‘เราไม่เคยเป็นแฟนหรือคู่หมั้นกันอย่างนั้นเหรอ’
“หมายความว่ายังไงคะพี่ม่อน เฟร์ไม่เข้าใจ”
เธอกลั้นสะอื้นฝืนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ก็หมายความว่า ถ้าน้องเฟร์รับกฎที่เราต้องทำงานร่วมกันไม่ได้ น้องเฟร์ก็คงทำงานกับพี่ไม่ได้ อีกอย่างพี่คิดว่า คุณหนูแบบน้องเฟร์คงจะทำงานหนักร่วมกับพี่ไม่ไหวหรอก พี่ว่าน้องเฟร์ควรกลับไปทำงานกับคุณอาเกริกดีกว่านะครับ ที่พี่พูดมาทั้งหมดเพราะพี่หวังดีนะครับ”
มนัสวินพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าสายหวังให้ปาริดาเปลี่ยนใจ หากเขากลับเห็นแววตามุ่งมั่นดื้อดึงของอีกฝ่ายแทนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ
“ใครว่าเฟร์ทำไม่ได้ เฟร์ทำได้ค่ะ แค่รักษาระยะห่างกับพี่ม่อนระหว่างอยู่ที่ทำงานแค่นี้ เฟร์ทำได้สบายมาก กฎมีแค่นี้ใช่ไหมคะ เฟร์จะได้เริ่มงาน”
ฟาริดาไม่พูดเปล่า เธอเดินไปนั่งยังโต๊ะที่ทำงานของตัวเองซึ่งอยู่อีกฟากของห้อง ทำให้มนัสวินลอบถอนหายใจด้วยความอึดอัด
“มีอีกเรื่องซึ่งสำคัญมาก ขณะที่อยู่ที่ทำงาน ผมอยากให้คุณเรียกผมว่าบอส ไม่ใช่เรียกแบบตีสนิทเหมือนเดิม เข้าใจไหมครับ”
เสียงเข้มเน้นย้ำหนักแน่น ทำให้อีกฝ่ายฝืนใจตอบรับอย่างเสียไม่ได้
“รับทราบค่ะบอส!”
ตลอดระยะเวลาครึ่งเช้า มนัสวินหมดเวลาไปกับสอนฟาริดาให้เรียนรู้งานต่าง ๆ โดยที่เธอตั้งใจเรียนรู้งานจากเขาอย่างตั้งใจปราศจากแววล้อเล่น
จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ฟาริดาก็เดินไปคล้องแขนเขาอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
“นี่คุณลืมกฎไปแล้วหรือครับ เรื่องระยะห่างระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง”
มนัสวินเน้นคำว่าลูกน้องเสียงเข้มจงใจให้อีกฝ่ายรู้สถานะของตัวเอง ในเมื่อเธอเสนอตัวเข้ามาเป็นลูกน้องเขา ก็ต้องทำตามกฎที่เขาตั้งไว้ ทนได้ก็ทนไป ทนไม่ได้ก็รีบลาออกไป เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งอึดอัดรำคาญใจ
“เฟร์ไม่ลืมหรอกค่ะ แต่พี่ม่อนบอกเองว่าให้มีระยะห่าง แล้วก็ให้เรียกว่าบอสในเวลาทำงาน แต่ตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวันไม่ใช่เวลางานนี่คะ ไปค่ะ เราไปทานข้าวกัน”
“แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ทำงาน การที่คุณจะมาคล้องแขนผมแบบนี้มันไม่สมควร”
“แต่พี่...”
ฟาริดาขยับจะค้านอย่างไม่ยอมแพ้ หากเธอก็จำต้องหยุดพูดเมื่อเสียงใสคุ้นเคยของมาราลินเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับธัญญา
“น้องมาร์ คุณแม่ มาได้ยังไงครับเนี่ย”
มนัสวินมองผู้หญิงทั้งสองที่เพิ่งมาใหม่ด้วยความแปลกใจ
“ก็คุณแม่รู้ว่าวันนี้พี่เฟร์มาเริ่มทำงานที่บริษัทของเราเป็นวันแรก ก็เลยชวนมาร์ออกมาเลี้ยงฉลองกินข้าวกลางวันด้วยกันไงคะ”
มาราลินเดินมาแทรกกลาง พร้อมกับคล้องแขนคนทั้งสองไว้อย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตเห็นฟาริดาซึ่งเงียบขรึมลงกว่าปกติ
“แต่ตอนบ่ายผมมีประชุมนะครับแม่ คงไปกินข้าวด้วยไม่ได้”
“โอ๊ย กินข้าวกลางวันแค่นี้ไม่นานอะไรหรอก รีบไปกินข้าวกันเถอะ ข้างล่างนี้เองก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นน่ากิน แม่เล็ง ๆ ไว้แล้ว ไปกินข้าวด้วยกันนะจ๊ะหนูเฟร์ ถือเสียว่าวันนี้ป้าเลี้ยงฉลองที่หนูเรียนจบและมาเริ่มงานที่บริษัทไปพร้อม ๆ กันเลย”
“ได้ค่ะคุณป้า”
ฟาริดายิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะเดินเคียงข้างธัญญาไป โดยมีมนัสวินและมาราลินเดินตามหลังอย่างเสียไม่ได้
ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในลิฟต์หรือระหว่างเดินมาที่ร้านจนกระทั่งนั่งลงเรียบร้อย มาราลินจะคอยเดินเกาะแขนพี่ชายของตัวเองแน่นด้วยความเคยชิน ทำให้ฟาริดามองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยทักขึ้นมา
“น้องมาร์คะ พี่เฟร์ว่าน้องมาร์เกาะแขนของพี่ม่อนเดินไปทั่วบริษัทแบบนี้ไม่ดีหรอกค่ะ อาจจะโดนต่อว่าเอาได้”
มาราลินสบตาพี่ชายแวบหนึ่งก่อนจะหันมาถามฟาริดาด้วยความแปลกใจ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ แล้วใครจะมาว่ามาร์ นี่มาร์เป็นน้องสาวของพี่ม่อนนะคะ มาร์จะกอดแขนพี่ชายของมาร์ใครจะกล้ามามีปัญหาเหรอคะ”
“ไม่มีใครมีปัญหาหรอกค่ะ ถ้าจะมี ก็คงจะมีแต่พี่ม่อนคนเดียวแหละค่ะน้องมาร์”
“พี่ม่อนเนี่ยนะคะมีปัญหา”
แววตากลมโตของน้องสาวหันสบตาของมนัสวิน ทำให้เจ้าตัวมองกลับด้วยความแปลกใจเช่นกัน
“ไม่นี่ครับน้องเฟร์ พี่ไม่ได้มีปัญหาอะไร”
“ทำไมจะไม่มีคะพี่ม่อน ก็เมื่อเช้าพี่ม่อนเป็นคนบอกเฟร์เอง ว่ากฎของการทำงานที่นี่ต้องมีระยะห่าง ห้ามใกล้ชิดเกินงาม เพราะเราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน แล้วก็ไม่ได้เป็นคู่หมั้นกัน หากใกล้ชิดเกินงามจะทำให้มีเสียงติฉินนินทาแล้วจะทำให้พี่ม่อนเสียการปกครอง แล้วยังให้เฟร์เรียก ‘บอส’ แทน ‘พี่ม่อน’ ด้วยค่ะ”
ฟาริดาฟ้องหน้าตาเฉยแววตาเศร้าลึกซึ้ง ทำให้ธัญญากับมาราลินถึงกับอึ้งไป ขณะที่มนัสวินกันฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด
“ตายแล้ว หนูเฟร์ บริษัทเราไม่มีกฎแปลก ๆ อะไรแบบนี้หรอกจ้ะ กับคนอื่นพี่ม่อนเขาต้องรักษาระยะห่างแบบนี้อยู่แล้ว แต่กับหนูเฟร์คนใกล้ตัว รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก จะมารักษาระยะห่างอะไรกันอีกล่ะจ๊ะ จริงไหมตาม่อน แล้วจะมาเรียกบอสอะไร ก็เรียกพี่ม่อนแบบปกตินั่นแหละ”
เสียงเข้มของธัญญาที่พยายามเอาใจหญิงสาวตรงหน้า ทำให้มนัสวินกัดริมฝีปากจนเจ็บ เมื่อเขาโดนย้อนศรกลับเข้าบ้าง
“คนขี้ฟ้อง”
มนัสวินจ้องหน้าฟาริดาด้วยความไม่พอใจ ขณะที่เสียงนั้นแม้จะแผ่วเบา หากอีกฝ่ายก็ได้ยินชัดเจน
“เฟร์ไม่ได้ขี้ฟ้องนะคะพี่ม่อน เฟร์แค่สงสัยและพูดตรง ๆ ก็พี่ม่อนเป็นคนบอกเฟร์อย่างนี้จริง ๆ นี่นา”
“ไม่ต้องว่าหนูเฟร์เลย หนูเฟร์แค่พูดตามความจริง เรานั่นแหละ น้องเพิ่งมาทำงานวันแรกก็มีกฎบ้าบออะไรแบบนี้แล้วเหรอ กฎนี้เอาไว้ใช้กับพนักงานคนอื่น ๆ ไม่ใช่กับหนูเฟร์ รู้เอาไว้ด้วย หนูเฟร์เพิ่งมาทำงานวันแรก เราก็รังแกน้องแบบนี้แล้ว ต่อไปจะดูแลน้องดี ๆ ได้ยังไงกันตาม่อน แม่ผิดหวังในตัวลูกจริง ๆ เลย ไม่เป็นไรนะคะหนูเฟร์ ไม่ต้องเสียใจนะ ป้ารับรองว่าต่อจากนี้ไป พี่ม่อนจะต้องดูแลหนูเฟร์ดี ๆ แน่นอนค่ะ ว่าแต่วันนี้หนูอยากกินอะไรดีจ๊ะ กินซูชิของโปรดไหม เดี๋ยวป้าสั่งให้นะคะ”
ประโยคสุดท้ายธัญญาหันไปเอาอกเอาใจฟาริดาอย่างออกนอกหน้าราวกับลูกในไส้ก็ไม่ปาน ทำให้มนัสวินได้แต่นั่งหงุดหงิดมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้
เอาใจกันเข้าไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็รู้...