ลิ้นสากๆที่คุ้นเคย

1249 Words
แฟนของหนูกลายเป็นหมา ตอน ลิ้นสากๆที่คุ้นเคย บ่ายวันเสาร์... พี่บิ๊กออกไปตีกอล์ฟกับลูกค้า ทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวกับ เจ้าปอบคอร์น ฉันนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นพรมในห้องนั่งเล่น ในมือถือหนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กเล่มใหญ่ ฉันไม่ได้บ้าหรอกนะ แต่ฉันรู้สึกว่าปอบคอร์นฉลาดเกินกว่าจะเล่นแค่โยนลูกบอล ฉันอยากลองทดสอบดูว่ามันจะเข้าใจภาษาคนได้มากแค่ไหน "ปอบคอร์น ดูนี่สิ... นี่รูปอะไร?" ฉันชี้ไปที่รูปกระต่ายในหนังสือ เจ้าไซบีเรียนที่นั่งหมอบอยู่ข้างๆ ชะโงกหน้าเข้ามาดู นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองรูปภาพ แล้วเงยหน้ามองฉัน มันส่งเสียง งื้ดๆ ในลำคอเหมือนพยายามจะพูด "เก่งมาก... แล้วนี่ล่ะ?" ฉันเปิดหน้าต่อไป เราเล่นกันแบบนี้อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งฉันเผลอทำ ปากกาเมจิกสีแดง ที่วางอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นร่วงลงพื้น กริ๊ก... "อุ๊ย! ปอบคอร์น เก็บให้แม่หน่อยลูก" ฉันพูดไปตามความเคยชิน ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะทำได้ แต่ทว่า... ปอบคอร์นลุกขึ้นเดินไปคาบปากกาเมจิกด้ามนั้นขึ้นมา แทนที่มันจะคาบมาวางใส่มือฉันเหมือนหมาคาบกระดูก มันกลับ คาบที่ปลายด้าม โดยหันหัวปากกาลงสู่พื้น มันเดินไปที่พื้นที่ว่างบนกระเบื้องสีขาวสะอาดตากลางห้อง... แล้วเริ่มขยับหัวไปมา เอี๊ยด... เอี๊ยด... เสียงหัวปากกาเมจิกเสียดสีกับพื้นกระเบื้องดังบาดหู ฉันนั่งอ้าปากค้าง มองดูสุนัขของตัวเองกำลัง เขียนหนังสือ! มันไม่ใช่การขีดเขียนมั่วซั่ว ลายเส้นสีแดงค่อยๆ ก่อตัวเป็นตัวอักษรภาษาไทยที่โย้เย้แต่พออ่านออก ตัว ผ... ตัว ม... สระ คื... อ... หัวใจฉันเต้นระรัวจนแทบทะลุอก ฉันกลั้นหายใจมองดูคำสุดท้ายที่มันกำลังบรรจงลากเส้น 'ผ ม คื อ เ ว ห า' โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน... ตัวหนังสือสีแดงบนพื้นขาวสะท้อนเข้าตาฉันราวกับภาพหลอน เวหา... ชื่อของแฟนเก่าที่ตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อน "มะ... ไม่จริง..." ฉันเสียงสั่น เถิบตัวหนีด้วยความตกใจ "แกเป็นหมา... แกจะเขียนแบบนี้ได้ยังไง? ใครสอนแก!" ปอบคอร์นคายปากกาออกจากปาก แล้วเดินเข้ามาหาฉัน นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นเศร้าสร้อยและเปี่ยมไปด้วยความรัก มันมองลึกเข้ามาในตาฉัน เหมือนจะส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มี "โฮ่ง!" (เสียงเห่าที่หนักแน่นเหมือนยืนยัน) มันเดินไปคาบปากกาอีกครั้ง แล้วเขียนต่อท้ายประโยคเดิม 'รัก มิน' วินาทีนั้น สติของฉันขาดผึง ความช็อคขีดสุดทำให้หน้ามืด ฉันเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้นทันที ... ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสเปียกชื้นที่ข้างแก้ม ฉันลืมตาขึ้น... เห็นหน้าของเจ้าปอบคอร์นอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ มันกำลังใช้ลิ้นเลียแก้มฉันเบาๆ เพื่อเรียกสติ "ปอบคอร์น..." ฉันรีบหันไปมองที่พื้น... ตัวหนังสือสีแดงยังคงอยู่ มันไม่ใช่ความฝัน ความกลัวเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความสงสัยและความโหยหา ฉันค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง จ้องหน้าหมาตัวโตตรงหน้า "เวหาเหรอ? ... เป็นพี่เวหาจริงๆ เหรอ?" น้ำตาฉันรินไหลออกมาอาบสองแก้ม ปอบคอร์นส่งเสียงครางฮือ แล้วมุดหัวเข้ามาซบที่อกฉัน มันเอาหัวถูไถไปมาอย่างออดอ้อน สัมผัสนี้... จังหวะการหายใจแบบนี้... มันเหมือนตอนที่เวหาชอบมาอ้อนฉันเวลาเขาทำผิดไม่มีผิดเพี้ยน "ฮือออ... พี่เวหา! ทำไมพี่มาอยู่ในร่างนี้" ฉันกอดรอบคอหมาแน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ปอบคอร์นก็นั่งนิ่ง ยอมให้ฉันกอด ลิ้นของมันเลียซับน้ำตาให้ฉันอย่างอ่อนโยน เมื่อฉันเริ่มสงบลง... บรรยากาศระหว่างเราก็เปลี่ยนไป เจ้าปอบคอร์น... หรือพี่เวหาในร่างหมา เริ่มแสดงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้ทำตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังทำตัวเป็น เจ้าของ มันลุกขึ้นยืนสองขา เอาขาหน้าเกาะไหล่ฉันไว้ แล้วดันตัวฉันให้เอนหลังพิงกับโซฟา สายตาของมันเปลี่ยนจากเศร้าสร้อย เป็นแววตาที่เจ้าเล่ห์และหื่นกระหาย... แววตาแบบเดียวกับที่เวหาชอบใช้มองฉันเวลาเราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง "จะ... จะทำอะไรคะ?" ฉันถามเสียงตะกุกตะกัก ปอบคอร์นไม่ตอบ (เพราะพูดไม่ได้) แต่มันโน้มหน้าลงมา ไซร้ซอกคอ ของฉัน จมูกเปียกชื้นและเย็นเฉียบของมันซุกไซ้ลงบนผิวเนื้ออ่อนบริเวณต้นคอ สูดดมกลิ่นกายฉันฟอดใหญ่ ลมหายใจร้อนๆ ของมันเป่ารดจนฉันขนลุกซู่ "อื้อ... จั๊กจี้... พี่เวหา... อย่า..." มันเป็นจุดอ่อนของฉัน... พี่เวหารู้ดีที่สุดว่าฉันแพ้การโดนไซร้คอ และดูเหมือนเขาในร่างหมาจะใช้ประโยชน์จากมัน ลิ้นสากๆ ของหมาตวัดเลียเบาๆ ที่หลังใบหู แล้วลากลงมาตามลำคอระหง ความรู้สึกมันแปลกประหลาด... ลิ้นของหมามันสากกว่าลิ้นคน แต่มันกลับให้ความรู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูก ความสากระคายกระตุ้นปลายประสาทรับความรู้สึกจนฉันตัวอ่อนระทวย มันค่อยๆ ดันตัวฉันให้นอนราบลงกับพรม... ขาหน้าข้างหนึ่งกดไหล่ฉันไว้ ส่วนปากของมันเริ่มซุกซนต่ำลงมาเรื่อยๆ จมูกยาวๆแบบหมาดุนดันอยู่ที่เนินอกของฉันผ่านเสื้อยืดตัวบาง มันใช้ฟันหน้าขบกัดชายเสื้อยืดของฉันเบาๆ แล้วค่อยๆ ดึงรั้งขึ้น... "เดี๋ยว... เดี๋ยวสิคะ... นี่มันกลางบ้านนะ" ฉันพยายามปราม แต่ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง หัวใจลึกๆ ของฉันมันเรียกร้อง... ฉันคิดถึงสัมผัสของเขามาตลอดสองปี แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในร่างของสัตว์หน้าขน แต่จิตวิญญาณข้างในคือชายคนรักของฉัน เสื้อยืดถูกถลกขึ้นมากองอยู่ที่เหนือหน้าอก เผยให้เห็นบราเซียร์ลูกไม้และผิวขาวผ่อง ปอบคอร์นมองหน้าอกฉันด้วยสายตาเป็นประกาย มันไม่รอช้า มุดหน้าลงไปทันทีแล้วเลียหัวนม มันใช้จมูกดุนบราเซียร์ให้ร่นลงไป แล้วอ้าปากงับยอดอกสีชมพูของฉัน "อุ๊ย! ... ซี๊ดดด..." ฉันเผลอครางออกมา ลิ้นสากๆ ของมันตวัดเลียห***มฉันรัวเร็ว สัมผัสของลิ้นหมาที่ทั้งใหญ่ ทั้งเปียก และสาก มันช่างรุนแรงและถึงใจกว่าลิ้นมนุษย์หลายเท่า มันตวัดเลียซ้ายขวา สลับกับใช้จมูกเย็นๆ ดุนดันเต้าอวบอัดของฉัน "อ๊า... พี่เวหา... มันเสียว... ลิ้นพี่สากจัง..." ฉันนอนบิดเร่าอยู่บนพรม มือขยุ้มขนฟูๆ ที่คอของมันแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนหายไป เหลือแต่ความตัณหาและความโหยหาในรสสัมผัส ปอบคอร์นดูดดึงยอดอกฉันเสียงดัง จ๊วบ จ๊วบ อย่างตะกละตะกลาม ราวกับอดอยากมานานปี ขาหน้าของมันตะปบลงบนหน้าอกอีกข้าง นวดคลึงเบาๆ เหมือนรู้ว่าต้องทำยังไงให้ฉันมีอารมณ์ นี่ฉันกำลังโดนหมาเล้าโลม... และที่สำคัญคือ ฉันกำลัง มีอารมณ์ กับหมาไซบีเรียนอย่างรุนแรงจนร่องสาวเริ่มเปียกชื้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD