บทที่ 7 เยี่ยมไข้

1715 Words
บทที่ 7 เยี่ยมไข้ รถหรูแปลกตาเข้ามาจอดรอแถวบริเวณด้านหลังของบ้านตระกูล วรกุลไพศาล เครื่องยนต์ดับสนิทราวกับรอเวลาที่จะปรากฏตัว หนุ่มหล่อในรถที่มีสีหน้าเรียบขรึม มองลอดแว่นสำรวจทุกอย่างที่สายตาคมจะเก็บรายละเอียดไว้ได้ ขณะที่นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนนาฬิกาข้อมือเรือนหรูเป็นจังหวะอย่างใจเย็น ไม่นานนักก็มีแท็กซี่สีเหลืองคันนึง ชะลอจอดชิดขอบรั้วสูงของบ้าน ตามด้วยร่างของหนุ่มสาววัยรุ่นคู่นึงที่ก้าวเท้าออกมาจากรถ ทั้งคู่รอจนแท็กซี่ขับไปลับตาก่อนจะหันซ้ายหันขวารีบปีนข้ามกำแพงสูงกันไป “นางโจร…หึ หึ” เขาส่ายหัวเบา ๆ นัยน์ตาประกายไปด้วยความเอ็นดูอย่างลืมตัว “ได้เวลาแล้ว…เดี๋ยวเราจะเลทเวลาอาหารค่ำ มันจะดูเสียมารยาท!!” รถหรูเลี้ยวออกจากจุดอับขับอ้อมไปด้านหน้าของบ้านหลังโต ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดหนัก ๆ เมื่อรถแล่นเข้าไปในอาณาจักรของเจ้าสัวฌาน ภายในบริเวณบ้านมีชายฉกรรจ์ร่างโตในชุดดำยืนกระจายไปทั่วบ้าน ชายหนุ่มขยับกรอบแว่นก่อนจะคว้าลิลลี่ช่อโตออกจากรถไป “สวัสดีครับเจ้าสัว” ชายหนุ่มยกมือไหว้ชายวัยกลางคนตรงหน้า “สวัสดีครับคุณภาคผมแปลกใจมากทีเดียวตอนที่รับสายคุณ” เจ้าสัวเอ่ยทักทาย สายตาเหล่มองไปที่ดอกไม้ในมือชายหนุ่ม “ผมต้องขอโทษที่ติดต่อมากะทันหัน ผมทราบมาว่าว่าที่เลขาของผมป่วย ผมเป็นเจ้านายและเป็นพี่เลี้ยงเธอ มันคงเสียมารยาทถ้าผมไม่มาเยี่ยมเธอสักหน่อย” เขากระตุกยิ้มมุมปาก สายตาจดจ้องไปที่เจ้าสัวอย่างไม่กริ่งเกรง ก่อนจะเหล่ไปทางด้านหลังของสวน เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของสองพี่น้องที่แอบอยู่ตรงพุ่มไม้สูง “นาตาลีมีเจ้านายใส่ใจเธอแบบนี้ ผมก็วางใจแล้วครับ ไหน ๆ ก็มาแล้ว อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสิครับและถ้าคุณไม่รีบเราคงมีอะไรให้แลกเปลี่ยนเรื่องธุรกิจ” เจ้าสัวยิ้มอย่างรู้ทันการมาของชายหนุ่มตรงหน้า “ครับผมคงต้องฝากท้องไว้ที่นี่…แต่คืนนี้ผมขอกลับไปนอนที่บ้านนะครับ หึหึ” พูดจบเขาก็หัวเราะออกมา “แน่นอนครับ…คืนนี้คุณจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน! งั้นเชิญทางนี้ครับ….ไปบอกอร ให้เตรียมตัวคุณหนูคืนนี้เรามีแขก” เมื่อพูดกับชายหนุ่มร่างสูงเสร็จ เขาก็หันหน้าไปกำชับพ่อบ้านเรื่องนาตาลีทันที “ครับท่าน” พ่อบ้านรับคำก่อนจะแยกตัวไปแจ้งคำสั่งของเจ้าสัวกับอรพี่เลี้ยงของนาตาลีทันที เจ้าสัวเดินนำชายหนุ่มเข้าบ้านไป โดยมีภากรตามหลังมา เขาเหล่ไปมองทางนาตาลีเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มขำ ๆ ออกมา เมื่อถึงเวลาของมื้อค่ำ ทุกคนต่างทยอยเดินเข้าห้องอาหารมา ทั้งเมษาและมีนาตกตะลึงกับความหล่อ สง่างามของหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อผ้าเนื้อดี ที่มองปราดเดียวจากหัวจรดเท้าก็ประเมินได้ว่าคนตรงหน้าฐานะคงมีอันจะกินไม่น้อย สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ทุกคนนั่งประจำตำแหน่งของตัวเอง แต่ทว่าตำแหน่งของนาตาลี ถูกแทนที่ด้วยแขกของบ้าน ซึ่งมีเมษานั่งอยู่ในทิศตรงกันข้าม ไม่นานนักสองพี่น้องก็วิ่งกันเข้ามาในห้องอาหาร แล้วทั้งคู่ก็ต้องชะงักเมื่อพบกับสายตาคมกริบของใครคนหนึ่ง นาตาลีใบหน้าร้อนผ่าวจนแก้มขึ้นสีเรื่อ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเธออุตส่าห์พยายามแทบตายไม่ให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขา แต่ตอนนี้เขากลับมานั่งลอยหน้าลอยตาในบ้านของเธอ ภากรลุกขึ้นยืนคว้าช่อดอกไม้ส่งให้หญิงสาว ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานจนนาตาลีรู้สึกว่ามันปลอม ด้วยสายตาคมของผู้เป็นพ่อที่จ้องอยู่ทำให้หญิงสาวต้องรับดอกไม้นั่นมาไว้ในมือและพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด “ฉันได้ข่าวว่าเธอป่วย ก็เลยมาเยี่ยม…แต่จากที่เห็นเธอวันนี้…!! คงใกล้หายจนกลับไปทำงานได้แล้ว” ภากรจงใจพูดโดยใช้คำที่ทั้งคู่เข้าใจกันเพียงสองคน “ฉันว่าจะขอลาต่ออีกสักอาทิตย์ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ฉันเกรงว่าจะเอาเชื้อโรคไปติดคุณเปล่า ๆ ” นาตาลีตอบออกไปไม่สบตา “ถ้ามันติดง่ายดายขนาดนั้น ผมก็คง….” เขากระตุกยิ้ม และจงใจเว้นช่วงให้คนฟังสงสัย “เอ่อ…ผมหมายถึงผมก็คงอ่อนแอมากน่ะครับ” “ลี่…นั่งข้างพี่เขาสิ เราจะได้เริ่มทานกันสักที” เจ้าสัวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวยืนเกี่ยงกับเสี่ยวไป๋เรื่องที่นั่งอยู่นานสองนาน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเหมือนโรงละครยังไงยังงั้น ที่ต่างฝ่ายต่างสวมหน้ากากแสดงในบทบาทของตนใส่กัน มีเพียงนาตาลีกับไปป์ที่รู้สึกอึดอัดจนอยากจะลุกหนีออกไปจากที่นี่ ทันใดนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนทนากันด้วย ภาษาสเปน แต่ยังทำสีหน้ายิ้มแย้มราวกับว่ากำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวดี ๆ “เสี่ยวไป๋บอกป๊าไปสิ ว่าแกสมัครเข้าแคมป์จีเนียส อาทิตย์หน้ามีเข้าค่ายที่ต่างจังหวัดและแกอยากให้ฉันไปเป็นเพื่อนด้วย” “แล้วถ้าป๊าจับได้ล่ะว่าเราโกหก ขิตคู่เลยนะนั่น” เสี่ยวไป๋ทำทีหัวเราะตอบออกไปไม่เผยพิรุธ “ไม่หรอก…คืนนี้แกจะได้ใบสมัครพร้อมข้อมูลโครงการนี้ทันทีที่ฉันได้ลุกออกจากโต๊ะบ้านี่” “คุยภาษาต่างดาวอีกแล้ว แบบนี้มีแผนไปก่อเรื่องที่ไหนกันอีกใช่มั้ย” มีนาพูดแทรกขึ้นอย่างดักคอ “ภาษาคนนี่แหละ แต่โง่ ๆ แบบเธอคงไม่เข้าใจหรอกมีนา!” นาตาลีตอกกลับไปหน้าตายียวน ทำเอาทั้งเมษาและเจ้าสัวถึงกับสำลักข้าว ขณะที่ชายหนุ่มด้านข้างเหล่มองคนตัวเล็กสายตากรุ้มกริ่ม “เวลากินข้าว ไม่ทะเลาะกันสักวันจะได้มั้ย อายแขกกันหน่อยสิ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณภากร..” เจ้าสัวปรามทั้งคู่ก่อนที่จะหันไปขอโทษภากร และทำท่าจะถามเสี่ยวไป๋ว่าคุยอะไรกัน แต่ทว่าก็มีเสียงนุ่มพูดแทรกขึ้นมาด้วยภาษาสเปนเช่นกัน พร้อมทั้งกวาดสายตาไปทางสองพี่น้องที่กำลังทำหน้าเหวอ “เพิ่งรู้ว่าลูกสาวบ้านนี้ขี้เกียจ ไม่รับผิดชอบ แถมยังขี้ขลาดให้น้องชายตัวเองออกหน้าสร้างเรื่องโกหกให้” ชายหนุ่มพูดพลาง ยิ้มพลางจ้องหน้าหวานที่กำลังอ้าปากเตรียมจะฉอดออกมา “ผมอาสาแปลให้เลยละกันนะครับเจ้าสัว ลูกสาวเจ้าสัวอยากไปออกทริปหลังหายป่วยน่ะครับ งั้นคุณก็คงต้องรีบหายแล้วล่ะ…เพราะอาทิตย์หน้าผมจะลงไปภูเก็ตไปดูงานเรื่องท่าเรือ ถ้าคุณนาตาลีจะต้องมาเป็นเลขาผมจริง ๆ เราจำเป็นต้องไปด้วยกันครับ และผมหวังว่าความสามารถของเธอที่เจ้าสัวเคยบอกไว้จะทำให้โครงการนี้ของเราราบรื่น…หลังจากนั้นเราคงได้คุยเรื่องส่วนแบ่งที่เจ้าสัวเสนอผมมาได้สักที” คำพูดของภากรกลายเป็นดักทางทั้งนาตาลีและเจ้าสัวฌานไว้หมด ที่ทำให้สองพ่อลูกไม่สามารถปฏิเสธได้ “แน่นอนครับอาทิตย์หน้าเหมยลี่จะเดินทางไปพร้อมคุณภาคครับ ก็ลูกสาวผมเป็นเลขานี่หน่า ยังไงก็ฝากคุณภาคดูแลน้องด้วยนะครับ” เจ้าสัวยิ้มปริ่มที่คิดว่าแผนการที่ต้องการจับภากรดูท่าจะสำเร็จได้ไม่ยาก “แต่ป๊าคะ…ลี่” “ถ้าเธอไม่ไป…ฉันจะบอกพ่อเธอเรื่องคืนนั้นของเราให้หมด อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อเธอจะช็อคแค่ไหน ที่ตั้งใจจะวางยาฉันแต่ดันพลาดไปโดนลูกสาวตัวเอง เจ้าสัวจะเป็นยังไงนะถ้ารู้ความจริงว่าเธออยู่กับฉันทั้งคืน หึหึ” ภากรหันมาขู่นาตาลีด้วยภาษาเยอรมันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะเขารู้ดีว่าทั้งโต๊ะตอนนี้มีแค่นาตาลีเท่านั้นที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาพูด “………นี่คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ไหนกลัวฉันจะแบล็กเมล์ อย่าบอกนะว่าติดใจ จนอยากแบล็กเมล์ฉันซะเอง!!” “ลืมเรื่องนั้นไปได้เลย...ฉันไม่เคยพิศวาสเธอสักนิด ฉันแค่อยากจับตาดูเธอต่างหาก บอกตรง ๆ จากพฤติกรรมของเธอแล้ว มันไม่น่าไว้ใจสักนิด” “..........” และทั้งโต๊ะก็กลับมามีเสียงพูดคุยเพียงแค่เจ้าสัวกับภากร ที่นาน ๆ ทีจะมีเสียงของเมษากับมีนาดังแทรกมาเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาที่อยู่บนโต๊ะอาหารชายหนุ่มลอบมองคนตัวเล็กด้านข้างแทบจะตลอดเวลา และมันไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าสัวที่แอบมองทั้งคู่อยู่เงียบ ๆ ขณะที่นาตาลีหน้างุ้มคว่ำแทบจะตลอดเวลาและรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย บ่อยครั้งที่หนุ่มหล่อแกล้งเบียดแขนสัมผัสเธอ ทำเอาหญิงสาวรู้สึกวูบวาบจนขนลุกเกรียวใบหน้าแดงก่ำอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สำหรับภากรแล้วเขาเพียงต้องการกันนาตาลีออกจาก ทศพล เพราะเขาไม่ไว้ใจเจ้าสัวมากนัก พอ ๆ กับที่ไม่มั่นใจเลยว่าทศพลอาจจะได้รับข้อเสนอแบบเดียวกันกับเขา และเขาต้องการดึงความสนใจของเจ้าสัวฌานกลับมา ฉะนั้นแล้ว สิ่งแรกที่เขาต้องจัดการคือ ทศพล แม้กว่าการเดินหมากครั้งนี้เขาจะต้องเริ่มจากการเสียเปรียบ หรือเสียเบี้ยในมือก็ตาม…..
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD