(พ่อเดย์คลั่งรักเด็ก)
วันต่อมา
กรุงเทพมหานคร
ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเดชา
11:45 น.
เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที
"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด"
"ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้
ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้าง
ส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถตามคำสั่งของคนเป็นพี่ชายกลับรอไม่ไหว
พรึ่บ!
แต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูลงจากรถ พระพายไม่ทันระวังเพราะมัวแต่มองเข้าไปภายในคฤหาสน์ เท้าเล็กจึงสะดุดเข้ากับขอบประตูรถ เลยทำให้เธอเสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นโดยเอาเข่าลง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าของคฤหาสน์ลงจากรถของเขาพอดี คนอายุมากจึงหันมามองทางสาวน้อยทันที
"โอ๊ย! ไอ้พายเอ๊ย ซุ่มซ่ามจริงๆเลย" พระพายร้องโอดโอยเพราะเจ็บตรงบริเวณเข่าพลางบ่นตัวเองไปด้วย
"เด็กที่ไหน" เสียงทุ้มของคนอายุมากเอ่ยลอยๆออกมา ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคำถาม
ด้านพระพายได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงนั่นทันที และเมื่อเห็นใบหน้าเจ้าของเสียงทุ้มก็ถึงกับชะงักนิ่งไป รู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียดื้อๆกับชายตรงหน้า เธอสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมากจากแววตาของเขาที่มองเธออยู่ ทำให้เธอรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาทันทีอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้น ได้แต่นั่งมองเขาตาปริบๆ
ขณะเดียวกันด้านคนอายุมาก ทันทีทันใดที่สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองกัน หนุ่มใหญ่อย่างเขาถึงกับลมหายใจสะดุดพร้อมกับหยุดสายตาไว้ที่สาวน้อยในชุดเอี้ยมยีนส์กางเกงขาสั้นเข้ารูป ใบหน้าของเธอสวยสะดุดตา เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่สวยมากเลยทีเดียว ผิวของเธอขาวอมชมพู ตัวเล็กแต่สัดส่วนไม่เล็กเลย เขามองสำรวจร่างกายของสาวน้อยไปทั่ว เสมือนแทะโลมร่างกายของเธอทางสายตา จนทำให้คนที่ถูกมองยิ่งกลัวเขาเข้าไปใหญ่กับสายตาที่เขามองมา
กระทั่งมิราเดินออกมาจากในบ้านพร้อมกับคนรักที่เดินตามหลังเธอมาติดๆ มิราจึงเอ่ยทักคนเป็นพ่อไป
"คุณพ่อหนูมิกลับมาแล้วค่ะ" แต่ทว่าสายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของน้องสาวคนรักที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นตรงประตูรถ
"อ้าว พระพายทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ"
ด้านพระพายไม่ได้สนใจคำถามของมิราเลย เธอรีบลุกพรวดพราดขึ้นแล้ววิ่งไปหาพี่ชายตัวเองอย่างไว จนลืมความเจ็บที่หัวเข่าถลอกไปเสียสนิท เธอวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของพี่ชายเสมือนต้องการที่กำบังหรือคนปกป้อง ทั้งที่ไม่ได้มีใครคิดจะทำร้ายอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ จนคนเป็นพี่ชายอดสงสัยไม่ได้กับท่าทางหวาดกลัวของน้องสาว แต่กระนั้นเขาก็ยังคงนิ่งไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป ทว่าสายตาคมของเขาคอยจับสังเกตความผิดปกติอยู่ตลอด
ด้านคนอายุมากจึงละสายตาจากสาวน้อย แล้วหันไปพูดกับลูกสาวของตน
"หิวไหมครับ ทานข้าวเที่ยงมาหรือยัง"
"ยังค่ะ หนูมิรอทานพร้อมคุณพ่อ เออ จริงสิ พระพายมานี่เร็ว" เอ่ยตอบคนเป็นพ่อ แล้วหันไปกวักมือเรียกน้องสาวของคนรัก
ด้านพระพายถึงกับสะดุ้งเมื่อมิราเรียกเธอให้ไปหา ขณะที่เธอยังคงยืนหลบอยู่หลังพี่ชายอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เดินไปหามิราแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้เธอก็พอจะรู้แล้วว่าผู้ชายที่ไว้หนวดไว้เคราคนนั้นคือพ่อตาของพี่ชายหรือพ่อของมิรา ถึงเขาจะยังดูหนุ่มและหล่อมากเพียงใด แต่สำหรับเธอเขาก็น่ากลัวมากอยู่ดี ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้กลัวเขามากขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอก็ไม่ใช่คนที่กลัวใคร แต่กับพ่อตาของพี่ชาย เธอกลับกลัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้เลย
ด้านมิราเมื่อเห็นว่าพระพายไม่ยอมเดินมาหา เธอจึงเดินไปลากแขนพระพายออกมาจากด้านหลังของคนรัก
"พระพายมานี่เร็ว" จากนั้นก็พาพระพายไปแนะนำให้พ่อของตัวเองรู้จัก
"คุณพ่อคะนี่พระพายค่ะ น้องสาวของพี่วายุ พระพายนี่คุณพ่อของมิรานะ เป็นไงพ่อเราหล่อไหมล่ะ" หลังจากแนะนำให้คนทั้งสองรู้จักกันไว้ มิเราก็อดไม่ได้ที่จะอวดพ่อของตัวเอง เพราะเธอภูมิใจมากที่มีพ่อหล่อแถมยังรวยมากอีกต่างหาก
ทว่าคำถามของมิรา ทำเอาพระพายไปไม่เป็นเลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ไม่ลืมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้า
"เอ่อ สะ สวัสดีค่ะคุณลุง"
ด้านคนอายุมากถึงกับใจห่อเหี่ยวเมื่อสาวน้อยตรงหน้าเรียกตนว่า ลุง แต่ก็ไม่ลืมยกมือรับไหว้สาวน้อย
"สวัสดีครับ คงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไอ้วายุสินะ" เนื่องจากรู้ประวัติของลูกเขยดีอยู่แล้ว แค่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาญาติของวายุมาก่อน บัดนี้ได้เห็นน้องสาวของลูกเขยก็รู้สึกถูกตาต้องใจนัก
"ใช่แล้วค่ะ" มิราตอบยืนยันขึ้นมาแทน
"พ่อคุยกับหนูพายครับ ไม่ได้คุยกับหนูมิ" เดชาหันไปตำหนิลูกสาวอย่างไม่จริงจัง ทำเอาสาวน้อยที่ได้ยินเขาใช้สรรพนามเรียกเธอแบบนั้นกลับรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้
"แฮๆ คุณพ่ออะ" มิราหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะกระเง้ากระงอดใส่คนเป็นพ่ออย่างไม่จริงจัง
ทว่าเดชากลับไม่สนใจลูกสาวเลย เลือกที่จะชวนสาวน้อยคุยแทน
"หนูพายเรียกพ่อว่าพ่อเดย์ก็ได้นะครับ ยังไงพ่อก็มีศักดิ์เป็นพ่อตาของไอ้วายุมัน หนูพายเองก็เป็นน้องของไอ้วายุ เรียกพ่อก็คงไม่แปลกอะไร" สำหรับคนอื่นอาจจะฟังดูเหมือนเขาเอ็นดูสาวน้อยเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่สำหรับเขาคำว่าพ่อนั้น มันหมายถึงพ่อทูนหัวของเธอต่างหาก 'พ่อทูนหัวที่แปลว่าผัวของเธอ'
ขณะเดียวกันด้านวายุที่ยืนมองยืนฟังอยู่นานก็เดินมาหาคนเป็นน้องสาว ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
"ไปกันได้แล้วพาย" จากนั้นก็หันไปขออนุญาตคนเป็นเจ้านาย
"ผมขอไปส่งน้องที่คอนโดนะครับ แล้วจะรีบกลับมา" พูดจบวายุก็คว้าข้อมือเล็กของน้องสาวก่อนจะพาเดินไปขึ้นรถของตัวเองอย่างไว เพราะไม่อยากให้น้องสาวอยู่ที่นี่นาน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากสายตาของเจ้านายที่มองน้องสาวของเขามีหรือเขาจะดูไม่ออก คำพูดที่เจ้านายพูดกับน้องสาวของเขามีหรือเขาจะไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาไม่ได้อยากจะขัดขวาง แค่กลัวว่าคนเป็นเจ้านายที่พ่วงด้วยตำแหน่งพ่อตาจะทำกับน้องสาวของเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น คงไม่จริงจังอะไรกับเด็กแบบน้องสาวเขา
ด้านเดชายืนมองตามรถคันหรูสีดำของลูกเขยที่ขับเคลื่อนออกไปจากคฤหาสน์จนพ้นสายตาเขา ขณะที่ในหัวคิดถึงแต่ใบหน้าสวยสะดุดตาของสาวน้อยเมื่อครู่ ปากหนายิ้มบางๆออกมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ทำเอาลูกน้องห้าคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างรวมถึงลูกน้องมือขวาคนสนิทอย่าง ภาค มองคนเป็นเจ้านายเป็นตาเดียวกัน ด้วยความที่อยู่รับใช้คนเป็นเจ้านายมานาน ลูกน้องเหล่านี้จึงรู้ดีว่าเจ้านายของพวกเขากำลังคิดไม่ซื่อกับสาวน้อยคนสวยเมื่อครู่เข้าแล้ว...