนื้อหอมมาก ทว่าเขี้ยวลากดิน และร้ายกาจ กระนั้นเขากลับเป็นพี่ชายที่แสนดีของดารินเสมอ ใจดีกับเธอกว่าใครทั้งนั้น ถ้าเป็นคนอื่นมานั่งใจลอยในตอนทำงานมีหวังได้โดนไล่ออกแหง ๆ
“ไปตรวจไซต์งานกับพี่ดีกว่า” อัคราปิดแฟ้มเอกสารแล้ววางไว้ มือแกร่งคว้าข้อมือเล็กของดารินพาเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปขึ้นรถ
ดารินหน้างอทันทีที่รู้ว่าต้องลากสังขารทั้งกายและใจที่ไม่ค่อยจะพร้อมไปไซต์ก่อสร้างเพื่อลุยแดดร้อน อาบเหงื่อต่างน้ำ หากก็ยอมเดินตามการลากจูงของอัตรา ไม่คิดคัดค้าน
อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ออกไปหาอะไรทำหน่อย ดีกว่านั่งตรวจเอกสารอยู่ออฟฟิศแล้วเผลอใจลอยจนฟุ้งซ่านอีก ทว่าที่อัคราไม่รู้คือน้องสาวคนนี้ไม่ได้ใจลอยคิดถึงแฟนเก่าเลยสักเสี้ยวใจ ตั้งแต่วันนั้นเธอดันเอาแต่ใจลอยคิดถึงใครอีกคนที่ไม่ควรคิดถึงเลยต่างหาก
มาถึงไซต์งานบ้านจัดสรรมูลค่าหลายพันล้านบาท อัคราตรวจงานได้ไม่นานก็ขอแยกตัวออกไปรับสายโทรศัพท์ ดารินจึงใช้เวลาตอนนั้นตรวจงานไปพลาง หญิงสาวแต่งกายด้วยกางเกงยีนพอดีตัวและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน รองเท้าผ้าใบที่เปลี่ยนจากส้นสูงมาใส่ก่อนจะเข้าไซต์งาน เธอมักแต่งกายกระฉับกระเฉงเช่นนี้ทุกวันที่เข้าทำงาน เพราะต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างแต่งสวยมากไม่ได้
หญิงสาวปีนขึ้นไปบนนั่งร้านเพื่อตรวจเช็กอะไรบางอย่าง ด้วยเพราะแดดช่วงบ่ายคล้อยที่ส่องลงมากระทบกับหลังคาทำให้สายตาคมดุจเหยี่ยวของหญิงสาวเห็นปัญหา เธอพบว่าในส่วนของตะเข้สันหลังคามุงไม่สนิทกัน และปูนที่อุดรอยต่อมันไม่เรียบร้อยเท่าที่ควรจะเป็น
“ลองตรวจเช็กกันดีรึยังคะ” ดารินปีนกลับลงมาก็เรียกหัวหน้าคนงานเข้าไปถาม เธอชี้จุดปัญหาแล้วก็ได้คำตอบไม่ต่างจากที่เธอคาด
“ตรวจแล้วสิ ลูกน้องผมทำงานดีแล้ว มุงไม่สนิทยังไง” หัวหน้างานก่อสร้างพูดติดกระแทกเสียงเล็กน้อย พร้อมทั้งถอนหายใจหงุดหงิด คำพูดคำจาไร้หางเสียง ต่างจากตอนคุยกับอัคราเป็นไหน ๆ
“งั้นก็ตรวจเช็กดูใหม่อีกรอบค่ะ ตรงนั้นมันมีตำหนิอยู่” เธอชี้จุดปัญหา หากปล่อยไว้แบบนี้โดยไม่ได้รับการแก้ไขทันที มีหวังลูกบ้านเข้าอยู่ไม่ถึงปีต้องมีปัญหาแน่ ๆ
“คุณไปนั่งเฉย ๆ ดีกว่าเป็นผู้หญิงจะไปรู้เรื่องอะไร รอคุณเอ็มมาเดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง” ชายวัยกลางคนมองว่าหญิงสาวตรงหน้าดูบอบบาง ท่าทางไม่น่าจะรู้เรื่องงานก่อสร้าง เป็นแค่สถาปนิกที่วาดแปลนออกแบบ นั่งตากแอร์สวย ๆ ในออฟฟิศ จึงไม่ได้คิดให้เกียรติอะไรมากนัก ซ้ำยังมองหญิงสาวด้วยสายตาแทะโลมจนดารินยกยิ้มหยัน
ดารินยกสองแขนขึ้นเท้าสะเอวทันใด หญิงสาวกำลังจะอ้าปากพูด ทว่ามีเสียงทุ้มหนักของอัคราดังแทรกมา
“คุณเดียร์เขาสั่งก็ทำ ไปตรวจใหม่” สายตาคู่คมดำสนิทจ้องมองหัวหน้าคนงานแน่นิ่ง เสียงทุ้มกร้าวบ่งบอกว่าเขากำลังไม่พอใจ
ชายวัยกลางคนได้ยินเช่นนั้นก็ละล่ำละลักพยักหน้าตบปากรับคำว่าจะไปตรวจเช็กทุกอย่างใหม่อีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าให้อัคราแล้วเดินจากไป ทว่ายังไม่วายได้ยินเสียงกระแทกลมหายใจหงุดหงิดและหางตาที่เหลือบมองดารินอย่างไม่ชอบใจอยู่แวบหนึ่ง
“เนี่ย ทำไมผู้ชายพวกนี้ถึงชอบดูถูกความสามารถของผุ้หญิงนักนะ น่าหงุดหงิดชะมัด ถ้าพี่เอ็มไม่เข้ามานะเดียร์จะด่าให้”
“ตัวเท่าลูกหมาไปด่าเขาในที่ที่มีแต่คนของเขาแล้วเป็นผู้ชายล้วน ๆ ไม่กลัวบ้างรึไงฮึ” อัคราลูบหัวดารินอย่างเอ็นดู แต่ดารินไหวไหล่ แบ๊กดีเสียอย่าง
“พี่เอ็มอยู่เดียร์จะกลัวอะไร”
“งั้นพอยัง ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม”
“หิวแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ขอเดียร์ไปดูในโซนครัวแป๊บหนึ่งนะ อยากรู้ว่าจะทำตามแบบที่วางไว้รึเปล่า” เจ้าของโครงการเป็นเพื่อนมารดาเธอ และโครงการนี้เธอเป็นคนออกแบบเองกับมือเลยอยากดูแลให้ดีที่สุด
อัคราเดินตามหลังดารินที่ก้าวยาว ๆ ไปเข้าทางหลังบ้าน ทว่ายังไม่ทันพ้นธรณีประตูก็มีแผ่นไม้ร่วงมาจากนั่งร้าน
“เดียร์ ระวัง!”
ตุ๊บ!
“ว้าย!”
“เดียร์!” อัคราวิ่งเข้าไปคว้าร่างบอบบางที่ล้มลงไปนอนกองกับพื้นหลังจากที่ไม้กระดานจากนั่งร้านตกลงมาใส่
เห็นหญิงสาวสลบเหมือด เสื้อเชิ้ตสีขาวเต็มไปด้วยเลือด อัคราไม่รอช้าอุ้มร่างของหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน ตะโกนให้ลูกน้องสตาร์ตรถแล้วก้าวยาว ๆ กึ่งวิ่งพาดารินขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด