"ครับ" แทซันรับคำ
"งั้นผมพาจีโน่ไปนอนก่อนนะครับ ส่วนซูจิน ขอฝากรุ่นพี่ด้วยนะครับ" ดีอ้อนพูดพร้อมลุกขึ้นพยุงจีโน่ที่กำลังหลับ ก่อนจะเดินออกไป แต่ยังเหลือซูจิน ที่ยังฟุ๊บหลับกับโต๊ะอยู่
"เดี๋ยวฉัน..." ฉันพูดขึ้นพร้อมกับจะลุก
"ฉันไปเอง ซูจินนอนห้องเดียวกับฉัน ฉันไปเองดีกว่า" พูดจบแทซันก็ลุกเดินไปพยุงซูจินแล้วพาออกไป
ทุกคนไปนอนกันหมดแล้ว เหลือฉันตรงนี้แค่คนเดียว ฉันที่ดื่มไปมากพอสมควร ถึงจะไม่ได้เมา แต่แอลกอฮอล์ก็ทำให้รู้สึกร้อนขึ้นมา ฉันจึงเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก ทางแชจินเป็นยังไงบ้างแล้วนะ
ตู๊ดดด ตู๊ดดด
"ครับนายน้อย"
"ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง"
"ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ พึ่งพาขึ้นเรือเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนครับ ตอนนี้น่าจะอยู่กลางทะเลแล้วครับ"
"ดี"
"นายน้อยเมตตาเค้าเกินไปหรือเปล่าครับ"
"ในเมื่อเราจะเลิกเป็นนักฆ่า ทำไมเราต้องกลับไปทำแบบเดิมด้วยล่ะ ฉันก็แค่อยากใช้ชีวิตธรรมดาเท่านั้น"
"ผมเข้าใจแล้วครับ"
ติ๊ด...
"ทำไมนายยังไม่เข้าไปนอนอีก"แทซันที่เดินมาจากข้างหลังพูดขึ้น
"ฉันออกมาสูดอากาศน่ะ"
"ที่นี่อากาศดีจริงๆ" แทซันเดินมายืนข้างๆ พร้อมกับเงยหน้าสูดลมหายใจเข้าไป
"หน้านายแดงมากเลยนะ" ฉันทักขึ้นแต่แทซันหันมามองฉัน ก่อนโน้มตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันแล้วยิ้ม
"จริงหรอ"
อยู่ๆ ภาพที่ฉันจูบเค้าในห้องน้ำวันนั้นก็ผุดขึ้นมาบนหัว
"นายเมาแล้ว" ฉันหันหน้าไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาของเค้า ความรู้สึกเขินอายนี่มันอะไรกัน
"แต่ตอนนี้หน้านายแดงกว่านะ" แทซันใช้มือช้อนคางของฉันขึ้นให้หันกลับมามองหน้าเค้า
ด้วยระยะห่างที่ใกล้ ทำให้ฉันได้กลิ่นฟีโรโมนจากตัวเค้า
"นายจะทำอะไร"
"ดูเหมือนว่า นายเองก็เมานะ หรือว่านาย ได้กลิ่นฟีโรโมนของฉัน" แทซันยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูฉัน
"นายพูดบ้าอะไร" ฉันหันหน้าหนีสะบัดมือเค้าออกจากคางของฉัน
"ฮ่าๆๆๆ ฉันคงจะเมามากจริงๆ แหละ" แทซันยืดตัวขึ้นหัวเราะ
"งั้นฉันไปนอนก่อนนะ นายเมาแล้วก็ไปนอนเถอะ"
ฉันพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในบ้าน ฉันเดินมาจนถึงประตูห้อง ซึ่งมีแทซันซันเดินตามมา ก็ไม่แปลกหรอก เพราะห้องของเค้าอยู่ตรงข้ามห้องของฉันเอง
แกร็ก... (เสียงเปิดประตู)
ฉันกำลังจะก้าวเท้าเข้ามาในห้อง แต่จู่ๆ ฉันก็ได้กลิ่นฟีโรโมนของแทซัน เป็นฟีโรโมนดึงดูด หมอนี่บ้าไปแล้วแน่ๆ ขาของฉันกำลังอ่อนลง เหมือนจะไม่มีแรงจะก้าวต่อ ฉันหันมองแทซัน กำลังมองมาที่ฉันจากด้านหลัง
"นายเป็นอะไรหรือเปล่า เหมือนว่าขานายจะไม่มีแรง" แทซันเดินเข้ามาใกล้ เหมือนเค้ากำลังจับสังเกตอะไรได้ ฉันต้องควบคุมตัวเองไว้
"เปล่า ฉันรอให้นายเข้าห้องก่อน นายเข้าห้องของนายไปก่อนสิ" จริงๆ แล้วเพราะขาฉันไม่มีแรง จึงต้องจับลูกบิดประตูเพื่อพยุงตัวไว้ ทำไมเค้าถึงปล่อยฟีโรโมนออกมา แถวนี้ไม่มีโอเมก้าคนอื่นด้วย หรือแทซันต้องการพิสูจน์อะไรจากฉัน
"นาย....ดูไม่ปกตินะ ไหนบอกว่าคอแข็งไง ทำไมตอนนี้ก็เมาซะล่ะ" แทซันเดินเข้ามาหน้าฉัน แล้วโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู ยิ่งเขาเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ ความรุนแรงของฟีโรโมน ยิ่งทำให้ฉันควบคุมร่างกายไม่ได้
"งั้นฉันไปนอนก่อนนะ" ฉันพยายามควบคุมร่างกาย เพื่อจะก้าวเข้าไปในห้อง แต่จู่ๆ ขาฉันก็อ่อนลงจนเกือบจะล้ม
มับ!!...
แทซันใช้แขนของเค้ารั้งตัวฉันไว้ไม่ให้ล้ม ทำให้แผ่นหลังของฉันแนบกับหน้าอกของเค้า ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ เค้าได้รู้แน่ว่าฉันเป็นโอเมก้า
ตึกตัก!! ตึกตัก!!
ในความเงียบนี้ เสียงเต้นหัวใจของแทซันดังมาก จนฉันรู้สึกได้
"ฉันบอกแล้วว่านายเมา เดี๋ยวฉันช่วยพยุงเอง" แทซันก้มหน้าลงมากระซิบที่หูชั้นจากด้านหลัง ฉันรู้สึกว่าร่างกายของฉันร้อนขึ้นทุกที ไม่สามารถขยับตัวได้ดั่งใจเลย
แทซันปิดประตูแล้วพยุงฉันมานั่งลงที่เตียง ฉันต้องปล่อยให้เค้าทำแบบนั้น เพราะฉันไม่มีแรงจะไปขัดขื่นอะไรเค้าเลย ตอนนี้ฉันไม่ต่างอะไรกับคนเมา ร่างกายที่ร้อนขึ้นทำให้ฉันต้องการบางอย่างจากตัวเค้า ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฉันอยากจะควบคุมมัน
[พัคแทซัน]
ตอนนี้ผมมั่นใจเต็มร้อยเลยว่ามินซองเป็นโอเมก้า แล้วมินซองก็ชอบไปทำตัวน่ารักกับคนอื่น ต่อหน้าผมด้วย มันยิ่งทำให้ผมอยากจะเอาคืนที่เค้ามาทำให้ใจผมไม่สงบแบบนี้ ท่าทางของคนอื่นๆ ตอนที่ถ่ายรูปมินซองเหมือนกับว่าทุกคนตกหลุมรักมินซอง แรงดึงดูดของเค้าต่ออัลฟ่าเหมือนจะมีมากว่าโอเมก้าทุกคนที่ผมเคยเห็นมา ผมรู้สึกไม่พอใจ อยากจะครอบครองเค้าไว้คนเดียว แต่ถ้าทำอย่างนั้น มินซองคงได้เกลียดผมไปจนตายแน่
ผมพามินซองมานั่งที่เตียงของเค้า แล้วเก็บฟีโรโมนของผมเอง ตอนนี้มินซองเหมือนจะโดนฟีโรโมนดึงดูดมากเกินไป ผมก็คิดว่าไม่ได้ปล่อยเยอะแล้วนะ ทำไมถึงมีปฏิกิริยามากแบบนี้
"นายนอนเถอะ ฉันกลับห้องก่อนละกัน...ฝันดี..." ผมโน้มตัวไปกระซิบฝันดีข้างหูมินซอง
"นาย...ทำแบบนี้ทำไม..." มินซองจ้องมาที่ผม ใบหน้าของเค้า ช่างยั่วใจผมจริงๆ
"ก็ไม่ทำไม ความลับของนาย ฉันจะเก็บเอาไว้เอง ไม่มีใครได้รู้แน่...เพราะฉันไม่อนุญาต..."
ผมเดินออกมาจากห้อง ใจของผมมันแทบคลั่ง เกือบจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เพราะแค่ต้องการเป็นเพื่อนกับเค้าจริงๆหรอ หรือนี่ผมเผลอใจให้หมอนั่น แล้วสินะ
"ทำไมนายออกมาจากห้องมินซอง" อยู่ๆ รุ่นพี่ฮยอนมินที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็พูดขึ้น นี่เค้ามาอยุ่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"มินซองเริ่มเมาน่ะครับ ผมเลยเดินมาส่ง" เหมือนเค้าจะสงสัยอะไรบางอย่าง
"อ่อ...คืนดีกันแล้วสินะ อย่างนั้นก็ดีแล้ว" รุ่นพี่ส่งยิ้มมาแต่สายตากลับเหมือนจะรู้อะไร ถึงยังไงผมก็ไม่ให้ใครได้รู้เรื่องมินซองแน่
"เพราะรุ่นพี่เลย ต้องขอบคุณมากนะครับ " ผมยิ้มให้รุ่นพี่ แล้วผมก็เดินมาที่หน้าห้องของผม
"พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า รีบเข้านอนเถอะ" แล้วรุ่นพี่ฮยอนอูเดินเข้าห้องของเค้าไป
"คร้าบบบ”
หลายวันต่อมา…
แปะ....แปะ...แปะ (เสียงน้ำหยดลงพื้น)
ในห้องที่มืดมิด มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องลงมา อากาศในหน้าหนาวที่อุณหภูมิเกือบติดลบ ในช่องสำหรับเก็บฟืนของคฤหาสน์มีเด็กผู้ชายคนนึงกำลังนอนขดอยู่ ร่างกายอันบอบบางนั่นกำลังสั่นเทา พื้นที่ไม่มีอะไรรองมีเพียงพื้นปูนเย็นๆ ร่างกายที่มีแต่บาดแผลกับเสื้อผ้าที่บางและเปียก ยิ่งทำให้เด็กชายหนาวจับใจแต่ไม่ว่าหนาวแค่ไหนเจ็บแค่ไหน เด็กชายก็ไม่ร้องไม่ส่งเสียงออกมาสักคำ ประตูของช่องเก็บฟืนไม่ได้ถูกล๊อก เด็กชายสามารถเดินออกมาหาที่อุ่นๆนอนได้สบายๆ แต่เขาเลือกที่จะยังนอนขดตัวบนพื้นเย็นๆ เผชิญกับความหนาวด้วยตัวเอง เพราะทุกครั้งที่เค้าก้าวเท้าออกมาจากห้องเก็บฟืน เพราะทนความหนาวไม่ไหว เค้าจะต้องโดนพ่อแท้ๆตีมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว แล้วต้องเข้ามานอนในที่แห่งนี้เหมือนเดิม ทำให้รอบนี้เค้าไม่เดินออกไป ไม่ร้องไห้ไม่ร้องให้คนช่วย เด็กชายอายุเพียง 7 ขวบ ต้องทนการทรมานแบบนี้เดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลานานถึง 5ปี ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ไม่มีใครยื่นมืออุ่นๆมาจับมือน้อยๆของเด็กชายเอาไว้เลย ทำให้เด็กชายได้รู้ซึ้ง ถึงคำว่าอำนาจ เพราะพ่อเค้าเป็นคนที่มีอำนาจมากสามารถสั่งได้ทุกคน สั่งไม่ให้มีใครมาช่วย เด็กชายจึงได้สาบานกับตัวเอง ไม่มีใครช่วยตัวเค้าได้ มีเพียงตัวเค้าเองเท่านั้น
"นายน้อย!~ นายน้อยยยย~~" เสียงใคร.....
นี่ฉัน…กำลังฝันหรอ ภาพที่แสนทรมานไม่ต่างจากตกนรก ไม่มีใครช่วยฉันเลย ทำไมฉันต้องเกิดมาเจอเรื่องแบบนี้ แค่ฉันเกิดมาเป็นโอเมก้า มันผิดมากเลยหรอ แล้วฉันเลือกเองได้ที่ไหนกัน ยังใช่พ่อลูกกันอยู่ไหม ยังจะเรียกว่าพ่อได้อีกหรออออ!!
พรึบบบ!!!
อึก!!!!....แขนฉัน! ถูกจับไว้จากด้านหลัง ดิ้นไม่หลุดเลย
"มินซอง....ตื่นสิครับ...!!!" เสียง....แชจิน!
ฉันพยายามลืมตาขึ้น ฉันเห็นแสงไฟสีขาวลางๆ ทำไมตาฉันมัวไปหมด มองอะไรไม่ชัดเลย แขนของฉันทั้ง 2 ข้างถูกจับไว้ข้างหลัง แชจินเป็นคนจับฉันไว้
"แชจิน....นาย...ทำอะไร" จู่ๆแขนที่ถูกจับไว้ก็คลายออก ฉันมั่นใจว่าเสียงเรียกเมื่อกี้คือแชจินแน่นอน เหมือนว่าเค้ากำลังนั่งอยู่ข้างหลังฉัน บนเตียงเดียวกับฉัน
ฉันจำได้ว่าฉันเข้านอนแล้วนี่ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ฉันพยายามกระพริบตา เพื่อให้ตาปรับกับแสง ถึงจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ค่อยชัดอยู่ดี
"นายน้อย...เอานี่ประคบตาไว้นะครับ" แชจินจะยื่นอะไรบางอย่างขาวๆมาให้ ฉันก็พยายามคว้ามือไปจับ แต่ก็จับไม่โดนสักที
"แชจิน...ฉันเป็นอะไร ทำไมตาฉันมันหนักๆมองไม่ค่อยเห็นด้วย"
"เดี่ยวผม ประคบตาให้ครับ นายน้อยนอนลงก่อนเถอะครับ" ฉันมองเห็นแชจินลางๆ วันนี้เค้าปล่อยผม แล้วยังใส่ชุดสีขาว กางเกงขายาวสีขาว ตาฉันเป็นอะไรไปเนี้ย เห็นเพียงแค่สีขาวกับสีดำเท่านั้น
ฉันค่อยๆนอนตามมือของแชจินที่ประคองหลังฉันไว้
"นายน้อยหลับตาลงก่อนเถอะ ผมจะเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นวางไว้ที่ตานะครับ ระหว่างนี้คุณหลับได้เลย ผมจะคอยดูอยู่ข้างๆเอง"
"อือ..." เหมือนว่าจะผิดปกติที่ตัวฉันเองสินะ แชจินอยู่ห้องข้างๆนี่เอง ฉันคงระเมอทำอะไรลงไป เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ถึงจะบอกว่าฉันจะไม่เชื่อใจใครแต่ตอนนี้ก็มีแชจินคนนึงที่พอวางใจได้ หลับไปทั้งอย่างนี้คงไม่เป็นไรมั้ง
[แชจิน]
ผมเข้ามาในห้องนอนของมินซองโดยพละการ เพราะมินซองมักจะนอนฝันร้าย แต่พอตื่นนอนตอนเช้า ก็ลืมความฝันไปสนิท ผมพึ่งรู้เรื่องนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนย้ายมาอยู่เกาหลีกับมินซองใหม่ๆ มินซองให้ผมนอนห้องข้างๆแต่ประตูห้องจะอยู่อีกด้านนึง เตียงของผมจึงอยู่ติดกับห้องมินซองพอดี กลางดึกมินซองมักจะร้องไห้ ไม่ก็ระเมอ บางครั้งถึงขั้นทุบตีตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คงเพราะมินซองฝันถึงเรื่องราวตอนยังเป็นเด็ก เพราะบางคืนเค้าจะระเมอพูด เค้าต้องผ่านการทรมานมาแค่ไหนกัน ถึงได้นอนฝันร้ายแทบทุกคืนแบบนี้
มินซอง ตอนนี้นายเป็นอิสระแล้วนะ ผมอยากให้เค้าได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ที่ผ่านมาเค้าใช้ชีวิตลำบากมากพอแล้ว ผมอยากจะคอยปกป้อง และทนุถนอมมินซองให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
คืนนี้ผมออกไปสืบข่าวตามที่มินซองสั่ง เลยทำให้ผมเข้าบ้านมาก็เกือบเช้า ผมได้ยินเสียงอะไรตกจากในห้อง ผมจึงเปิดประตูเข้ามาดู พบมินซองตกลงมากจากเตียง แล้วยังนอนขดอยู่บนพื้นเย็นๆ ตาที่บวมเปล่งไม่รู้ว่าร้องไห้มานานเท่าไหร่แล้ว ปกติทุกคืนผมจะแอบเข้ามา แล้วปล่อยฟีโรโมนผ่อนคลายให้ มินซองจะได้หลับสนิททั้งคืน แต่คืนนี้เป็นเพราะผม…มาช้า ทำให้มินซองต้องอยู่ในสภาพนี้ ใบหน้าสีขาวที่งดงามตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะร้องไห้เป็นเวลานาน
แต่ทำไมคืนนี้มินซองถึงได้มีอาการมากขนาดนี้นะ เพราะไม่เคยเห็นมินซองเป็นขนาดนี้มานานมากแล้ว
ผมค่อยๆเอือมมือไปจับข้อมือข้างซ้ายของมินซองมาวางลงบนตักของผมอย่างเบามือ นิ้วที่เรียวยาวผิวที่ขาวละเอียดนี้ทำใจผมเต้นไม่เป็นสุขจริงๆ ผมใช้นิ้วแตะไปในจุดชีพจร เหมือนว่าตอนนี้ชีพจรของมินซองจะเต้นไม่สมํ่าเสมอ แถมอุณหภูมิร่างกายยังสูงขึ้นอีกด้วย
"นี่มัน...อาการฮีท…”