เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังคำรามตั้งแต่ยังไม่พ้นประตูมหาวิทยาลัย เสียงทุ้มหนักสะท้อนกำแพงคอนกรีตเหมือนประกาศการมาถึงของเจ้าของเสียง นักศึกษาหลายคนต่างหันไปมองพร้อมกัน
รถสีดำด้านเลี้ยวโค้งเข้ามาหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ ล้อหยุดหมุนอย่างมั่น ก่อนที่ชายร่างสูงจะเหยียบขาลงพื้นช้า ๆ
สวัสดีครับ ผมชื่อ คินทร์ วัชราวุฒิ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า คิน ตอนนี้ผมเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 ซึ่งก็เป็นปีสุดท้ายของผมแล้ว ผมเป็นคนค่อนข้างหล่อ มาดนิ่ง ใคร ๆ ก็พูดแบบนั้น เดินไปทางไหนในมหาวิทยาลัยก็มีแต่คนรู้จัก โดยเฉพาะพวกผู้หญิง จะบอกว่ารู้จักผมกันเยอะก็ไม่แปลก
เรื่องผู้หญิงสำหรับผม…ก็ถือว่าเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า
ส่วนในมหาวิทยาลัย ผมมีเพื่อนอยู่สี่คน
ธาม เปรม วิน แล้วก็เรย์ มีแค่นี้แหละครับ เพราะกลุ่มผมมันเหี้ยกันเกินกว่าจะมีใครทนอยู่ด้วยได้นาน แต่ก็แปลกที่พวกเรายังอยู่ด้วยกันได้จนถึงทุกวันนี้ พวกเราเลยได้ฉายาแก๊งว่า“เสือร้ายวิศวะ”
ก็นิสัยมันเหมือนกันไงครับ…เลยคบกันได้ เอาล่ะ เล่าเรื่องผมมาหอมปากหอมคอพอแล้ว
มือใหญ่ยกหมวกกันน็อกออก เส้นผมสีดำถูกเสยขึ้นอย่างลวก ๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาเรียวลึกที่มองใครก็เหมือนกำลังประเมิน เขาไม่ยิ้มกว้าง แค่ยกมุมปากขึ้นนิดเดียว
พอให้คนรู้ว่าเขารู้ตัวว่าตัวเองถูกมอง
ธามที่ยืนพิงเสาอยู่ก่อนแล้ว มองเพื่อนตั้งแต่รถยังไม่จอด สีหน้าเรียบแต่แววตาจับผิดเล็ก ๆ
“เมื่อคืนไม่กลับคอนโด?”ธามถาม เสียงนิ่ง มือยังคงกอดอกแน่น
คินหันไปมองธามช้า ๆ ก่อนจะโยนหมวกกันน็อกวางบนเบาะรถ ท่าทางสบายจนเหมือนไม่มีอะไรในโลกนี้หนักพอจะกวนใจเขา
“ไม่ได้กลับ”คินตอบเสียงเรียบ ดวงตาไม่มีความรู้สึกพิเศษ
เปรมที่นั่งอยู่บนราวบันไดหัวเราะออกมาทันที หัวเราะแบบไม่ปิดบังความแซว เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ ตบบ่าคินแรง ๆ
“กูว่าแล้ว เสือมันก็ยังเป็นเสือ”เปรมพูดพลางยักคิ้ว สีหน้าเจ้าเล่ห์ชัดเจน
คินหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนขำในลำคอ ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ก็ไม่เห็นมีเหตุผลต้องเปลี่ยน”เขาพูด พลางสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ก้าวเท้าเดินผ่านเพื่อนอย่างไม่รีบร้อน
ใต้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งนิเทศศาสตร์
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ลลิน รัตนโชติ ชื่อเล่นว่า ลิน ตอนนี้ฉันเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ ปี 3 ฉันเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวนิดหน่อย จะว่าไปก็คงเพราะปัญหาเรื่องหน้าของฉันนี่แหละ หน้าฉันเป็นสิวไม่หายสักที หายแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ซ้ำ ๆ
จนรอบนี้ฉันตัดสินใจไปปรึกษาหมอที่คลินิกแบบจริงจัง หมอบอกว่าต้องอดทน อีกไม่กี่เดือนก็น่าจะดีขึ้น แถมยังบอกให้ฉันพยายามยิ้มเยอะ ๆ อย่าเครียด แต่จะไม่ให้คิดมากได้ยังไงในเมื่อฉันต้องมามหาวิทยาลัยทุกวัน เจอคนมากมายขนาดนี้
ยังดีที่ฉันมีเพื่อนดี ๆ อยู่ข้างตัว เพื่อนของฉันมีสามคน คือ เมษา พิม แล้วก็ออม ในกลุ่มนี้ คนที่ฉันรู้สึกว่าคล้ายฉันที่สุดก็คงเป็น ออม เพราะออมค่อนข้างเงียบเหมือนกัน ส่วน เมษา กับ พิม นี่ต่างออกไปเลย ทั้งสองคนรู้จักคนไปทั่วมหาวิทยาลัย ดูต่างจากฉันสุด ๆ แต่ถึงจะต่างกันยังไง พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้
อีกอย่าง ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดนะ ฉันมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพื่อให้เรียนจบ แล้วจะได้หางานดี ๆ ทำ มีเงินส่งให้แม่ที่อยู่ที่ ลำปาง แม่ของฉันขายขนมอยู่ที่บ้าน ได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ส่งฉันเรียนมาตลอด ส่วนตัวฉันเอง ก็ทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟไปด้วย เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายของตัวเอง พี่เจ้าของร้านใจดีกับฉันมาก คอยช่วยเหลือฉันเสมอ
ลลินนั่งก้มหน้ามองกระจกบานเล็กในมือ เธอเอียงหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อย นิ้วเรียวแตะเบา ๆ ตรงรอยสิวที่แก้ม สีหน้าลังเลเหมือนคนกำลังชั่งใจ
เมษาโน้มตัวเข้ามาดูใกล้ ๆ ทำปากจู๋เล็กน้อย
“แก มันจางแล้วนะเว้ย”เมษาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ พลางใช้ปลายนิ้วชี้ชี้ไปที่แก้มลลิน
ลลินยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตายังไม่เชื่อ เธอลดกระจกลงเล็กน้อย
“มันก็ยังเห็นอยู่ดีอะ”ลลินพูดเสียงเบา หลบตาเหมือนกลัวคนอื่นมองตาม
พิมที่กำลังอ่านชีทอยู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาจริงจัง
“ปัญหาไม่ใช่สิวหรอก ปัญหาคือแกไม่เคยมองตัวเองดีๆ”พิมพูดชัดถ้อยชัดคำ สีหน้าไม่ได้ล้อเล่น
ลลินชะงักเล็กน้อย มือที่ถือกระจกหยุดนิ่ง เธอเม้มปากก่อนจะหลบตาอีกครั้ง
โรงอาหารวิศวะ
คินนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ ขายาวเหยียดออกเล็กน้อย มือหมุนแก้วน้ำเย็นไปมาอย่างคนไม่มีอะไรให้รีบเปรมกำลังเล่าเรื่องเมื่อคืน สีหน้าตื่นเต้นเหมือนกำลังเล่าเรื่องวีรกรรม
“สาวบัญชีบอกว่ามึงแม่งใจร้าย”เปรมพูดพร้อมหัวเราะเสียงดัง
คินเหลือบตามองเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นนิดเดียว
“ กูไม่ได้บอกให้มารักกูสักหน่อย”คินตอบเสียงทุ้ม สีหน้าเรียบจนแทบจับอารมณ์ไม่ได้
ธามมองคินนิ่ง ๆ ก่อนจะถามเสียงต่ำ
“แล้วถ้าวันนึงมึงเจอคนที่ไม่จบล่ะ?”ธามพูด พลางเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย
คินหัวเราะในลำคอ เสียงต่ำสั้น ๆ เขายกคางขึ้นเล็กน้อยเหมือนมั่นใจเต็มร้อย
“ มันจะไม่มีวันนั้น”คำตอบเด็ดขาด ไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที
จังหวะนั้น กลุ่มผู้หญิงสามคนเดินผ่านหน้าโรงอาหาร เปรมหันขวับไปมองทันที ดวงตาเป็นประกาย
“เฮ้ย ดูดิ โคตรสวย”เปรมพูดเสียงเบาลง แต่ตาไม่ละจากร่างบาง
คินเหลือบมองตามแบบไม่ได้ตั้งใจ สายตาเขาหยุด หยุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่ตรงกลาง ผมยาวตรง เสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ กระโปรงยาว ไม่มีอะไรโดดเด่นเกินไปแต่โครงหน้าของเธอชัดจนสะดุดตาเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แสงแดดเผยให้เห็นรอยสิวบางจุดบนแก้ม
เปรมทำเสียงเสียดาย“เสียดายว่ะ ถ้าหน้าใส ๆ นี่ตัวท็อปเลย”
ธามหันมองคินทันที เพราะคินยังไม่ละสายตา
“มึงมองอะไรขนาดนั้น”ธามถาม สีหน้าจับผิด
คินกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี ท่าทางเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ
“ก็แค่แปลกตาดี”คินตอบเรียบ ๆ แต่เสียงเบาลงกว่าปกติ
ลลินเดินผ่านไปโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมคู่หนึ่งมองตามหลัง
ชั้นสองของตึกวิศวะ
คินยืนพิงระเบียง มือสอดกระเป๋ากางเกง สายตาคมมองลงไปด้านล่าง ลลินกำลังหัวเราะกับเมษา ใบหน้าที่เคยกังวลตอนส่องกระจก ตอนนี้กลับสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คินหรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง เปรมเดินเข้ามาข้างหลัง ยืนเท้าแขนบนราวระเบียง
“คืนนี้วันเกิดกู บ้านกูตอนสองทุ่ม”เปรมพูดเสียงร่าเริง
คินยังไม่ละสายตาจากด้านล่าง
“อืม” เขาตอบสั้น ๆ
เปรมยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนพูดต่อ“กูชวนเด็กนิเทศมาด้วยนะ เพื่อนเมษาอะ”
คำว่า 'นิเทศ' ทำให้คินชะงักเพียงเสี้ยววินาที เขากระพริบตาหนึ่งครั้งก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“แล้วไง”
เปรมหัวเราะ“ก็เผื่อมึงจะสนใจ”
คินยกยิ้มมุมปาก ดวงตากลับมาเย็นเหมือนเดิม
“กูไม่สนใครทั้งนั้น”
แต่สายตาเขา ยังคงมองร่างบางที่เดินหายไปจากลานด้านล่าง