บทที่ 3 หาความจริง

1926 Words
"ฉันไม่ว่างมาเล่นกับนายหรอก" "แต่ฉันว่างมาเล่นกับนายนะ...เหมือนในห้องน้ำวันนั้นไง..." คำพูดของหมอนี่ ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องในวันนั้น ใช่แล้ว!... เสียงนี้ กับกลิ่นฟีโรโมนนี้ ใบหน้าที่เลือนลางในตอนนั้นมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คนที่อยู่ห้องน้ำวันนั้นกับฉัน คือเค้า... พัคแทซัน ไม่มีอะไรซวยไปกว่านี้อีกแล้ว.. [พัคแทซัน] ผมตัดสินใจบอกมินซอง ว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำกับเค้าวันนั้นคือผม มั่นใจได้ว่ามินซองต้องจำเรื่องวันนั้นได้แน่ แต่อาจจะจำหน้าไม่ได้ แต่ทำไม...เค้ากลับนิ่งมาก ไม่มีท่าทางตกใจหรือว่าเดือดร้อนอะไรเลย ทั้งๆที่ผมจับจุดอ่อนเค้าได้แท้ๆ "นายไม่รู้สึกเสียหน้าหรอ ถึงมาพูดกับฉันแบบนี้" มินซองหันมาหาผมพร้อมกับพูดเสียงเย็น "ฉันอาจจะติดใจก็ได้นะ ปากบางๆ ของนาย มันทั้งนุ่มทั้งหวานเลยล่ะ" ทันทีที่ผมมองไปที่ริมฝีปากบางๆนั้น ภาพวันนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวผมซะงั้น "ถ้าฉันมีสติดี คิดว่านายจะได้จูบจากฉันหรอ ขอจูบกับโอเมก้าดีกว่า" คำพูดของเค้า มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บในใจแปลกๆ แล้วยังยั่วโมโหผมได้ด้วย "ถ้าเราเป็นอัลฟ่าเหมือนกัน มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก แต่...ถ้านายไม่ใช่อัลฟ่า ก็ไม่แปลกอะไรนี่…" ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้มินซองอีกครั้ง ครั้งนี้เค้าไม่หลบ แต่กลับจ้องมาที่ผมตรงๆ ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ทั้งดวงตาและใบหน้าอันงดงามของเค้า ทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลย จนอยากจะ...จูบเขาอีกครั้ง.. "ฉันเป็นอัลฟ่า ต่อให้นายเป็นโอเมก้า ฉันก็จะไม่ทำแบบนั้นกับนายแน่" มินซองพูดประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้ผมจุกจนพูดไม่ออกเลย แค่อยากจะทำให้เค้ายอมรับ ว่าเค้าเป็นโอเมก้า ดูจากท่าทางจิงจังและสายตาที่แน่วแน่ของเค้าแล้ว เหมือนจะมีเหตุผลที่ต้องปกปิดเรื่องนั้นเอาไว้ งั้นผมก็จะปล่อยไปก่อนแล้วกัน "ฮ่าๆๆ นายนี่มันเหมือนเดิมจริงๆ เลย ฉันนึกว่าพอนายมีเพื่อน นายจะเปลี่ยนไปบ้างซะอีก" "....."เขาไม่ตอบอะไร แล้วหันกลับไปสนใจชีทในมือต่อ "เกิดมาพึ่งเคยจูบกับอัลฟ่า ถ้าเป็นคนอื่น ฉันซัดหน้าไปนานแล้ว" ผมหัวเราะกลบเกลื่อน ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน แต่แอบรู้สึกผิดหวังในใจ นี่ผมกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่นะ "เฮ้..มินซอง! อ้าว นายชื่อ....พัคแทซันใช่มั้ย งั้นฉันขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อ มุนจีโฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ผู้ชายผมสีน้ำตาล หน้าพอใช้ได้ ดูแล้วอัธยาศัยดี นิสัยต่างกับมินซองคนละขั้วเลย ไปเป็นเพื่อนกันได้ยังไงนะ "ยินดีที่ได้รู้จักครับ เรียกแทซันเฉยๆ ก็ได้นะ" ฉันยิ้มให้เค้าตามมารยาท "เห็นทั้งสองคนนั่งคุยกันอยู่ คงจะแนะนำตัวกันแล้วสินะ แหม่...มินซอง ไม่คิดว่านายจะทำความรู้จักกับคนอื่นเป็นด้วย คิกคิกๆ" มุนจีโฮนั่งลงข้างมินซองแล้วกอดคอมินซองอย่างสนิทสนม เค้าก็เป็นคนที่มีสีสันดี เหมือนว่าพวกเค้าจะสนิทกันมาก เมื่อก่อนแค่เดินชนไหล่ มินซองก็ทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าให้ตาย แต่เค้ายอมให้หมอนี่แตะเนื้อต้องตัวง่ายๆ ซะงั้น "จริงสิ....อาจารย์เรียกนายไปทำไมน่ะ ไม่ใช่ว่าไปทำอะไรผิดมาหรอกใช่มั้ย" "อาจารย์บอกให้ฉันเข้าร่วมชมรม เพราะฉันไม่มีคะแนนกิจกรรมเลย" มินซองตอบคำถามหมอนี่ได้ง่ายๆ ต่างกับเมื่อก่อนอยู่มากจริงๆ ถึงจะมีท่าทีเย็นชา แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร "จริงด้วยสินะ นายแทบไม่เข้าร่วมกิจกรรมเลย ไม่แปลกที่จะไม่มีคะแนนกิจกรรม งั้นนายเข้าชมรมเดียวกับฉันไหมล่ะ" "ชมรมอะไร?" มินซองหันหน้าไปถามมุนจีโฮด้วยความสนใจ "ถ่ายภาพนะ เป็นชมรมที่เหมาะกับนายเลยนะ ฉันเคยชวนนายแล้วรอบนึง แต่นายบอกไม่สนใจ" "แล้วต้องทำยังไง ถึงจะได้เข้าชมรม" มินซองวางชีทในมือลง แล้วหันไปคุยจิงจังกับจีโฮ ท่าทางแบบนี้ผมพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย คิมมินซอง...ในความทรงจำของผม คืออัลฟ่าขั้นสูงที่หยิ่งยโส ทำตัวสูงส่ง แม้ร่างกายจะดูบอบบาง แต่ก็ไม่มีใครล้มมินซองได้เลย ขนาดตอนสู้กับผม ยังทำได้แค่เสมอกัน แรงก็ไม่ได้เยอะมาก แต่มีเทคนิคในการเอาตัวรอดค่อนข้างสูง ด้วยร่างกายที่เรียวบาง การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ทำให้คนอื่นเสียเปรียบได้ง่ายๆ ท่าทางที่พูดน้อย มองคนอื่นแค่หางตา ทำให้ผมอยากจะแกล้งเค้า แค่เพราะความสนุกที่อยากจะดึงเค้าคงมาจากที่สูงแค่นั้น แต่พอมาตอนนี้ทำไมผมต้องใส่ใจเค้าขนาดนั้นนะ ถึงขั้นที่มองเค้า แล้วก็ยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ณ.บริษัทของพ่อ พัคแทซัน "สามวันนี้ ผมให้คนตามสืบเรื่องที่คุณขอแล้วครับ สรุปได้ว่า คุณคิมมินซอง มีรายงานเข้ารับการรักษาต่อมฮอร์โมนที่ศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งครับ" เลขาอี พูดขึ้น "รักษาต่อมฮอร์โมนงั้นหรอ..?" ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของผมมองไปที่เลขาอีด้วยความสงสัย "ในรายงานบอกว่า คุณคิมมินซองได้รับการผ่าตัดเนื้องอกใกล้ต่อมฮอร์โมนตอนอายุ 7 ขวบ แล้วได้รับการยืนยันว่าเป็นอัลฟ่าระดับS ครับ และยังมีประวัติการเข้ารักษาทุกสามเดือนด้วย ครั้งสุดท้ายที่เข้ารับการตรวจคือหนึ่งเดือนก่อนที่พ่อเค้าจะเสียครับ" "การผ่าตัดผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว หรือว่ามีผลข้างเคียงหรอ?" "ผลการตรวจครั้งสุดท้ายได้บอกว่า ฮอร์โมนของคุณคิมมินซองปกติดีครับ แต่เป็นการเข้ารับการเติมเลือดครับ" ในเมื่อไม่ได้มีโรคประจำตัว แล้วทำไมต้องเติมเลือด เป็นการรักษาที่ไม่สมเหตุสมผลเลย "งั้นลองติดต่อหมอคนนี้ให้ฉันที เผื่อจะได้ข้อมูลอย่างอื่นเพิ่ม" ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องยื่นมือไปยุ่ง แต่เพราะมันจุดน่าสงสัย ยิ่งทำให้อยากรู้ความจริง "คงไม่ได้แล้วละครับ หมอคนนั้นมีข่าวว่าหายตัวไปเมื่อ2สัปดาห์ที่แล้ว แล้วตำรวจก็พึ่งพบศพเมื่อ4วันก่อนนี้เองครับ" นี่มัน...เรื่องอะไรกัน!? "ผลการเสียชีวิตล่ะ?" "ฆาตกรรมครับ พบร่องรอยการทรมาน เหมือนว่าคนที่จับไปต้องการเค้นข้อมูลอะไรบางอย่างครับ น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นความลับมาก ถึงได้ทนการทรมานหลายวันขนาดนี้ครับ แต่ตำรวจก็ได้สรุปคดีว่าเป็นเรื่องฆ่าชิงทรัพย์ครับ" "แล้วพอจะสืบได้ไหม ว่าเป็นฝีมือใคร" "ในข่าวไม่ได้พูดถึงคนร้ายครับ แต่ดูจากที่เรื่องนี้ปิดคดีได้ในเวลาแค่ 2วัน อาจจะเป็นกลุ่มอิทธิพลครับ ถ้าเป็นในประเทศนั้น มีอยู่แค่กลุ่มเดียวแล้วครับ คือแก๊งมาเฟียของพ่อคุณคิมมินซองครับ".... 'คิมมินซอง'เป็นลูกชายคนเดียวของหัวหน้าแก๊งมาเฟีย มีหน่วยงานในสังกัดที่เป็นผู้มีอิทธิพลจำนวนมาก ทั้งยังรับงานจ้างวานฆ่า และขายข้อมูลลับทางการเมืองอีกด้วย ถือว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลใหญ่ที่มีอำนาจเหนือกฏหมายไปแล้ว ได้ข่าวว่า เค้าอายุแค่ 13ปี ก็รับงานฆ่าคนแล้ว แถมยังทำได้ดีอีกด้วย แม้แต่ตำรวจก็ยังตามสืบไม่ได้ เค้าเป็นคนที่ถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอด ทั้งฐานะที่เป็นลูกชายหัวหน้า และยังมีความสามารถที่เหนือคนทั่วไป แล้วทำไมหลังจากการเสียไปของพ่อ มินซองถึงได้ออกจากแก๊ง แถมยกตำแหน่งหัวหน้าให้อาของเค้าด้วย เรื่องที่ทำให้เค้าต้องปิดบังที่เป็นโอเมก้าไว้ มันอาจจะเกี่ยวข้องกัน การแย่งชิงอำนาจในแก๊งใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่ตายกันไปข้าง มันก็ไม่มีทางจบสิ้น เค้าคงจะใช้ฐานะอัลฟ่าระดับ S เพื่อปกป้องตัวเองแน่ๆ [คิมมินซอง] หลังจากที่ฉันพูดเรื่องชมรมให้จีโฮฟัง วันนี้เค้าก็ได้พาฉันมายังชมรมที่ว่านั่น แต่...นี่มันชมรมระดับVIPหรือไง ห้องของชมรมถึงได้อยู่ในตึกใหญ่ ที่เป็นตึกสำหรับรับรองแขกVIPโดยเฉพาะ "นายพาฉันมาผิดที่หรือเปล่า" ฉันทักขึ้นขณะเดินตามหลังจีโฮ "ถูกแล้วๆ ชมรมเราเปิดแค่อาทิตย์ละครั้ง นายเข้าไปแล้วก็จะรู้เองแหละ" จีโฮพาฉันขึ้นลิฟท์มาชั้น 5 พอลิฟท์เปิดก็เจอทางเดิน ทั้งของตกแต่ง ทั้งพรมที่ปูพื้นแล้วยังประตูห้องที่ดูใหญ่พอๆกับประตูห้องนอนในคฤหาสน์ที่ฉันเคยอยู่ มันมีที่แบบนี้ในรั้วมหาลัยด้วยหรอ "นี่ไง ถึงแล้ว!" เราเดินมาสุดทาง จนถึงประตูที่มีป้ายติดว่า 'ชมรมถ่ายภาพVIP.s' "สวัสดีครับ ผมพาเพื่อนมาสมัครเข้าชมรมครับ" จีโฮเปิดประตูพาฉันเข้ามาเป็นห้องสีขาวที่มีเฟอนิเจอร์เป็นโทนขาวดำ มีรูปถ่ายมากมายติดไว้ตามผนัง "สวัสดีครับ...คุณคิมมินซองสินะ ทำตัวตามสบายเลยนะครับ ผมเป็นรองประธานชมรม ชื่อซองจีฮุน อยู่ปี 4ครับ" ผู้ชายที่มีใบหน้าทั้งสวยทั้งหล่อในคนเดียวกัน เค้ามีผมยาวสีขาวคล้ายแชจินแค่ทรงผมดูทันสมัยว่า เค้าสวมชุดผ้ามันสีดำ เหมือนหลุดออกมาจากงานแฟชั่นโชว์ พูดกับฉันพร้อมทั้งยิ้มให้ฉันอย่างใจดี แล้วยังเป็น...อัลฟ่าระดับS อีกด้วย "รู้จักผมหรอครับ" ฉันเดินตามเค้ามานั่งที่โซฟา จีโฮก็เดินมานั่งลงข้างๆ แล้วเค้าก็เอาใบสมัครพร้อมปากกามาวางตรงหน้าให้ฉัน "อัลฟ่าระดับ S ในมหาลัยเรามีไม่กี่คนหรอกใช่มั๊ยล่ะ ขนาดเด็กปี 1 ที่พึ่งเข้ามา ยังไม่มีระดับ S สักคน ก็ไม่แปลกนะที่ฉันจะรู้จักนาย เราก็กำลังรอให้นายมาเข้าชมรมอยู่ จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยให้จีโฮชวนแล้วนะ แต่นายปฏิเสธนี่" เค้านั่งลงที่โซฟาตรงข้ามฉัน "นายทำตัวสบายๆ หน่อยก็ได้...ที่นี่อยู่แบบเป็นกันเองมากเลยนะ ถ้านายได้ลองไปออกกิจกรรมสักครั้งนายต้องชอบแน่ๆ" จีโฮพยายามพูดให้ฉันผ่อนคลายลง แกร็ก! (เสียงประตูปิดลง) "มีแขกมาหรือไง" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง มีคนกำลังเข้ามาในห้อง แต่ทำไมเสียงนี้ถึงได้คุ้นหูนักนะ "มาแล้วหรอ ฉันกำลังรับสมาชิกใหม่เข้าชมรมพอดีเลย...มาทำความรู้จักกันก่อนสิ" ตึก ตึก ตึก (เสียงฝีเท้ากำลังเดินใกล้เข้ามา) "สวัสดีครับรุ่นพี่ นี่เพื่อนผมเองครับชื่อคิมมินซอง" จีโฮหันไปพูดกับคนข้างหลัง อย่างสนิทสนม กึก...! เสียงฝีเท้าหยุดลง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD