“คนหนึ่งคนมีจิตวิญญาณหลายดวง แต่ละดวงต่างเกิดมาเพื่อใช้กรรมที่ก่อ แต่ในกรณีของเจ้าที่เป็นจิตวิญญาณดวงเดียวกัน แต่กลับแยกออกจากกันนั้นมีได้น้อยมาก หรือพูดง่ายๆ คือแทบจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น มีแต่จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมร่างกายได้ หากเจ้าอ่อนแอ เจ้าก็จะพ่ายแพ้ต่อนาง และเจ้าก็จะต้องสูญสลายไป”
เทพผู้ใหญ่กำเนิดพยายามอธิบายให้นางเข้าใจ แต่จากสายตาแล้วคงเปล่าประโยชน์ เพราะสายตาบ่งบอกถึงความดื้อรั้น
“แต่หากหนูเข้มแข็ง ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องสูญสลายใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมล่ะ”
มาลีถามอีกครั้ง หากผู้หญิงคนนั้นตาย เธอก็ไม่ต่างอะไรจากฆาตกรน่ะสิ มาไล่เขาออกจากร่างแล้วตัวเองเข้าไปอยู่แทนที แค่คิดก็ทำไม่ได้แล้ว
แต่ชายชราพยักหน้าตอบเธอ
“นี่คือลิขิตสวรรค์ ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล เจ้ากลับไปในร่างเดิมไม่ได้แล้วเพราะเขาเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน เจ้าคงต้องรีบไปเข้าร่างใหม่ในระหว่างที่นางกำลังอ่อนแอ ข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดี”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ท่านเทพจะไม่บอกรายละเอียดกับหนูเลยหรือว่าต้องไปที่ไหน ไปทำอะไร หรืออย่างน้อยๆ ก็บอกหนูหน่อยสิว่าหนูต้องเจอกับอะไรบ้าง หากต้องไปตกระกำลำบากหนูไม่ไปหรอกนะ สู้ดีปล่อยให้หนูตายไปดีกว่าหรือส่งหนูไปเกิดในท้องใครสักคนก็ได้ หนูไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนนั้นด้วย”
ยิ่งพูดน้ำตายิ่งไหล นึกน้อยใจในวาสนา เสียดายที่เกิดมายังใช้ชีวิตไม่คุ้มก็มาด่วนตายเสียแล้ว ถึงจะเป็นหญิงค่อนข้างแรดแต่เธอนั้นกลับ ไม่เคยมีแฟน หากรู้ว่าจะตายเร็วแบบนี้ เธอคงไม่หวงความสาวไว้นานแบบนี้หรอก แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าเสียชาติเกิดเพราะเกิดมาก็ไม่เคยมี...ผัว
“ฮ่าๆ ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวว่าเจ้าจะลำบาก เจ้าจะได้อยู่ดีกินดี ไม่ทุกข์ร้อนอะไรทั้งสิ้น”
พูดจบชายชราก็สะบัดมือ ก่อนที่ตัวเธอจะรู้สึกเหมือนถูกดูดลงไปในหลุมดำ และร่างถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมายิ่งกว่าเล่นสไลด์เดอร์ซะอีก
“กรี๊ด! ไม่เอา หนูไม่ไป หนูไม่อยากฆ่าผู้หญิงคนนั้น! ว๊ายยยย!”
มาลีหลับตาแน่น กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว แต่เพียงไม่นานทุกอย่างก็หยุดลง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเหล็กกระทบเหล็ก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องอย่างฮึกเหิมของผู้คนจำนวนมากมาย
เคร้งๆๆๆ
“.ฆ่ามัน!” เสียงตะโกนก้องของใครครหนึ่งดังขึ้น
ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะเบิกตากว้างตกใจกับภาพนองเลือดตรงหน้าและภาพชายหนุ่มในชุดเกราะจำนวนมาก ต่างวิ่งเข้าฆ่ารันฟันแทงกันอย่างดุเดือด บนพื้นนั้นเต็มไปด้วยคนเจ็บและคนตาย และแน่นอนว่าตอนนี้เธอก็กำลังนอนทับร่างไร้ลมหายใจอยู่
“กรี๊ด! อีแม่ช่วยลูกด้วย!” เธอกรีดร้องเสียงหลง วิ่งผ่านคมหอกคมดาบไปอย่างไม่รู้ทิศทาง ด้วยความกลัวสุดหัวใจ
อีตาเฒ่าเจ้าเล่ห์หลอกเธอใช่ไหม?! ไหนบอกว่าจะให้เธออยู่ดีกินดี แต่นี่กลับส่งเธอมาอยู่ในสนามรบ! ใช่...ที่นี่น่าจะเป็นสนามรบ
“คุ้มกันท่านรองแม่ทัพ!” ชายในชุดเกราะที่นั่งอยู่บนหลังม้าตะโกนไล่ตามหลังเธอ ก่อนจะตามมาด้วยทหารหลายนายที่วิ่งเข้ามาหาเธอ
“อย่านะ อย่าเข้ามา ฉันกลัวแล้ว!” เธอตะโกนลั่น ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีตายอย่างสุดชีวิต แต่ชุดเจ้ากรรมที่สวมอยู่กลับหนักอึ้ง
เธอมองตัวเองในชุดเกราะไม่ต่างจากคนอื่น มันหนักมากถึงมากที่สุด
วิ่งให้ตายก็ได้แต่คลานเหมือนเต่า
“ตุ๊บ!” ร่างบางล้มก้นกระแทก เมื่อวิ่งเข้าชนกับม้าตัวใหญ่
ดวงหน้าสวยค่อย ๆ เงยขึ้นมองคนที่อยู่บนหลังม้า ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อสบเข้ากับชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดเกราะสีทอง
oh my god! นี่มันพ่อของลูกชัดๆ! เธอตะโกนก้องในใจ
เธอมองชายหนุ่มรูปงามตาหวานเยิ้ม เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอคนหล่อ ขั้นเทพของจริง ดวงตาต่างสีของเขานั้นช่างดึงดูด
อ้ายโต้งหนุ่มหล่อบ้านโคกสูงเนินนั้น หล่อไม่ได้ครึ่งของขี้เล็บผู้ชายคนนี้เลย!
“ฆ่ามัน!” ชายหนุ่มตะโกนก้อง มองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่งเต็มไปด้วยแววสังหาร พร้อมกับยกดาบในมือขึ้น แล้วทำท่าเหมือนจะฟาดมาทางเธอ
“กรี๊ด!”
เธอกรีดร้องเสียงหลง ภาพของหนุ่มหล่อเริ่มเลือนราง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป