“พูดมากจังวะ” ชายหนุ่มบ่น หากก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มพาเข้าห้องน้ำไป เขาช่วยจัดการทำความสะอาดจนเรียบร้อยถึงเธอจะดื้อดึงปฏิเสธ แล้วก็อุ้มเธอกลับมาวางหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“แต่งตัวเองนะ”
“เออ! สั่งอยู่ได้” ก็ไม่ได้ขอให้ช่วยทำให้หรือเปล่า
“เร็ว ๆ ล่ะ หิว” เตชินยังสั่งต่อ ชายหนุ่มยืนกอดอกมองดารินจนเธอแทบทำอะไรไม่ถูก ถามว่ายังอายอยู่ไหม ก็ไม่มากเพราะเธอกับเขาน่าจะเกินเลยกว่าคำว่าอายไปมากโขแล้วในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันดีด้วยซ้ำ
“หิวก็ไปหาไรกินสิ ใครห้าม” เธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาให้คนหามาให้ ส่วนชุดเก่าที่ซักรีดเรียบร้อยก็ใส่ถุงกระดาษวางไว้ให้แล้วเช่นกัน ไม่ได้ถามว่าเขารู้ไซซ์เธอได้อย่างไร โดยเฉพาะชุดชั้นใน แต่คนอย่างเตชินคงชำนาญพอจะกะของพวกนี้ได้สบาย เพราะเขาคงผ่านผู้หญิงมาเยอะ
“จะกินอะไร” เตชินถามเมื่อดารินแต่งตัวเสร็จ หญิงสาวชะงักแล้วหันมามองหน้าเขา
“กินอะไรล่ะ เราต้องคุยกันก่อน”
“คุยเรื่อง?”
“ก็เรื่องเนี้ยะ!”
“อะไรของเธอ” เตชินเลิกคิ้วถาม ทำราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรผิดแผกเกิดขึ้น
“เราเพิ่งได้เสียกันนะเต” ดารินกัดฟันพูดเสียงเบา ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีไม่ให้กระดากปาก เธออยากคุยกันให้เข้าใจว่าเรื่องความสัมพันธ์ฉาบฉวยแต่เสียวซ่านระหว่างเขาและเธอมันคือความผิดพลาด ไม่ควรถูกแพร่งพรายออกไป หากไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขยายความชายหนุ่มกลับถามคำถามที่แสนจะน่าหมั่นไส้
“เธอซีเรียสเหรอ?”
ดู! ดูมัน!
“ไม่ซีเรียสมั้ง นายไม่ได้ป้องกันนะอย่าลืม!” เสียงหวานกระแทกกระทั้นด้วยความเกรี้ยวกราด ได้เสียกันไม่เป็นปัญหาเท่ากับเรื่องที่เขาไม่ป้องกันในช่วงหลัง
“ก็ถุงยางมันหมด” เตชินตอบอย่างไม่ยี่หระอีกครั้ง
“หมดแล้วควรหยุดไหม”
“ก็มันอยากจะให้ทำยังไง เธอก็เอาแต่ยืนแก้ผ้าโชว์อยู่ได้” น้ำเสียงเหมือนจะใส่อารมณ์นิด ๆ หากที่ดารินไม่เห็นคือประกายตาวาววับเพราะคนตัวสูงกว่าพูดโดยไม่หันไปมองหน้า
“ตอนนั้นเธอเองก็ไม่เห็นจะว่าอะไร แล้วจะบ่นตอนนี้ให้มันได้อะไรวะเดียร์”
“โอ๊ยไอ้บ้านี่! นายเป็นหมอจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย” น่าโมโหชะมัด เขาเป็นหมอแท้ ๆ น่าจะตระหนักเรื่องการป้องกันให้มากกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ ก็ดูเป็นระเบียบเป็นคนสะอาดสะอ้าน ทำไมไม่หักห้ามใจ
“เอาน่า เดี๋ยวซื้อยาคุมฉุกเฉินให้”
“โอ้ย ฉันซื้อเองได้หรอกย่ะ” ดารินแก้มแดง ไม่รู้ว่าเพราะโกรธมากหรืออายมากกันแน่ที่ต้องมาสนทนากันเรื่องอย่างว่า เรื่องท้องไม่ได้กลัวมาก เพราะเธอสามารถกินยาได้ แต่เรื่องโรคติดต่อล่ะ... หวังว่าไอ้นั่นของเขาจะสะอาดมากพอนะ
“ปกตินายมั่วมากไหม” หญิงสาวตัดสินใจถาม ทำเอาชายหนุ่มที่ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ อย่างอารมณ์ดีเมื่อครู่หันขวับกลับมามองเธอด้วยแววตาเป็นประกายวาวโรจน์ ยายนี่คิดว่าเขามั่วไม่เลือกจนกลัวติดโรคหรือไง!
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่คือจะให้ฉันรับผิดชอบเธอ เพราะได้เสียกันแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามเสียงราบเรียบ ใบหน้าหล่อร้ายดูยียวนและยั่วเย้าจนดารินหมั่นไส้อยากพุ่งเข้าไปตะกุยหน้าให้ยับชะมัด ดารินแทบปรี๊ดแตก เพราะเธอยังไม่คิดเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ใครอยากให้มารับผิดชอบกัน
“หึ ไม่!” เธอแผดเสียงใส่เขา ใบหน้าสวยบิดเบ้คิ้วไปทางปากไปทางย่นคอหนีผู้ชายตรงหน้า มองเขาราวกับเป็นตัวเชื้อโรคเชื้อราอะไรสักอย่าง ไม่ถือสาหรอกกับอีแค่เซ็กซ์ครั้งเดียวถึงแม้จะหลายน้ำก็ตาม ไม่ได้เสียดายอะไรขนาดนั้น ถือว่าวิน ๆ ฟิน ๆ กันไป ต่างคนต่างได้เธอไม่ได้เสียเปรียบอะไร
“เอาเป็นว่าต่างคนต่างแยกย้าย ทำเป็นลืม ๆ มันไปก็แล้วกัน” ดารินไหวไหล่ไม่ยี่หระ อย่าคิดว่าเธอจะแคร์กับอีแค่ไซซ์เกินมาตรฐานกับลีลาถึงใจจนทำเธอขาสั่นพวกนั้นเชียวนะ คนสวยแบบเธอหาใหม่เอาเมื่อไหร่ก็ได้!
“หึ ก็ดี..” เตชินลากเสียงยาวแล้วลุกขึ้นเดินนำออกจากห้องไปอย่างสบายใจเฉิบ ก่อนจะหันกลับมาพูดกับหญิงสาวอีกครั้งว่า..
“หวังว่าเธอจะไม่ปากโป้งไปโพนทะนากับใครหรอกนะ ว่าเคยได้ฉันแล้ว” เขาสบนัยน์ตาหวานที่บันดาลโทสะเต็มอัตรา สนใจแค่ว่าถ้าบรรดาเพื่อน ๆ รู้ว่าเขาเพิ่งนอนกับหญิงสาวที่เขาเกลียดขี้หน้าเข้าไส้ มีหวังเสียชื่อตายห่า เพราะฉะนั้นเขาต้องมั่นใจก่อนว่าเรื่องนี้จะไม่แพร่งพรายออกไปให้ใครรู้เด็ดขาด
“โอ้ย ไอ้บ้า คนที่ต้องพูดประโยคนั้นน่ะคือฉันย่ะ ไม่ใช่นาย!” เธอก็ไม่ได้อยากให้ใครรู้เสียหน่อยว่าเธอกับไอ้บ้านี่เคยจ้ำจี้กัน อี๋ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ทำไปได้ยังไงตั้งหลายน้ำ บ้าชะมัด!
“เออ ก็ดี ฉันจะได้สบายใจ”
“โอเค จบ แยกย้าย!” หญิงสาวบอกอย่างขุ่นเคืองในตอนที่ทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์ ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอกำลังขุ่นเคืองเรื่องอะไร หงุดหงิดไอ้บ้านี่กระมังที่ทำเอาเธอเดินขาสั่นแล้วยังจะมีหน้ายิ้มระรื่นราวกับกำลังสบายใจ
“แล้วฉันต้องไปส่งเธอไหม” เตชินหันมาถามคนตัวเล็กหลังจากยืนเก๊กท่าหล่ออยู่สักพัก
“ไม่ต้องโว้ย!” ดารินตะโกนใส่หน้า เธอมีปัญญากลับเองได้
แล้วในที่สุดสองหนุ่มสาวต่างก็แยกย้ายไปทางใครทางมันเมื่อประตูลิฟต์เปิดกว้างที่ชั้นล่าง เตชินเดินไปยังลานจอดรถส่วนดารินก็เดินไปอีกทางเพื่อหาแท็กซี่กลับบ้าน
เธอคิดว่าดีแล้วที่เธอและเขาต่างก็คิดเช่นเดียวกัน แล้วเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ที่พลั้งพลาดแต่แสนเผ็ดร้อนจนยากจะลืมเลือนระหว่างเขาและเธอเมื่อคืนนี้ จะไม่มีใครพูดถึงมันอีกเลย
ด้วยความหิวมากดารินจึงเดินไปร้านอาหารตามสั่งข้างทางแถวนั้น เธอพยายามประคองตัวเองอย่าให้ขาสั่น ๆ ของเธอเผลอไปสะดุดล้มให้อายคน เวลานี้คนใกล้เลิกงานเต็มที แท็กซี่ก็ไม่ค่อยจะมี เธอขอนั่งหาอะไรกินรองท้องก่อนแล้ว ค่อยเรียกแกร็บคาร์กลับไปเอารถที่จอดทิ้งไว้
“ไอ้บ้าเตพามาทำไมแถวนี้เนี่ย” หญิงสาวหงุดหงิดเมื่อพบว่าโรงแรมที่เตชินพาเธอมาอยู่แถวชานเมือง ไกลจากผับที่ดื่มกันมาก ทำไมต้องหิ้วเธอมาไกลขนาดนั้น แล้วอุ้มเธอออกจากร้านมายังไงดารินยังสงสัยไม่หาย
“แบตก็จะหมด แล้วเดี๋ยวจะเรียกแกร๊บยังไง” ดารินเมื่อมีสัญญานแจ้งเตือนว่าแบตใกล้จะหมดเต็มที
เธอลองขอยืมที่ชาร์จแบตจากป้าเจ้าของร้านแล้ว ทว่าป้าใช้มือถือรุ่นเก่าและคนละยี่ห้อกับเธอสายชาร์จจึงใช้ร่วมกันไม่ได้ จะโทรเรียกเพื่อนให้มารับก็ไม่อยากตอบคำถามพวกเพื่อนขี้สงสัยของเธอ
กินข้าวไม่ทันหมดจานสมาร์ตโฟนก็ดับพึ่บทันทีทันใด หญิงสาวเสยผมลวก ๆ อย่างขัดใจ เธอไปนั่งรอแท็กซี่ที่ป้ายรถเมล์ต่อร่วมชั่วโมงก็ไม่มีใครจอดรับสักคัน
หญิงสาวได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างหงุดหงิดแล้วแหงนหน้ามองฟ้าที่กำลังมืดครึ้ม ฝนใกล้จะตกเต็มที ดารินเริ่มถอดใจ
ทว่าฉับพลันก็มีรถคันหรูมาจอดเทียบฟุตพาท เสียงบีบแตรกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับกระจกข้างคนขับที่ลดลงเผยให้เห็นว่าเจ้าของรถนั้นเป็นใคร
“ไอ้บ้าเตชิน!” ไอ้หมอหื่นนี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอ แล้วจะบีบแตรอะไรขนาดนั้น กลัวคนเขาไม่รู้เหรอว่ามีรถหรูขับ ดารินได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด่าชายหนุ่มหน้าด้านในใจ เธอทำเป็นไม่เห็นแล้วนั่งหันหน้าไปอีกทาง
จนสุดท้ายคนที่บีบแตรจนโดนชาวบ้านก่นด่าก็เดินลงมาจากรถ ร่างสูงก้าวยาว ๆ ตรงมายังหญิงสาวที่นั่งเชิดหน้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“เธอหูแตกรึไง” เสียงทุ้มหงุดหงิด ร่างสูงใหญ่ก้าวยาว ๆ มาหยุดยืนต่อหน้าดารินทำเอาเธอเบิกตาตกใจ ความหล่อออร่าเรียกสายตาคนโดยรอบให้หันมองเป็นตาเดียว