รถหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณของโรงแรมหรูระดับ 7 ดาว ซึ่งแน่นอนสถานที่จัดงานของค่ำคืนนี้ก็คือโรงแรมหรูในเครือของเขานั่นเอง
“ห้ามซน!! อยู่ใกล้ ๆ ฉันไว้และห้ามดื่มเด็ดขาด! เข้าใจมั้ย ? ”
“เจ้าค่ะ..คุณลุง…ห้ามมมมเก่งจริง ๆ ไปเถอะเราเข้าไปหาเงินกลับบ้านกันเถอะ…สัก 500 ล้านเป็นไง”
นาตาลียักคิ้ว ทำหน้าทะเล้นยียวน ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวโคร่งที่ใส่มาจากบ้านออก แล้วก้าวขายาวออกจากรถที่ประตูถูกเปิดรออยู่นานแล้ว…. สายตากรุ้มกริ่มจากคนตัวสูงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นตาคมกริบที่พร้อมจะวาวโรจน์ทันที เขาจ้องไปที่แผ่นหลังขาวเปลือย และเรียวขายาวที่โผล่ให้เห็นตามแนวผ่าสูงของกระโปรง ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก และรีบเดินตามเข้าไปประกบร่างบางทันทีราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
เมื่อเข้ามาภายในงานทั้งคู่กลายเป็นเป้าสายตาของผู้คนภายในงานทันที โดยเฉพาะนาตาลีที่เริ่มเปล่งแสงล่อแมลงเม่าอย่างรู้งาน… ทุกการแนะนำของภากร หญิงสาวจะรีบแสดงตัวชัดเจนว่าเธอ คือเลขาของเขาเท่านั้น ด้วยพรสวรรค์และความรอบรู้ของเธอ ทำให้ทุกวงสนทนามีสีสันและเสียงหัวเราะเสมอ ๆ งานเลี้ยงเริ่มไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง นาตาลีและภากรสามารถตกลูกค้าผู้ลงทุนรายใหม่และรายที่ยากเย็นได้เกินครึ่งงาน และแน่นอนจะแพรวพราวได้ขนาดนี้มันก็ต้องกรึ่มเพราะแอลกอฮอล์ แชมเปญแก้วแล้วแก้วเล่าถูกเสริฟไม่หยุด
“ฉันว่าเธอหยุดดื่มได้แล้ว ไม่ก็ถือแก้วเดิมจนจบงาน” ภากรกระซิบกระซาบบอก เมื่อสบโอกาสที่ได้อยู่กับหญิงสาวตามลำพัง
“ก็พวกเขาชวนชนแก้ว…ไม่ดื่มได้เหรอ ? แบบนั้นเสียมารยาทแย่” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงตรงหน้า แก้มสีเรื่อกับดวงตาหยาดเยิ้มนั่นทำเอาเขาดุเธอไม่ลง
“อยากกลับบ้านหรือยัง ?…เราออกไปตอนนี้ได้เลยนะ” ภากรกระซิบถามอย่างห่วงใย
“ฉันยังอยากคุยกับคนนั้น…ขออีกคนนึงนะ” นาตาลีทำปากยื่นไปทางชายร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่า ที่กำลังคุยกับผู้ชายรุ่นเดียวกัน 3 คน
“นั่นมัน….” ภากรหันมาเหล่มองนาตาลีอย่างไม่ไว้ใจมากนัก เพราะนั่นคือคุณอิทธิ ผู้มีอิทธิพลที่นี่และเป็นปัญหาหลักที่ทำให้โครงการของเขามีปัญหากับชาวบ้านที่นี่ไม่หยุด
“ใช่…แต่เราต้องรอให้เขาอยู่ตามลำพังก่อน ตอนนี้ปล่อยให้พวกเขาปรึกษาปัญหาเรื่องอีหนู เรื่องเมียน้อยกันไปก่อน”
“เธอรู้ได้ไง..ว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกัน” ภากรส่ายหัวขำ ๆ
“รู้สิ… เพราะฉันเก่งยังไงล่ะ อย่างคนนั้นกำลังคุยเรื่องการลงสมัครเล่นการเมืองสมัยหน้า คนนั้นคุยเรื่องหมาที่บ้านตาย ส่วนคนนั้นคุยเรื่อง…เอ่อ…เรื่องนกเขาไม่ขัน” เพราะเมาทำให้เธอเผยความลับให้เขารับรู้อย่างลืมตัว นั่นคือการอ่านปากคนได้ นาตาลีชี้พิกัดและบอกสิ่งที่เธอรู้จากคนนั้นคนนี้ไม่หยุด จนถึงคนสุดท้ายทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงไม่กล้าสบตาคนตัวสูง
“ไม่ได้…ไม่ต้องไปคุยแล้วเดี๋ยวฉันจัดการเอง เรากลับกันได้แล้ว” ภากรออกคำสั่ง
“ก็ได้…งั้นขอไปห้องน้ำก่อน” นาตาลีหน้างองุ้ม แต่ไม่ทันได้ผละไป ชายร่างสูงที่นาตาลีหมายตาก่อนหน้านี้กลับเดินปรี่เข้าหาร่างบางอย่างจงใจ
“สวัสดีครับคุณภากร และคุณนาตาลีใช่มั้ยครับ”
“สวัสดีครับคุณอิทธิ ครับนี่นาตาลี…เลขาของผมครับ”
“สวัสดีค่ะ…”
“เจ้าสัวฌานนี่ใจกว้างมากนะครับ ให้ลูกสาวคนสวยมาเป็นเลขาคุณภากร” ชายหนุ่มมองนาตาลีอย่างสำรวจ
“ป๊า..อยากให้ดิฉันได้มีประสบการณ์กับคนเก่ง ๆ น่ะค่ะ อีกทั้งเราก็เป็นหุ้นส่วนกัน ทำงานที่นี่ก็เหมือนได้ช่วยธุรกิจตัวเองไม่ต่างกันค่ะ” นาตาลีตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ปกติมากนัก
“งั้นพรุ่งนี้พวกคุณว่างทานมื้อเที่ยงกันมั้ยครับ บางทีผมอาจจะได้เป็นหุ้นส่วนกับพวกคุณด้วย” เขาพูดพลางมองไปทางภากรก่อนจะหยุดสายตากรุ้มกริ่มไปที่ร่างบาง
“ได้สิครับ…พรุ่งนี้เที่ยง..ส่วนสถานที่คุณเลือกได้เลยครับ แต่วันนี้ผมคงต้องเสียมารยาทขอตัวกลับก่อนครับ เลขาของผม!! ท่าจะไม่ไหวแล้ว” ภากรไม่ได้รอให้อีกฝ่ายอนุญาต เขาประคองร่างบางออกไปจากงานเลี้ยงทันที
“คุณช้า ๆ สิ..ฉันเจ็บ” นาตาลีบ่น ชำเลืองมองไปที่เท้าของตัวเอง
“ทีนี้ล่ะบ่นเจ็บ ทีตอนเดินอ่อยไปทั่วงานไม่เห็นจะเจ็บ”
“ที่รัก…อย่าหึงสิคะ เรากำลังทำเพื่อครอบครัวของเราอยู่นะ” นาตาลีแกล้งแหย่ ไม่จริงจังทำเอาคนตรงหน้าทำหน้าไปไม่เป็น
“หึ หึ…กลับถึงบ้านเธอเตรียมตัวไว้เลยโดนดีแน่”
“งั้นก็รีบกลับเถอะ…อยากโดนดีจะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวเกาะแขนแข็งแรงแน่นขึ้น ส่งสายตาซุกซนเย้าแหย่
“……หึ หึ” เขากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะประคองร่างบางออกจากงานไป