ดวงตากลมหวานชำเลืองมองผู้เป็นยายที่เริ่มมีสีหน้ากังวล ต่อให้จนแค่ไหนแต่ยายก็ไม่อยากให้เธอต้องขายตัว
“หนูไม่กล้ารบกวนท่านหรอกค่ะ ฝากพี่ไปขอบคุณท่านแทนหนูด้วยนะคะที่เมตตา แต่ว่าหนูคงรับไว้ไม่ได้” กระดาษใบนั้นถูกส่งคืนให้คนที่นำมันมา
“ถ้าอย่างนั้นรับนามบัตรท่านไว้นะครับ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่สามารถโทรมาที่เบอร์นี้ได้ทันที” กระดาษแผ่นเล็กอีกใบถูกยื่นให้เด็กสาว
“เอ่อ..เก็บไว้นำไปให้คนที่ต้องติดต่อธุระกับท่านไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“ช่วยรับไว้หน่อยเถอะนะครับ ไม่อย่างนั้นท่านอาจไม่พอใจที่ผมทำงานให้ท่านแค่นี้ก็ยังทำให้สำเร็จไม่ได้”
แม้จะพยายามปฏิเสธแต่คนของนายอำเภอก็คะยั้นคะยอให้เธอรับไว้เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะโดนท่านตำหนิได้ เมื่อเขาอ้างเหตุผลเช่นนั้นปาลิตาจึงจำต้องยอมรับมันไว้
เชิดชัย คนของนายอำเภอเดินกลับมาที่โต๊ะคณะกรรมการก่อนจะตรงเข้าไปหาผู้เป็นนาย
“เป็นยังไงไอ้เชิด หนูๆ เขาว่ายังไงกันบ้าง”
“น้องเค้กตกลงครับ แต่น้องใบเตยเธอบอกว่าไม่กล้ารบกวนท่าน และฝากผมมาขอบคุณท่านด้วยที่เมตตาเธอ แต่เธอคงรับความช่วยเหลือนี้ไว้ไม่ได้ ตอนแรกแม้แต่นามบัตรท่านเธอก็เลี่ยงที่จะรับไว้แต่ผมคะยั้นคะยอจนเธอรับมันไปเรียบร้อยแล้วครับ”
“ทำได้ดีมากเชิด ว่าแต่หนูใบเตยลำบากเรื่องเงินขนาดนั้นยังเล่นตัวได้อีกเหรอเนี่ย แถมรู้จักพูดเสียด้วยสิ แบบนี้ก็ยิ่งน่าสนใจ” กล่าวกับลูกน้องจบก็หันไปทางพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของไร่ ‘เหมราช’ ที่นั่งเป็นกรรมการข้างกันทุกปี
“พ่อเลี้ยงไม่สนใจสาวๆ สักคนเหรอครับ ตั้งแต่เป็นกรรมการมา ผมยังไม่เคยเห็นปีไหนที่จะมีนางนพมาศสวยขนาดนี้มาก่อนเลย แถมปีนี้ลำดับที่หนึ่งถึงห้าสวยหยาดหยดทุกคนอีกต่างหาก”
“ไม่ครับ เชิญนายอำเภอตามสบายเลย” เหมันต์ส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มแห้ง
ไม่ว่าจะงานไหนนายอำเภอที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็ไม่พลาดที่จะติดต่อขออุปการะช่วยเหลือทางการเงินให้เด็กสาวเหล่านี้แบบชั่วคราวจนเป็นธรรมเนียมไปแล้ว
“พ่อเลี้ยงครับ รถพร้อมแล้วครับ” นายทองสุขหัวหน้าคนงานในไร่เดินเข้ามาบอก
“ผมขอตัวก่อนนะครับนายอำเภอ”
“ครับพ่อเลี้ยง”
รถกระบะสี่ประตูมุ่งหน้าออกจากวัดใหญ่ประจำอำเภอซึ่งเป็นสถานที่จัดงานตรงไปตามทางสู่ไร่เหมราช
“ทองสุข ข้างหน้านั่นคนกำลังมีเรื่องกันหรือเปล่า” เหมันต์ชะลอรถลงเพ่งมองเบื้องหน้าพลางถามคนที่นั่งมาด้วยกัน ปกติเขามักขับรถเองแต่จะมีคนงานติดมาด้วยหากมีภารกิจที่ต้องพบปะสังสรรค์กับผู้ใหญ่ในอำเภอหรือมีงานสำคัญประจำปีที่เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้และจะต้องดื่มเข้าไปตามมารยาท แต่เนื่องจากวันนี้ไม่ค่อยได้ดื่มอะไรมากนักจึงไม่ถึงกับต้องให้ลูกน้องขับรถให้
เมื่อทองสุขมองไปริมทางตามทิศที่พ่อเลี้ยงมองอยู่เขาจึงได้เห็นว่ามีคนกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกัน “ใช่ครับพ่อเลี้ยง”
ชายหนุ่มรีบหักพวงมาลัยไปยังบริเวณนั้นทันทีที่เห็นกลุ่มชายสามคนหิ้วใครบางคนเข้าไปข้างทาง โดยที่มีใครคนหนึ่งพยายามยื้อพวกนั้นเอาไว้จนถูกลากถูลู่ถูกังเข้าไปในโพรงหญ้าด้วย
เขากับทองสุขรีบเปิดประตูรถลงไป เสียงที่ได้ยินตอนนี้คือเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิง
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ช่วยหลานฉันด้วย”
เดินไปตามเสียงพบหญิงชราพยายามลากตัวไปกับพื้นเพราะเดินไม่ไหว พลางตะโกนขอความช่วยเหลือและร่ำไห้น้ำตานองหน้า
“ยายเป็นอะไรไหม” เหมันต์ก้มลงไปถามในขณะที่ทองสุขส่องไฟฉายที่หยิบติดมือมาด้วยให้กับเจ้านายและยายผู้นั้น
พอเห็นใบหน้าของคนถามผู้สูงวัยก็รู้ได้ทันทีว่าคือพ่อเลี้ยงเหมันต์ บุคคลซึ่งแทบไม่มีใครในปากช่องที่ไม่รู้จัก หัวใจที่สิ้นหวังเจ็บปวดเจียนตายกลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าหลานสาวจะต้องได้รับความช่วยเหลือ
“พ่อเลี้ยงช่วยหลานฉันด้วย หลานฉันกำลังจะถูกพวกขี้ยาข่มขืน”
“อะไรนะ!”
“หลานสาวฉันถูกพวกมันสามคนอุ้มเข้าไปในไร่ข้าวโพด พ่อเลี้ยงช่วยหลานฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันไหว้ล่ะ อยู่ทางโน้น ได้โปรดช่วยหลานฉันที” หญิงชราวัยกว่าเจ็ดสิบยกมือไหว้ทั้งร้องไห้ไปด้วยก่อนจะชี้เข้าไปด้านในไร่ข้าวโพดที่รกครึ้ม
“ถ้าอย่างนั้นยายรอผมอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมกับลูกน้องจะเข้าไปช่วยหลานยายก่อนแล้วกลับออกมารับยายอีกที”
“จ๊ะพ่อเลี้ยง”
หญิงชราน้ำตาไหลพราก พนมมือสวดมนต์ขอให้หลานสาวของตนปลอดภัย ในขณะที่มองตามพ่อเลี้ยงกับลูกน้องตรงเข้าไปในไร่ข้าวโพดนั้นจนลับตา
“กรี๊ด อย่านะ ฮือ ช่วยด้วย...” ปาลิตากรีดร้องทั้งน้ำตานองหน้า พยายามทั้งเตะต่อยหยิกข่วนชายกักขฬะทั้งสามที่กำลังดึงทั้งเสื้อผ้าของเธอสุดกำลัง สร้างความรำคาญให้พวกมันเป็นอย่างสูง จนเธอถูกหนึ่งในนั้นตบหน้าเข้าอย่างแรง
แม้จะทั้งเจ็บและหวาดกลัวแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ดิ้นรนต่อสู้กับพวกมันสุดชีวิตจนถูกอีกคนต่อยเข้าที่ท้องสองที
เพียงเท่านั้นร่างบางก็แน่นิ่งลงด้วยความเจ็บจุกจนร้องไม่ออก ในตอนนี้แม้พยายามขัดขืนแต่แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเลย
ความเจ็บปวดที่ได้รับยังไม่น่าหวาดกลัวเท่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดจากนี้ เสื้อยืดที่สวมใส่ของหญิงสาวถูกดึงทึ้งฉีกขาดมากขึ้นเรื่อยๆ