บทที่ 2 กดให้ลึกสุดใจ

1415 Words
บทที่ 2 กดให้ลึกสุดใจ เมื่อมาถึงฝั่งได้ชายหนุ่มหน้าตาขึงขัง ก็แทบจะทุ่มเรือทิ้งอย่างเร่งรีบ ทะนงรีบเดินนำไปยังที่ดินผืนนั้น ตามรูปที่เจ้านายของตนหยิบเอามาด้วย มันเป็นเพียงที่ดินผืนเล็ก ๆ แต่เพราะมันอยู่ติดกันกับที่ดินผืนใหญ่ที่เขาต้องการ เลยคิดว่ามันควรแก่การที่เขาจะซื้อเอาไว้ด้วย ใบหน้าถมึงทึงจ้องมองไปข้างหน้าขณะกำลังสาวเท้ายาว ๆ ของตนตามลูกน้องไป “นายหัวบอกได้มั้ยครับว่ามีเรื่องอะไร ทำไมถึงอยากมาหาเจ้าของที่ดินผืนนี้หรือครับ” “แค่คนเคยรู้จัก บอกมาว่าไปต่อทางไหน ฉันจะไปเองคนเดียว ส่วนนายไปตามสืบเรื่องที่ดินผืนนี้ว่ามีคนอื่นนอกจากเราสนใจจะซื้อบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็หาราคามาให้ได้แล้วโทรบอกฉันทันที” เขาออกคำสั่งน้ำเสียงเด็ดขาด แม้จะไม่รู้เหตุผล แต่ในฐานะลูกน้อง ทะนงมีแต่ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น “เดี๋ยวนายหัวเดินไปจนสุดทางนะครับ จากนั้นเลี้ยวซ้ายจะเจอที่ดินที่เราต้องการ ส่วนที่ดินตรงที่นายหัวจะไปก็อยู่ติดกันเลยครับ” “โอเค นายไปได้แล้ว” ทะนงแยกตัวไปอีกทาง สหรัฐจึงไปต่อคนเดียวตามเส้นทางที่อีกฝ่ายบอก มือใหญ่กำรูปภาพที่คว้ามาด้วยแน่น ในอกร้อนรุ่มราวกับว่าบาดแผลและความเจ็บปวดในวันนั้นถาโถมกลับเข้ามาอีกครั้ง อันที่จริงมันไม่เคยจางหายไปเลยต่างหาก เพียงแต่เขาแค่พยายามกดเก็บมันไว้ลึก....จนสุดใจ ร่างสูงเดินมาจนถึงที่ดินเปล่าตามรูปภาพ มีบ้านหลังเล็ก ๆ คล้ายกับที่อยู่ชั่วคราวที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่นาน เมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางคนกำลังเดินออกมาสหรัฐจึงรีบหลบ ก่อนจะถูกคนที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นมองเห็นเขาเข้า ‘พิมพ์พธู’ ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อยก้มลงใส่รองเท้า สิ่งเดียวในตัวของหญิงสาวที่แปลกไปคือเธอไม่มีแบรนด์เนมติดตัวเลยสักชิ้นเดียว จำได้ว่าครอบครัวของเธอเป็นคนมีเงิน ทว่าทำไมตอนนี้... “เดี๋ยวพิมพ์ออกไปซื้อของมาทำมื้อเย็นก่อนนะคะพ่อ” เสียงหวานที่ยังคงคุ้นหู เอ่ยบอกชายที่นั่งอยู่ด้านในเพิงที่เรียกว่าบ้าน “ระวังตัวด้วยนะลูก” เสียงจากคนในบ้านตะโกนตอบกลับมา คาดว่าจะเป็นบิดาของเธอ คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมุ่นครุ่นคิด แค่ไปซื้อกับข้าวทำไมถึงต้องบอกให้เธอระวังตัวด้วย เขารอจนกระทั่งหญิงสาวเดินออกมา และตรงไปทางตลาด สหรัฐจึงแอบเดินตามไปห่าง ๆ เพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้ตัว พอพิจารณาดูดี ๆ แล้วพิมพ์พธูดูผอมซูบลงกว่าเมื่อก่อนไปเล็กน้อย แค่ออกไปตลาดใกล้บ้านแต่กลับใส่กางเกยีนและรองเท้าผ้าใบราวกับจะไปไหนไกล ๆ ทั้งที่ใส่แค่รองเท้าแตะก็ได้ ทำไมกันนะ? เขาเก็บความสงสัยนั้นไว้แล้วเดินตามเธอต่อไปจนถึงตลาด ร่างเล็กเน้นซื้อแต่ของราคาถูกอย่างพวกเศษเนื้อหมู เนื้อไก่ และผักที่เริ่มเหี่ยวเฉาที่ถูกนำมาลดราคา แสดงให้เห็นว่าพิมพ์พธูในตอนนี้อยู่ในสถานะเงินทองไม่คล่องมือเหมือนแต่ก่อน เกิดอะไรขึ้นหลังจากเลิกกันไปแล้วกันแน่ “อ้าวแม่หนู มาอีกแล้วเหรอ? ” “จ้ะป้า วันนี้หนูขอไข่ไก่สองฟองนะจ๊ะ” เธอหยิบเงินส่งให้พร้อมรับไข่ไก่ฟองเล็กมาจากแม่ค้า ก่อนจะหันมองไปเรื่อยเพื่อดูว่ามีอะไรน่าซื้ออีกหรือไม่ สหรัฐกลัวเธอจะมองเห็น จึงรีบคว้าเอาหนังสือพิมพ์ของคนขายปลาแผงตรงหน้ามาทำทีเป็นถืออ่านเพื่อซ่อนตนเองจากเธอ เจ้าของหนังสือพิมพ์มองเขาอย่างแปลกใจ เมื่อหญิงสาวซื้อของเสร็จแล้วเดินต่อ เขาจึงคืนหนังสือพิมพ์ให้กับพ่อค้าตามเดิม “พอดี...มีข่าวน่าสนใจเยอะเกินไปหน่อย” “ร้านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงโน้น ไปซื้อสิพ่อหนุ่ม” เขาพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกมาเพื่อตามพิมพ์พธูต่อ เธอแวะเข้าไปในร้านตัดเย็บร้านใหญ่ในละแวกนี้ก่อนกลับออกมาพร้อมถุงผ้าขนาดใหญ่ ครืด ๆ ครืด ๆ ขณะกำลังสะกดรอยตามหญิงสาวอย่างไม่ลดละ สายเรียกเข้าจากทะนงก็ดังขึ้น ขณะที่สองเท้ายังคงเร่งตามเธอไปเรื่อย ๆ อย่างระวังตัว พิมพ์พธูดูเหมือนจะซื้อของเสร็จหมดแล้วและกำลังจะกลับบ้าน เธอใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปแต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่แปลกไป “ว่าไง” [ได้เรื่องแล้วครับนาย ที่ดินผืนนั้นเป็นมรดกตกทอดรุ่นต่อรุ่นครับ และเจ้าของคนล่าสุดคือนายพศิน ได้ยินมาว่าเขาเร่ขายที่ดินผืนนี้ให้กับเศรษฐีในจังหวัดมาเยอะมากแล้วครับ แต่ยังไม่มีคนสนใจเพราะเป็นที่ดินแปลงเล็กเอามาทำอะไรก็ไม่ได้] มือใหญ่ลูบคางอย่างใช้ความคิด มองแผ่นหลังของพิมพ์พธูที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ากำลังถูกเขาตามอยู่ด้วยความสงสัย ทำไมถึงต้องการขายที่ดินมากขนาดนั้น? “เหตุผลที่อยากขายล่ะ? ” [ได้ยินมาว่าเป็นหนี้ก้อนโตครับ หลักสิบล้านเลยทีเดียว] “สิบล้านเหรอ? ” เงินจำนวนมากมายขนาดนั้นแค่ที่ดินที่มีไม่พอใช้หนี้แน่ ทว่ายังไม่ทันจะได้คิดอะไรมากกว่านั้น คนที่เขาแอบตามก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง ก่อนจะโยนทุกสิ่งทุกอย่างในมือทิ้งลงพื้นแล้วรีบวิ่งไปยังบ้านของตนทันที ดวงตาคมมองตามไปก่อนจะเห็นว่าที่นอกบ้านมีชายฉกรรจ์ท่าทางน่ากลัวหลายคนยืนอยู่เต็มไปหมด ตรงกลางวงล้อมมีชายสูงวัยอีกคนล้มกองอยู่บนพื้นในสภาพชัดเจนว่าถูกซ้อม หญิงสาวปรี่เข้าไปโอบกอดชายคนนั้นเอาไว้ราวกับต้องการจะป้องกันเขาจากอันตราย “อย่าทำอะไรพ่อฉันนะ!” “ถ้าไม่อยากให้ทำอะไรก็จ่ายเงินมาสิเว้ย! รู้มั้ยว่าการต้องเที่ยวตามหาพวกแกสองคนพ่อลูกไปทั่วประเทศมันลำบากขนาดไหน วันนี้ถ้าแกไม่จ่าย ฉันจะจับลูกสาวแกส่งขายซ่องชายแดนซะ ส่วนแก...ถึงจะแก่ไปหน่อยแต่อวัยวะอื่น ๆ คงยังพอใช้การได้” ผู้ชายที่ดูท่าจะเป็นหัวหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยม บิดาของเธอรีบยกมือไหว้ขอร้องเสียงสั่น “ได้โปรดเถอะครับ อย่าทำอะไรลูกสาวผมเลย อีกเดี๋ยวผมจะขายที่พื้นนี้ได้ ผมจะรีบเอาเงินให้ทันทีที่ขายได้เลยครับ” “ที่ดินเท่าบ้านหมาแบบนี้มันจะได้สักเท่าไหร่กันเชียว! หนี้ที่พวกแกติดฉันอยู่มันคือสิบล้านนะโว้ย” “ถ้าอย่างนั้นเอาผมไปครับ ผมยอมให้เอาอวัยวะผมไป แต่ได้โปรดปล่อยลูกสาวผมไปเถอะ” “ไม่นะพ่อ อย่าพูดอย่างนี้สิจ๊ะ” หญิงสาวส่ายหน้าไม่ยอม แม้จะหวาดกลัวหากแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด “เฮ้ย จับอีนังนั่นมา ให้ไปรับลูกค้าแถวปอยเปตสักเดือนสองเดือนคงพอได้ทุนคืนบ้าง” “ครับลูกพี่” บรรดาลูกน้องรับคำสั่งแล้วรีบปรี่เข้ามาแยกพิมพ์พธูออกจากบิดา เธอพยายามดีดดิ้นเพื่อหาทางหนีแต่ไม่อาจสู้แรงของพวกมันได้ “สิบล้าน!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลังของทุกคน เรียกความสนใจจากพวกเจ้าหนี้รวมถึงหญิงสาวและบิดาของเธอให้หันไปมอง ร่างสูงของสหรัฐเดินเข้ามาในวงล้อมท่ามกลางความตกใจของพิมพ์พธู “แกหมายถึงอะไร” “ที่ดินผืนนี้...ฉันจะซื้อมันในราคาสิบล้าน” เขาตอบคำถามของพวกมัน ก่อนจะปรายสายตาคมกร้าวไปยังชายสูงวัย และหยุดสายตาไว้ที่หญิงสาวร่างเล็กที่กำลังเบิกตาโพลงจ้องมองมาที่เขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD