เพทาย
ผมมองผู้หญิงไร้ค่าที่นอนอยู่บนเตียงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยความสมเพชก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องนั้นไปอย่างไม่ใยดี
“คิดว่าความบริสุทธิ์ของเธอมันจะมีค่าสำหรับฉันหรือไง” ผมพูดออกไปอย่างเจ็บใจ เจ็บใจที่เสียท่าให้กับผู้หญิงร้ายลึกคนนั้น
ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้เกลียดเธอหรอก สิ่งที่ผมเคยเห็นและมักจะได้ยินจากแม่หรือคนอื่นๆ เวลามาที่บ้านหลังนี้ที่เคยพูดถึงเธอ คือเธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยและแสนดีคนหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็แค่เด็กข้างบ้าน(ที่ต่างจังหวัด) เคยเล่นด้วยกันสามสี่ครั้งตอนเด็กก็แค่นั้น
แต่ใครจะไปคิด ว่าเมื่อคืนที่เป็นงานเลี้ยงวันเกิดแม่ผมที่ท่านกลับมาบ้านพอดี เลยจัดงานที่บ้านที่ต่างจังหวัดครั้งนี้ และได้ชวนครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นมาด้วย ผมจะพลาดท่าให้เธอวางยาผมได้ ทั้งที่เธอแสดงออกชัดเจนว่าแสนซื่อขนาดนั้น ผมก็เลยไม่ได้เอะใจหรือสงสัยอะไร ดีที่ผมจิบไปแค่ครึ่งแก้ว ทำให้ผมพอมีสติอยู่บ้าง
แต่ที่ผมยอมให้เธอพาผมเข้าห้องไปได้นั้น ก็เพราะว่าผมต้องการสั่งสอนเธอไง ว่าไม่ควรมาเล่นสกปรกแบบนี้กับผม เธอคงจะคิดว่าความบริสุทธิ์ของเธอจะสามารถจับผมได้สินะ แต่เธอคิดผิด เพราะแค่เส้นบางๆเส้นเดียวสำหรับผม มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย ยิ่งเจ้าของมันแลกมาด้วยวิธีต่ำๆแบบนี้ ผมยิ่งไม่เห็นค่ามันสักนิด
“อ้าวตาเพ จะไปไหนลูก” เสียงแม่ผมทักขึ้นหลังจากผมลงมาจากบ้าน
“จะกลับกรุงเทพครับ” จริงๆผมว่าจะกลับพรุ่งนี้ แต่ผมไม่มีอารมณ์อยู่ต่อแล้วไง เลยจะกลับตอนนี้เลย
“แล้วไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้ล่ะลูก” แม่ถามอย่างแปลกใจ
“พอดีทางค่ายอยากประชุมเรื่องทัวร์คอนเสิร์ตน่ะครับ” ผมโกหกแม่ออกไป
“น่าเสียดาย น่าจะอยู่อีกสักวันสองวัน” แม่พูดอย่างเสียดาย
“แล้วแม่จะกลับพร้อมผมเลยไหมครับ”
“ไม่จ้ะ เดี๋ยวแม่ให้รถที่บ้านมารับก็ได้ ลูกกลับก่อนเถอะ”
“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”
“ขับรถดีๆ นะลูก”
หลังจากคุยกับแม่เสร็จ ผมก็ขับรถกลับกรุงเทพด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิด โมโห ถ้าไม่ติดว่าผมไม่อยากเห็นเธอได้ยินอะไรเกี่ยวกับเธอ ผมคงจะทำให้เธอเจ็บปวดมากกว่านี้หลายเท่า แต่นี่ดันอยู่ที่บ้านผมด้วยไง ขืนทำอะไรมากเดี๋ยวแม่ขึ้นมาเห็นก็พังพอดี แล้วสุดท้ายจะเข้าทางเธอ
ผมเพทาย อายุ 26 ปี อาชีพผมก็นักร้อง ภายนอกที่ผมแสดงออกต่อหน้ากล้องมันก็ดูสุภาพ แสนดี เป็นกันเอง แต่นั่นมันแค่ภาผลักษณ์ที่สร้างขึ้นเท่านั้น เพราะจริงๆตัวตนของผมนั้น...
ผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน มีพี่ชายคนหนึ่ง ที่บ้านประกอบธุรกิจใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ(จนได้ฉายาว่าครอบครัวมาเฟีย) แต่ผมหลงรักเสียงเพลงและดนตรี เลยเลือกจะเข้าวงการ และนั่นเป็นสาเหตุให้ผมผิดใจกับพ่อตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงทุกวันนี้