เป็นเวลากว่าสามวันที่วราลีถูกภูเบศกักกันไม่ยอมปล่อยไปไหน หญิงสาวร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แล้วตระหนักได้ว่าไม่ควรเสียเวลานั่งคร่ำครวญให้กับโชคชะตาเลวร้าย ผู้ชายร้ายกาจพรรณนั้นไม่มีค่าพอต่อความเสียใจ เธอต้องเข้มแข็งและเดินไปข้างหน้า วันนี้จึงขอพูดคุยกับเขาให้รู้เรื่อง “หายโกรธกันแล้วใช่ไหม?” ภูเบศดีใจออกนอกหน้า เข้าใจผิดคิดว่าวราลีหายโกรธตน แต่พอสบสายตาเย็นชาที่อีกฝ่ายจ้องมองกลับมา ใบหน้ายิ้มระรื่นพลันหม่นหมองทันที “ฉันอยากตกลงกับคุณ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเต็มไปด้วยความชิงชังระคนรังเกียจ ภูเบศพยายามมองข้ามและคิดว่าแค่เธอยอมเสวนาด้วยก็นับว่าดีถมเถ “ตกลงอะไรว่ามาสิ” วราลีมองใบหน้าหล่อเหลาที่ซูบผอมกว่าตอนแรก ก็ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนักหรอก แต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะเครียดเรื่องเธอจนพานให้ร่างกายซูบตอบลงไปมากภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน “ปล่อยฉันไป” คำพูดสั้นๆ แต่สั่นคลอน

