EP.28 [เราคบกันแล้วนะ]

1176 Words
“อืม นั่นก็จริงค่ะ” อาจารย์แพรพรรณพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันมามองผมอย่างพินิจพิจารณาชั่วครู่ก่อนหันกลับไปพูดต่อ “แต่อาจารย์คิดว่าเขาพูดจริงนะคะ กฤตภาสเป็นเดือนคณะที่ช่วยกิจกรรมคณะมาสองปีซ้อนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ คุณเฌอริตาเป็นดาวคณะคนใหม่แล้ว อาจารย์คิดว่าทั้งสองคนควรจะสนิทกันไว้นะคะ ส่วนเรื่องเรียน… ตอนนี้หมดคลาสพอดี เชิญทั้งสองไปประชุมกันได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้” และนั่นเป็นคำตอบที่ชัดเจนและถือเป็นเอกฉันท์ที่สุดสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ เฌอแตมหมดข้อโต้แย้งใด ๆ อีก เธอเม้มปากเล็กน้อยขณะเก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้วเดินลงมา ทว่าเดินมายังไม่ทันจะถึงหน้าห้องก็ถูกใครคนหนึ่งคว้าแขนเอาไว้ หัวคิ้วผมกระตุกยามมองภาพนั้น “อย่าลืมนัดตอนเย็นนะเฌอ ประชุมเสร็จแล้วโทรบอกนะ” นั่นมันอะไรกันวะ… ประโยคสนทนาที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ทำไมผมฟังแล้วรู้สึกหัวร้อนแปลก ๆ ยิ่งได้เห็นเฌอแตมยิ้มตอบไอ้เวรเจ้าของฝ่ามือนั่น ผมก็ยิ่งเดือดดาลในใจ “อื้อ ไว้ฉันจะโทรหานะเหนือ” เหนือ? เหอะ! เดี๋ยวนี้เรียกกันอย่างสนิทสนมแล้วด้วย? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?! . . . [บทบรรยายเฌอแตม] ฉันไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย บรรยากาศแปลกประหลาดรอบตัวนี่มันคืออะไร? ทำไมทุกครั้งที่อยู่กับโลกิ ฉันจะต้องมีความรู้สึกแบบนี้ด้วย ยิ่งเหลือบมองร่างสูงข้าง ๆ ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด ตั้งแต่เขาไปรับฉันที่คลาสจนเดินออกมาใต้ตึกคณะ เขายังไม่พูดอะไรกับฉันสักคำเลย จะมีก็เพียงแค่เหลือบมองฉันด้วยหางตาเท่านั้น เหมือนเขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่ยอมพูดเสียที “…” ฉันหยุดเดินส่งผลให้โลกิหยุดตาม เขาหันมาเลิกคิ้วใส่ฉัน ใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อซึมเล็กน้อยจากไอร้อนของแดดยามบ่าย ฉันเม้มปากนิด ๆ อย่างชั่งใจที่จะพูด แต่มันอึดอัดไง ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ “รุ่นพี่มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่าคะ? ถ้าจะพูดอะไรก็พูดสิ ฉันอึดอัดนะ” “หืม…” โลกิทำเสียงในลำคอแล้วมองหน้าฉันนิ่ง แววตาคมเข้มที่เคยแพรวพราวตอนนี้มันนิ่งเสียจนฉันรู้สึกแปลกใจ “อยู่กับฉันมันน่าอึดอัดมากหรือไง” “ค่ะ” ฉันตอบโดยไม่ต้องคิด โลกิชักสีหน้านิด ๆ พลางเม้มปากหน่อย ๆ “ทำไม? หรือเพราะฉันบอกว่าชอบเธอ?” โอ๊ยให้ตาย… ทำไมเขาพูดคำนั้นออกมาง่าย ๆ อีกแล้ว แถมยังพูดด้วยระดับเสียงที่ไม่เบาเลยด้วย แล้วดูสายตาที่นักศึกษารอบตัวหันมามองสิ ตั้งเตารอเผือกกันหมดแล้วมั้งเนี่ย “ว่ายังไง เพราะเรื่องนั้นเหรอ” โลกิถามย้ำ โอเค ยอมรับตามตรงว่าตอนนี้ฉันเดาอารมณ์ผู้ชายคนนี้ไม่ถูกเลย ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก ไม่รู้ว่านี้คือวิธีรุกจีบของเขาหรือยังไงกันแน่ “ก็มีส่วนค่ะ แต่ที่ฉันอึดอัดตอนนี้คือสายตาขวาง ๆ ที่รุ่นพี่ใช้มองฉันต่างหากละคะ รุ่นพี่มีเรื่องอะไรในใจกันแน่ ถ้าไม่พอใจอะไรฉันก็พูดมาตรง ๆ เลยค่ะ โต ๆ กันแล้ว” ฉันถอนใจ โลกินิ่งไปสักพักเหมือนใช้ความคิด มันมีอะไรให้คนอย่างเขาต้องคิดหนักแบบนั้นด้วยหรือไง “ก็ได้ ถ้างั้นฉันจะถามเธอตรง ๆ เลยนะ” ฉันเงยหน้าจ้องตาเขานิ่ง รู้สึกว่าเสียงรอบตัวเงียบไปแปลก ๆ ด้วยแหละ แต่ช่างเถอะไม่อยากจะสนใจ “เธอ… กับไอ้เวรนั่น… ฉันหมายถึงไอ้แสงเหนือน่ะ” แสงเหนือเหรอ… แสงเหนือทำไมล่ะ? “คบกันอยู่เหรอ?” เห… ฉันกับแสงเหนือเนี่ยนะ? คบกัน? ฉันขมวดคิ้วพลางเม้มปาก อย่าบอกนะว่าที่โลกิมีท่าทางแปลก ๆ มาตลอดทางเดินเมื่อกี้เพราะกำลังคิดเรื่องของฉันกับแสงเหนืออยู่น่ะ ว่าแต่อะไรทำให้เขาคิดไปทางนั้นได้นะ “ฉันกับเหนือเป็นเพื่อนกันค่ะ ทำไมรุ่นพี่ถึงถามอะไรแบบนั้น ฉันดูเหมือนกำลังคบกับเขาเหรอ?” ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่หลังจากฉันตอบออกไปแบบนั้น มุมปากหนาก็ขยับยิ้มพึงใจอย่างเห็นได้ชัด “ช่างมันเถอะ ไม่ได้คบก็ดีแล้ว เพราะฉันไม่อยากให้เธอคบซ้อน มันจะดูไม่ดี” โลกิลอยหน้าลอยตาตอบเสร็จก็ล้วงกระเป๋าเดินต่อ ฉันได้แต่ยืนเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจในประโยคเมื่อครู่ของเขา เดี๋ยวนะ… คบซ้อน? “หมายความว่ายังไงคะรุ่นพี่ คบซ้อนอะไรคะ ฉันยังไม่เคยคบกับใครสักหน่อย” ฉันเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนแกร่งด้วยความลืมตัว โลกิหันกลับมายิ้มเจ้าเล่ห์ เขาจับมือข้างนั้นของฉันไปกุมแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังเกินความจำเป็น “แหม ไม่เห็นต้องเขินหรอกที่รัก ก็เรากำลังคบกันอยู่ไงคะ” “เอ๊ะ…” ฉันได้แต่นิ่งอึ้งกับคำประกาศที่ไม่ทันตั้งตัวนั่นอีกแล้ว แม้โลกิจะเคยพูดแบบทีเล่นทีจริงแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ฉันถึงรู้สึกว่าเขาพูดจริงทำจริง แถมสีหน้าและการกระทำของเขายังเป็นเครื่องตอกย้ำคำพูดนั้นจนเสียงกระซิบของคนรอบข้างเริ่มอื้ออึงขึ้น “ว้าว… พี่โลกิคบกับน้องคนนั้นแล้วจริง ๆ ด้วย” “งั้นข่าวลือก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ” “ใช่ ๆ ที่ว่าพี่โลกิเป็นเทพบุตรนักสอยดาวนั่นสินะ โหย… ฉันอิจฉาน้องดาวคณะคนนั้นจังเลย” “ได้ข่าวว่าน้องคนนั้นเป็นน้องสาวพี่ฌอนด้วยนี่ โอ๊ย ๆ น่าอิจฉาเกินไปแล้ว” ฉันกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ฉันเห็นบางคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพวกเราด้วย และพอลากสายตากลับมามองร่างสูงตรงหน้าก็พบว่าเขายังจับมือฉันอยู่ แถมยังมองกันด้วยสายตาละมุนละไมจนหัวใจดวงน้อยของฉันกระตุกไหว “ระ รุ่นพี่กำลังเล่นตลกอะไรกับฉันคะ” ฉันกระซิบถามเสียงเบา เอาจริง ๆ คือฉันทำตัวไม่ถูกมากกว่า ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครมาจีบหรอกนะ แต่ไม่เคยมีใครรุกฉันแรงและเร็วแบบผู้ชายตรงหน้าฉันเลยสักคน “เรียกพี่โลกิสิคะ เราคบกันแล้วนะเฌอ” จู่ ๆ โลกิก็เปลี่ยนสรรพนามแบบไม่ให้ฉันตั้งตัว แถมยังพูดคะขากับฉันด้วย โอ๊ยย ขนลุกอ่ะ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD