ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น

1229 Words
(พ่อเดย์คลั่งรักเด็ก) จุดเริ่มต้นของเรื่อง เดชา เพิ่งมารู้ทีหลังว่าลูกสาวของตนกับบอดี้การ์ดส่วนตัวได้แอบลักลอบคบหากัน กว่าที่เขาจะยอมรับและทำใจกับเรื่องนี้ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งวันนี้บอดี้การ์ดที่ได้เลื่อนขั้นมาเป็นลูกเขย ก็ได้มาขออนุญาตกับเขาว่าจะพาลูกสาวของเขากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อที่จะพาไปแนะนำให้ผู้ใหญ่ฝั่งนั้นรู้จัก ซึ่งเขาก็ได้อนุญาตไป... ต่างจังหวัด "ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีหรือ พระพาย เธอตะโกนบอกคนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ "สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ "หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ" "หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิรา เอ่ยทักทายและแนะนำตัวเองกลับด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นกัน "ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วจ้า พี่วายุโทรมาบอกลุงวินแล้ว แต่มิราหน้าตาน่ารักมากเลยนะ พี่ชายพายเนี้ยตาถึงจริงๆ" ซึ่งพระพายก็รู้ว่ามิราเป็นลูกคุณหนูที่พี่ชายของเธอเป็นบอดี้การ์ดให้ แต่ถึงแม้ว่ามิราจะเป็นลูกคุณหนู แต่เท่าที่เธอเห็นมิราไม่ได้มีท่าทีวางตัวหรือท่าทีเย่อหยิ่งแต่อย่างใด กลับกันมิรากลับดูเข้าถึงง่าย พูดจาก็เป็นกันเอง และดูไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย คนที่บ้านคงจะสอนมาดี ไม่เหมือนกับพวกคุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงตามใจเหมือนในละครหลังข่าวที่เธอเคยดู "เข้าไปคุยกันต่อในบ้านดีกว่านะเด็กๆ" วายุ ที่ยืนดูสองสาวคุยกันก็พูดขึ้นมา เพราะตอนนี้บ่ายกว่าแล้ว แดดมันแรงคุยตรงนี้คงไม่สะดวก หลักๆคือเป็นห่วงเมียเด็กที่ตอนนี้แก้มสองข้างแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุขไปแล้ว คงจะร้อนเพราะฤทธิ์แดด "ค่ะ/ค่ะ" สองสาวจึงพยักหน้าตอบพร้อมกันทันที จากนั้นพระพายก็โอบเอวของมิราพากันเดินเข้าไปในบ้าน พลางพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนิทสนม โดยมีวายุเดินถือกระเป๋าสัมภาระของคนรักและของตัวเองตามหลังเด็กสาวสองคนไปติดๆ ปากหนากระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูเด็กสาวทั้งสองคนที่ดูจะสนิทสนมกันเร็วและเข้ากันได้ดี เห็นแบบนั้นก็พาให้เขามีความสุข ภายในบ้าน "ทานข้าวเที่ยงกันมาหรือยังคะ" เป็นเสียงป้าสะใภ้ที่มีนามว่า ป้าจ๋า เอ่ยถามคนรักของหลานชายที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวเยื้องกับตัวที่เธอและสามีนั่งอยู่ ซึ่งในคราแรกหลังจากที่เอ่ยทักทายสวัสดีกันเสร็จเธอกับสามีตั้งท่าจะนั่งพื้นแล้วด้วยซ้ำเพราะอยากให้เกียรติแฟนสาวของหลานชาย เพราะถึงอย่างไรเด็กสาวก็มีศักดิ์เป็นเจ้านายของหลานชาย แต่ก็ถูกเด็กสาวห้ามไว้ จึงต้องนั่งบนโซฟาตามความต้องการของเด็กสาว "หนูกับพี่วายุเราแวะทานข้าวเที่ยงกันเรียบร้อยแล้วค่ะ" มิราตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ไม่ได้ดูอึดอัดหรือประหม่าแต่อย่างใดที่ต้องมาสนทนากับผู้ใหญ่ทางฝั่งคนรัก หลังจากนั้นก็เริ่มมีบทสนทนาต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในบทสนทนานั้นๆ และเมื่อต่างคนต่างพูดคุยกันไปได้สักพัก คนเป็นหลานชายที่มักจะไม่ค่อยพูด ได้แต่เป็นผู้รับฟังที่ดี ก็ได้หันไปพูดกับคนเป็นน้องสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม "มหาลัยที่เราสมัครเอาไว้ อาทิตย์หน้าจะเปิดสอบเข้าแล้วไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้พี่จะกลับแล้ว งั้นเราก็เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เลยแล้วกัน" ที่เขาพูดเหมือนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับน้องสาว นั่นก็เพราะเขาเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดูค่าเล่าเรียนของน้องสาวมาตลอดตั้งแต่ที่พ่อของเธอเสียโดยอยู่ในความปกครองของผู้เป็นลุงและป้า ซึ่งหลังจากนี้คนเป็นน้องก็ต้องอยู่ในความปกครองของเขาแบบเต็มตัวเพราะเธอต้องไปเรียนต่อมหาลัยที่กรุงเทพ ซึ่งเขาก็ได้ปรึกษาหาลือกันแล้วว่าเด็กหัวดีอย่างพระพายสอบติดแน่นอน โดยจะให้พระพายไปพักอาศัยอยู่ที่คอนโดของเขาในระหว่างที่เรียนมหาลัย ส่วนตัวเขาก็อยู่ที่คฤหาสน์หรือบ้านพักบอดี้การ์ดเช่นเดิม "ดีเลย เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เขาลุงจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง" คนเป็นลุงหรือ ลุงวิน ที่เป็นคนพูดน้อยเหมือนกัน ก็พูดสมทบขึ้นมาทันที เพราะเขาเองก็เป็นห่วงไม่อยากให้หลานสาวต้องเดินทางเข้ากรุงเทพคนเดียวด้วยรถโดยสาร หากจะให้เขาไปส่งก็เกรงว่าจะขับรถไม่ไหว กว่าจะไปถึงกรุงเทพโรคเก๊าท์คงกำเริบกันพอดี "เอางั้นก็ได้ค่ะ" พระพายเธอได้หมด ผู้ใหญ่ว่าไงเธอก็ว่าตามนั้น "งั้นพายไปเก็บกระเป๋าเถอะลูก พรุ่งนี้จะได้เข้ากรุงเทพพร้อมพี่เขาเลย" คนเป็นป้าเอ่ยเสนอสมทบต่ออีกคน เธอเองก็หายห่วงที่คนเป็นหลานไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพคนเดียวแล้ว หลังจากนั้นพระพายก็ไปเก็บสัมภาระจำเป็นของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพพรุ่งนี้พร้อมพี่ชาย "แล้วพระพายจะสอบเข้ามหาลัยอะไรเหรอคะ" คล้อยหลังพระพาย มิราก็เอ่ยถามขึ้นมา พลางกวาดสายตามองทุกคนในที่นี้ไม่ได้เจาะจงว่าถามใคร "มหาลัยเดียวกันกับหนูนั่นแหละครับ แต่คนละคณะ" เป็นวายุที่เอ่ยตอบคำถามของคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยกมือหนาข้างหนึ่งขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างรักใคร่ทะนุถนอม จนคนเป็นลุงและป้าที่มองอยู่ยิ้มตามกับความอ่อนโยนของหลานชายที่ปฏิบัติต่อเด็กสาว ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นหลานชายอ่อนโยนกับใครเช่นนี้มาก่อน "จริงเหรอคะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สอบเข้าคณะเดียวกัน ว่าแต่พระพายจะสอบเข้าคณะอะไรเหรอคะ" ซึ่งตัวเธอนั้นจะสอบเข้าคณะบริหารตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าเรียนจบจะได้มาช่วยบริหารธุรกิจต่อจากผู้เป็นพ่อ "นิเทศศาสตร์ครับ" วายุเอ่ยตอบขณะที่มือหนายังคงลูบศีรษะเล็กอยู่อย่างนั้น มองเด็กสาวด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู จนคนเป็นลุงกับป้าที่มองอยู่ยิ้มตามไม่หยุด เห็นหลานมีความสุขพวกเขาสองคนก็พลอยมีความสุขไปด้วย...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD