“มึงถามไรวะไอ้โลกิ กูก็พูดอยู่นี่ไงว่ากูกับเฌอชอบสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน จะเร้าหรือเพื่อ?” ฉันเกือบลืมไปเลยว่าพี่ฌอนนั่งอยู่ด้วย
“ก็กูถามน้องมึง ไม่ได้ถามมึง ไม่เสือกสิฌอน”
“อ้าวไอ้นี่… พูดงี้อยากปากแตกใช่ป่ะ?”
“กลัว?” และแล้วผู้ชายหน้าตาดีทั้งสองก็ทำท่าเหมือนจะกระโจนเข้าใส่กัน ไม่หรอก… แค่พี่ฌอนคนเดียวน่ะ ส่วนโลกิยังคงนั่งปั้นยิ้มเทพบุตรที่ฉันมองกี่ที ๆ มันก็คือรอยยิ้มซาตานชัด ๆ เขานี่มันคนปลอมแห่งปีจริง ๆ
“หยุดเลยทั้งคู่ อย่ามาเสียงดังในร้านนะ” ฉันชี้นิ้วไปทางพี่ฌอนก่อนหันกลับมาขมวดคิ้วไม่ชอบใจใส่โลกิ “แค่ตอบก็จบใช่ไหมคะ?”
โลกิเลิกคิ้วเป็นเชิงว่า ‘แน่นอน’
“ค่ะ ฉันชอบ” สุดท้ายฉันก็ถอนใจอย่างยอมแพ้และตอบตามตรง ทั้งที่มันเป็นคำถามที่ไร้สาระมาก แต่ทว่าประโยคต่อมาของโลกิกลับทำฉันนิ่งค้างราวกับโดนดาเมจความร้ายกาจของเขาโจมตีเข้าเต็มเปา
“หึ… ฉันก็ชอบเหมือนกัน”
“เอ๊ะ… รุ่นพี่ชอบทานสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกันเหรอคะ ปกติมาเห็นสั่งแต่ช็อกโกแลต” ฉันขมวดคิ้วมองโลกิที่ชันแขนขึ้นเท้าคางแล้วเอียงคอมองฉันตาพราวระยับ ริมฝีปากหนาขยับยิ้มบางทำใจฉันสั่นเล็กน้อย ทำไมต้องมาทำยิ้มอ่อยใส่กันด้วยละเนี่ย ไม่อยากสบตาเขาเลยให้ตายสิ!
“ฉันไม่ได้หมายถึงสตรอว์เบอร์รี่ ฉันหมายถึงเธอ”
“เอ๊ะ…”
ยอมรับว่าเครื่องฉันช๊อตไปชั่วขณะ มันมึนงงไปกับคำพูดวกวนของโลกิสุด ๆ ปกติฉันเป็นเข้าใจอะไรง่าย ๆ นะ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้พูดทีไร ฉันมึนทุกทีเลย
“มึงจะพูดอะไรวะ กูฟังแล้วงง สรุปมึงชอบหรือไม่ชอบ?” พี่ฌอนที่งงไม่แพ้ฉันถามขึ้น เขาดูหงุดหงิดกับโลกิมาก
“ชอบ…” โลกิหันไปตอบพี่ฌอนก่อนเงยหน้าขึ้นมายิ้มมุมปากให้ฉัน แววตาที่จ้องมามันพราวระยับอย่างต้องการสื่อความหมายบางอย่าง “ชอบเธอน่ะ”
อ่า… ฉันโดนดาเมจรุ่นพี่โจมตีอีกแล้ว! เขามันวายร้ายเกินไปแล้วนะ! จะปั่นป่วนฉันไปถึงไหนกันเนี่ย!
ตึง!
“พูดห่าอะไรวะไอ้โลกีย์! นี่ต่อหน้าต่อตากูเลยนะ! มึงคิดจะจีบน้องกูเหรอ?! กูบอกแล้วไงว่าห้ามยุ่ง! ไม่งั้นก็ข้ามศพกูไปก่อนไง!”
เป็นพี่ฌอนที่ตบโต๊ะเสียงดังแถมยังลุกขึ้นตวาดใส่โลกิหน้าดำหน้าแดง ฉันที่ยืนอึ้งไปร่วมนาทีรีบดึงสติกลับแล้วดันไหล่พี่ชายตัวเองให้นั่งลงเพื่อหยุดเสียงโวยวายของเขา วันนี้ฉันจะโดนพี่เรนนี่ไล่ออกไหม? ทำไมสองคนนี้ต้องมาวุ่นวายในที่ทำงานฉันด้วย!
“อย่าเสียงดังสิพี่ฌอน มันรบกวนลูกค้าคนอื่นนะ”
“เฌอก็ดูมันสิ! ไอ้เวรนี่มันคิดจะจีบเฌอนะ พี่ไม่ยอมหรอก ต่อให้มันเป็นเพื่อนพี่ก็ไม่ยอมโว้ย!”
“ก็บอกว่าอย่าโวยวายไง! ไม่งั้นฉันจะไล่พี่ออกจากร้านนะ!”
“แต่มัน…”
กรุ๊งกริ๊ง…
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นขัดบทสนทนาของพี่ฌอนพอดี ฉันหันไปยิ้มต้อนรับด้วยความเคยชินก่อนจะค้างยิ้มไว้เมื่อพบกับร่างสูงคุ้นตาของญาติผู้พี่ที่ยืนหล่ออยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า
“พี่โต? พี่มาได้ยังไงเนี่ย?” ฉันขมวดคิ้วถามพี่โตด้วยความงุนงงเพราะเพิ่งจะเห็นเขามาที่นี่ครั้งแรก หรือว่าโลกิเป็นคนชวนมา?
“อ้าว นี่มึงมาจริง ๆ เหรอวะไอ้โต” พี่ฌอนหันไปมองเช่นกัน “แล้วมึงมาทำไม ไหนว่าไม่ว่างต้องเลี้ยงเด็กไง”
“ก็เออ เลยต้องเอาเด็กมาด้วยเลยไง” พี่โตตอบคำถามก็จริง แต่สายตาเขากลับมองไปทางเคาน์เตอร์ ฉันไม่ได้สนใจมองตามสายตาเขาเพราะกำลังจ้อง ‘เด็ก’ ที่ทั้งคู่พูดถึงซึ่งยืนอยู่ข้างกายพี่โต ฉันไม่คุ้นหน้าเด็กคนนี้เลย ถ้าเป็นหลานหรือญาติพี่โตฉันก็ต้องรู้จักเพราะเราเป็นญาติกัน แต่นี่ไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ
เด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาตั้งแต่เล็กแต่น้อยกำลังมองไปรอบ ๆ ร้านด้วยความสนอกสนใจก่อนจะหยุดสายตาที่เคาน์เตอร์แล้วเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนร่างบางของชมพูจะพุ่งเข้าหาทั้งสองคนด้วยความรีบร้อน
“น้ำเงิน? มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย?!” ชมพูจับไหล่เด็กคนนั้นอย่างสนิทสนม เด็กนั่นชื่อ น้ำเงิน สินะ
“ลุงโตพามาฮะ ลุงบอกว่าจะพามากินเค้ก ทั้งที่ผมไม่ชอบของหวานแต่ลุงก็ยังจะลากมา” คำบอกเล่าเชิงฟ้องกลาย ๆ ของน้ำเงินเรียกสายตาจากชมพูตวัดมองพี่โตทันที ซึ่งคนถูกมองกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ซะอย่างนั้น
แต่เดี๋ยวนะ… ทั้งสองคนรู้จักกันงั้นเหรอ?
“รุ่นพี่คะ เราต้องคุยกันนะ” เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นชมพูทำหน้าจริงจังแบบนั้น ปกติเธอจะยิ้มแย้มและเฟรนด์ลี่ตลอดเวลา แสดงว่าเรื่องนี้คงสำคัญกับเธอมาก ๆ
“อือ” แล้วดูสีหน้ามึน ๆ ของญาติผู้พี่ฉันสิ นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าตัวเองกำลังทำสาวเคืองอยู่น่ะ
“เอ่อ… นี่น้องชายฉันเอง ชื่อน้ำเงิน” ชมพูหันกลับมาหาฉันและแนะนำเด็กคนนั้นให้รู้จัก ฉันมองเธอกับน้องชายสลับกันพลางพยักหน้ารับเบา ๆ “สวัสดีพี่เฌอสิน้ำเงิน เธอเป็นเพื่อนที่ทำงานของพี่”
“สวัสดีฮะพี่สาว” น้ำเงินทำตามอย่างว่าง่าย ฉันยิ้มรับแล้วเดินเข้าไปใกล้ทั้งคู่ พี่น้องบ้านนี้หน้าตาดีกันทั้งบ้านเลยแฮะ
“สวัสดีจ้ะ ชื่อน้ำเงินใช่ไหม อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย”
“เก้าขวบฮะ”
อ่า… อย่ายิ้มให้พี่สิ เด็กอะไรเนี่ย หล่อสุด ๆ
“ฉันฝากน้องแป๊บหนึ่งได้ไหมเฌอ พอดีมีเรื่องต้องเคลียร์นิดหน่อยน่ะ” ชมพูทำหน้าขอร้องก่อนเหลือบตาไปด้านหลังซึ่งมีร่างสูงของพี่โตยืนอยู่ ฉันพยักหน้าทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็เอาเถอะ ไว้ค่อยถามทีหลังก็ได้
“ได้สิ เอ้… น้ำเงินไม่ชอบของหวานใช่ไหมจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไอศกรีมมะนาวให้เอาไหม มันอร่อยมาก ๆ เลยนะ” ฉันจับไหล่น้ำเงินให้เดินมานั่งลงที่โต๊ะเดียวกับพี่ฌอน ตอนแรกตั้งใจจะแยกโต๊ะให้อะนะ แต่พอคิดว่าฉันต้องกลับไปทำหน้าที่ต่อก็เลยกลัวว่าน้ำเงินจะเหงา อีกอย่างพี่โตก็คงตั้งใจจะมานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนเขาอยู่แล้ว
“มันไม่หวานใช่ไหมฮะ”
“มันไม่ค่อยหวานนะ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบของหวานแบบน้ำเงินมาก ๆ เลยล่ะ” ฉันนำเสนอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่สาวขึ้นมาเลยแฮะ อยากสัมผัสความรู้สึกนี้บ้างจัง ปกติมีพี่ชายหล่อแต่จอมซิสค่อน เลยอยากจะมีน้องชายหล่อ ๆ แบบนี้บ้าง น่าเอ็นดูสุด ๆ
“งั้นก็ได้ฮะ ผมเชื่อพี่สาว เพราะพี่สาวน่ารักฮะ”
โอ๊ยยย โดนเด็กน้อยชมด้วยแววตาซื่อ ๆ มันเอ็นดูจนมันเขี้ยว อยากจะจับมากอดแรง ๆ สักที
“แหม เข้าใจพูดนะเรา น่ารักจริง ๆ เลย” ฉันจับแก้มน้ำเงินอย่างรู้สึกเอ็นดู โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีรังสีอำมหิตถูกปล่อยออกมาจากผู้ชายสองคนที่ถูกฉันลืมไปแล้ว
“ว่าแต่… ลุงสองคนนี้เป็นใครเหรอฮะ นั่งทำหน้ายักษ์ใส่ผมตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ผมกลัวนะฮะคุณลุง”