“โอ๊ะ… เตรียมตัวเสร็จกันเร็วจังเลยนะครับ…ผมคิดถึงพี่มินซองมากเลยล่ะครับ” อึนซองเดินลงมาพร้อมกับซูจิน แล้วเดินมาโอบฉันจากด้านหลังโซฟา จนแก้มของเราแนบกัน
“นายทำอะไรน่ะ!! ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” ซูจินที่เดินตามมารีบดึงแขนอึนซองออกทันที ทำให้คนอื่นๆตรงนี้หันมามองซูจินกันหมด
“ซูจิน…นายหึงพี่มินซองหรอ” อึนซองยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันไปถามซูจินที่กำลังอ้ำอึ้งจนหน้าเริ่มเป็นสีชมพู
“ปะ…เปล่า ฉันกลัวว่าเดียวพี่มินซองจะอึดอัดน่ะ มีอย่างที่ไหนอัลฟ่ากับอัลฟ่าใกล้ชิดกันขนาดนั้น” ซูจินพูดสีหน้าจิงจัง ยังไงก็ต้องขอบคุณซูจินแหละ ที่ช่วยฉันไว้
“ผมขอโทษด้วยครับ…ผมลืมคิด แต่เมื่อกี้รุ่นพี่จีโฮก็โอบพี่มินซองนี่ครับ” อึนซองหันมาพูดกับฉันด้วยสีหน้าสำนึกผิดแล้วหันไปหาจีโฮต่อ
“มันจะเหมือนกันได้ยังไง ฉันเป็นเพื่อนสนิทมินซองนะ ส่วนนาย...เป็นรุ่นน้อง หึ” จีโฮยิ้มกว้างพร้อมยืดอกอย่างภูมิใจ
“ทะเลาะอะไรกัน เสียงดังถึงข้างบนเลย” รุ่นพี่ฮยอนอูเดินลงบันใดมาพอดี
“ไม่ได้ทะเลาะครับ แค่คุยเล่นกันนิดหน่อย” จีโน่พูดพร้อมกับยิ้มมาให้ฉัน ก็นะ…ฉันเป็นต้นเหตุนี่ ถึงจะแค่พูดบับกันเฉยๆก็เถอะ แต่ก็เสียงดังจริงๆนั้นแหละ
“งั้นก็ไปกันเถอะ จีฮุนรออยู่ที่รถแล้ว” รุ่นพี่ฮยอนอูพูดขึ้น แต่ทำไมสายตาเค้าถึงจ้องมาที่ฉันล่ะหรือจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องที่พวกนี้เสียงดังกันเป็นเพราะฉัน แต่ก็คือความจริงนั้นแหละ
พวกเรากลับมาที่บ้านหลังจากกินข้าวเสร็จ ดีอ้อนก็ขอตัวเข้าห้องไปอ่านหนังสือ จีโน่กับรุ่นพี่จีฮุนชวนกันดื่มเบียร์ที่ห้องนั่งเล่นซึ่งจีโฮก็โดนลากไปกินด้วย เห็นบอกรวมตัวคนมีชือจี อะไรนี่แหละ รุ่นพี่ฮยอนอูบ่นว่าเหนื่อยๆเลยขึ้นไปนอนก่อน ส่วนฉันก็ยังไม่อยากขึ้นห้องว่าจะรอให้รุ่นพี่ฮยอนอูหลับก่อนแล้วค่อยขึ้นไปนอน
ฉันยืนอยู่ริมชายหาดคนเดียว ในเวลากลางคืนที่เงียบสงัด สายลมเย็นๆพัดผ่าน แสงดาวเต็มฟ้าส่องลงมาบนผิวน้ำ ทำให้เกิดเป็นเส้นทางแสงที่สวยงาม ฉันมองขึ้นไปบนฟ้า รู้สึกเล็กและเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้ฉันรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ถึงจะมืดมากแต่บรรยากาศดี ฉันน่าจะหยิบกล้องมาด้วย จะได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้
แฉะ!
จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงชัดเตอร์ดังพร้อมกับแสงแฟลชมาจากด้านหลัง ฉันรีบหันไปมอง พบอึนซองกำลังถือกล้องพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาที่ฉัน สายลมเย็นๆพัดผ่านมาทำให้ผมสีชมพูปลิวไสวและเสื้อเชิ๊ตสีขาวแนบกับตัวของเค้า เผยให้เห็นหน้าอกที่กว้าง รูปร่างของเค้าดูดีมากเลยทีเดียว
แฉะ!
อึนซองกดชัดเตอร์ถ่ายภาพตอนฉันหันมาอีกรอบ
“นายทำอะไร” ฉันถามพร้อมกับจ้องไปที่อึนซองเพราะเค้ากำลังถ่ายภาพฉันโดยไม่ได้ขออนุญาตฉันก่อน
“ผมเห็นว่าวิวสวยมาน่ะครับ ก็เลยอดใจไม่ไหว อยากจะถ่ายเก็บไว้” อึนซองยิ้มมาให้ฉัน แล้วเดินถือกล้องเดินมาข้างๆฉัน
“แต่เมื่อกี้นายถ่ายฉัน ไม่ใช่วิว”
“ดูนี่ก่อนสิครับ มันสวยมากเลยนะ” อึนซองยื่นกล้องมาให้ฉันดูรูปที่พึ่งถ่าย ฉันที่อยู่ในรูปดูเป็นธรรมชาติมาก แถมยังถ่ายออกมาได้ดีมากด้วย ข้างหลังฉันก็เป็นท้องฟ้ากว้างที่มีแต่แสงดาว เค้าถ่ายออกมาได้เป็นมืออาชีพมากจริงๆ
“ถ่ายได้ดีเลยนะ” ฉันยังคงจ้องมองไปที่รูปในกล้องที่อยู่ในมืออึนซอง ไม่คิดว่ากล้องถ่ายรูปกับมุมกล้องจะทำได้ขนาดนี้
“วิวของผมก็คือพี่ยังไงละครับ” ฉันพึ่งรู้สึกตัวว่าอึนซองกับฉันใกล้กันมาก จนแก้มของเราแทบจะชนกัน เพราะฉันมัวแต่สนใจกล้องจนเผลอให้เค้าอยู่ใกล้ขนาดนี้ ฉันตกใจนิดหน่อยจนถอยออกมาจากอึนซอง
“อ่อ” ฉันกลับมาทำตัวเป็นปกติ นี่ฉันลืมระวังตัวอีกแล้วสินะ หมอนี่เผลอไม่ได้เลยจริงๆ
“ลำบากแย่เลยนะครับ” อึนซองพูดพร้อมกับทอดมองขึ้นไปบนฟ้า
“เรื่องอะไร”
“ก็ที่พี่ต้องอยู่กับพวกอัลฟ่า ทั้งที่พี่เป็นโอเมก้าน่ะครับ” ฉันตกใจในคำพูดของเค้าพอสมควร ฉันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาทันทีเพราะไม่ว่าเค้าจะรู้เรื่องนี้มาจากไหน และจะให้เค้าใช้มาข่มขู่ฉันไม่ได้
“นายพูดเรื่องอะไร” เค้าอาจจะแค่สงสัย ยังไงก็ยังไม่มีหลักฐาน
“ผมไม่ใช่รุ่นพี่จีโฮที่จะใสซื่อเรื่องโอเมก้าหรอกนะครับ แค่ผมได้อยู่ใกล้ๆพี่ ผมก็รู้แล้ว” อึนซองโน้มตัวลงมาเอาหน้ามาใกล้จนฉันต้องถอยหนี
“นายจะทำอะไร” ฉันจ้องไปที่อึนซอง หากเค้าจะเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ฉันจริง ถ้าฉันสั่งสอนสักหน่อยคงไม่เป็นไร
“ก็พี่น่ารักนี่ครับ ผมเลยอยากจะมองพี่ใกล้ๆอีกหน่อย” อึนซองที่โน้มตัวอยู่ยิ้มตาหยีมาให้ฉัน
“ใกล้เกินไปแล้ว” ฉันหันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับเดินออกมาจากอึนซอง แต่อึนซองเดินมาขวางข้างหน้าฉัน จนฉันต้องหยุดเดิน
“พี่จะไม่ยอมรับก็ได้นะครับ พี่คงจะมีเหตุผลที่ปิดเรื่องนี้ไว้ แต่คงไม่ใช่ว่าพี่ชอบใครสักคนในกลุ่มพวกเราใช่มั้ยครับ” อึนซองส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาที่ฉัน
“นายเลิกพูดเหลวไหลสักที”
“งั้นลองพิสูจน์ดูมั้ยครับ ว่าจะทนฟีโรโมนของผมได้แค่ไหน” อึนซองยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ขืนเค้าปล่อยฟีโรโมนตอนนี้ฉันคงจะคุมตัวเองไม่ได้แน่ เพราะฉันไม่ได้มีสัมพันธ์กับใคร ฟีโรโมนในร่างกายจึงเยอะกว่าโอเมก้าทั่วไป ต้องหยุดอึนซองก่อนเค้าจะทำแบบนั้น
“ฉันเป็นโอเมก้า ไม่ต้องพิสูจน์อะไรหรอก” ฉันจ้องอึนซอง
“ผมดีใจมากเลยครับที่พี่เป็นโอเมก้า แถมพี่ก็ดูไม่ได้ชอบใครในกลุ่มพวกเราด้วย งั้นผมจะได้จีบพี่ได้โดยไม่ต้องห่วงอะไร” อึนซองค่อยๆเอาหน้ามาซบที่ไหล่ของฉัน นอกจากเสียงคลื่นแล้วฉันยังได้ยินเสียงลมหายใจของเค้าและลมหายใจอุ่นๆกระทบมาที่ไหล่อย่างเป็นจังหวะ
“นายจะข่มขู่ฉันหรอ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะครับ ถ้าคนอื่นๆรู้ว่าพี่เป็นโอเมก้า ผมคงจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นน่ะสิ ผมไม่บอกใครดีกว่า ผมจะเก็บพี่ไว้คนเดียว” อึนซองยืดตัวขึ้นมาพูด พร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่นให้ฉัน
“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไง”
“เพราะผมกำลังจีบพี่อยู่ไงล่ะครับ” นี่เค้าแค่ต้องการจีบฉันจริงๆน่ะหรอ แต่ชาตินี้นายคงไม่มีท่างจีบฉันติดหรอก ความรู้สึกรักลึกซึ้งอะไรพวกนั้นฉันไม่สามารถรับรู้มันได้แล้ว
ฉันเดินเข้ามาในห้องที่ปิดไฟไว้ ฉันเกรงว่าถ้าเปิดไฟอาจจะทำให้รุ่นพี่ฮยอนอูตื่น เลยเดินเข้าห้องมาทั้งอย่างนั้น ความมืดมิดในห้องทำให้ฉันต้องใช้เวลาสักครูในการปรับสายตา แสงไฟจากข้างนอกส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย ฉันพยายามมองที่เตียงเห็นเงาของรุ่นพี่ฮยอนอูกำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ในความมืด ฉันชะงักครู่หนึ่งไม่นึกว่าเค้าจะยังตื่นอยู่ ตอนนี้เค้าไม่ได้สวมแว่นตา ฉันหันมองไปที่หน้าต่างเห็นจุดที่ฉันกับรุ่นพี่จีฮุนอยู่ด้วยกันเมื่อกี้พอดี แต่มันก็มืดมาก รุ่นพี่ฮยอนอูสายตาไม่ดี อาจจะไม่เห็นอะไรก็ได้
“รุ่นพี่ฮยอนอูยังไม่นอนหรอครับ” ฉันพูดพร้อมกับเดินไปที่ข้างเตียงเตรียมจะนอน
“เมื่อกี้…พวกนายทำอะไรกัน” คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงักอีกครั้ง เป็นน้ำเสียงที่ต่ำจนน่าขนลุก ฉันกำผ้าห่มแน่น เพราะไม่รู้ว่ารุ่นพี่จะพูดอะไรหรือว่าจะถามอะไรต่อ ถ้าฉันจะลงมือกับเค้าก็ไม่ได้ เพราะเค้าเป็นลูกชายของคุณลุง เค้าอาจจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ แต่มันมืดมากเค้าจะเห็นได้ยังไง
“ผมกับรุ่นพี่จีฮุนหรอครับ”
“....” รุ่นพี่ฮยอนอูไม่ตอบ แต่เค้ากำลังจ้องมาที่ฉัน ด้วยสายตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“เราคุยกันนิดหน่อยครับ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร” ฉันขึ้นไปบนเตียงพร้อมเอนตัวลงนอนข้างๆรุ่นพี่ฮยอนอูแล้วตะแคงมาอีกทาง รีบหลับก่อนแล้วกัน นึกว่าเค้าจะหลับไปแล้วซะอีก ถ้ารุ่นพี่ฮยอนอูไปถามเรื่องนี้กับรุ่นพี่จีฮุนก็คงจะพูดแบบเดียวกันนี่แหละ
[ซอฮยอนอู]
ผมต้องตกใจอะไรก่อนดี ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ตั้งแต่ตอนกลางวันที่ผมเห็นพวกเค้าผ่านทางหน้าต่าง ผมก็ว่ามันดูแปลกๆ จีฮุนไม่เคยทำตัวแบบนั้นกับอัลฟ่าเหมือนกัน แล้วมาเมื่อกี้อีก ที่ผมเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเค้าสองคนทำอะไรกัน ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกปั้นป่วนหัวใจแปลกๆ ทั้งที่พยายามมองมินซองเป็นแค่น้องชายคนนึง แต่ทุกครั้งที่เจอกันผมก็อดมองเค้าไม่ได้เลย เค้าทั้งสะดุดตาทั้งมีเสน่ห์ เวลาที่เค้าเดินผ่านมักจะได้กลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆทำให้ใจผมก็จะเต้นแรงขึ้นทุกครั้ง ผมก็สับสนว่าทั้งหมดมันเป็นเพราะอะไร แล้วพวกเค้าทำให้ผมได้รู้ ว่าที่ผมเป็นแบบนั้นกับมินซอง เพราะว่าจริงๆแล้วมินซองเป็นโอเมก้านี่เอง แล้วจีฮุนก็รู้เรื่องนี้ก่อนแล้ว
ผมรู้สึกเหมือนโดนปั้นหัวตั้งแต่เรื่องที่โรงแรม แต่ก็พยายามปล่อยผ่าน แต่พอมาวันนี้ผมก็ตาสว่าง ได้เห็นว่าพวกเค้ารวมหัวกันเล่นละครตบตาผมยังไง ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะมินซอง!! ตั้งแต่เค้าเข้ามาผมก็เริ่มเปลี่ยนไป
“นายจะไม่ตอบฉันจริงๆใช่มั้ย” ผมใช้น้ำเสียงต่ำถามมินซองอีกครั้ง ตอนนี้ผมกำลังกัดฟันระงับความรู้สึกโกรธของตัวเองไว้
“รุ่นพี่ต้องการจะรู้อะไรหรอครับ” มินซองพูดโดยไม่หันมา มันเลยยิ่งทำให้ไฟในอกผมมันร้อนขึ้นกว่าเดิม ทำให้ความอดทนของผมหมดลง
พรึบ!!
ผมจับมินซองพลิกนอนหงายก่อนผมขึ้นคร่อมเค้าบนเตียง มือซ้ายของผมจับมือมินซองทั้งสองข้างรวบไว้แน่น ผมกดมือมินซองไว้กับหมอนเหนือหัวของเค้า ไม่ให้เค้าหลบหนีผมไปไหนได้ ใบหน้าของเราอยู่ห่างเพียงไม่กี่นิ้ว สายตาที่ตกใจของเค้ากำลังส่องประกายในความมืด
“รุ่นพี่ จะทำอะไร” มินซองมองผมด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนทุกที แต่วันนี้ แม้กระทั่งน้ำเสียงเค้ายังเย็นชากับผมด้วย มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีก
“ทำแบบนี้ไง…” ผมใช้มือขวาบีบแก้มของมินซองไว้ไม่ให้ขยับหนี แล้วโน้มตัวลงใช้ริมฝีปากของผมบดขยี้ริมฝีปากของมินซองอย่างร้อนแรง แต่มินซองกลับดิ้นไปมาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่ามือของเค้าจะถูกผมจับไว้แน่นก็ตาม ทั้งหมดเป็นเพราะไฟแห่งความโกรธของผมทั้งนั้น โกรธที่เค้าไม่บอกความจริงกับผม ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้หรือว่าตอนนี้เค้าก็เลือกที่จะไม่พูด แล้วให้จีฮุนรู้ก่อนผม ให้ผมเป็นคนรู้ทีหลัง เค้าเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่
“แฮ่ก.. แฮ่ก...” ผมถอนจูบออกเพราะเห็นว่าเค้าไม่มีจังหวะหายใจ
“แค่นี้ก็หายใจไม่ทันแล้วหรอ ทำกับจีฮุนเมื่อกี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่” ผมแสยะยิ้มให้มินซอง เค้ามองมาที่ผมด้วยสายตาที่โกรธ แล้วเค้ามีสิทธ์อะไรจะมาโกรธผม
“รุ่นพี่ทำแบบนี้ทำไม”
“เพราะนายไง ฉันถึงเป็นแบบนี้...” ผมก้มตัวลงไปจูบมินซองอย่างเร้าร้อนอีกรอบ ผมบดขยี้ปากมินซองจนอยากจะกัดให้หายโมโห แต่ความหวานของปากเค้ามันก็ทำให้ผมทำไม่ลง ครั้งนี้ผมปล่อยฟีโรโมนดึงดูดของผมใส่มินซอง อยากรู้เหมือนกันว่าจะทนได้สักแค่ไหน ตอนทำแบบนี้กับจีฮุนไม่เห็นเค้าจะขัดขืนอะไรเลยยอมง่ายๆด้วยซ้ำ ทำไมกับผมถึงได้ดิ้นไม่หยุดแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด