คฤหาสน์แวนเดอร์บิลต์ – นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ตั้ง:
คฤหาสน์แวนเดอร์บิลต์ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวใกล้ชายฝั่ง ลองไอส์แลนด์ (Long Island), นิวยอร์ก เป็นคฤหาสน์สไตล์นีโอคลาสสิกผสมกับสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ ล้อมรอบด้วยป่าสนและต้นเมเปิ้ล ให้ความรู้สึกหรูหราแต่เงียบสงบ
พื้นที่โดยรวมของคฤหาสน์:
พื้นที่ทั้งหมด กว่า 200 เอเคอร์ (ประมาณ 500 ไร่)
ประกอบด้วย อาคารหลัก 5 หลัง (คฤหาสน์, เรือนรับรอง, คลังเก็บไวน์, โรงจอดรถคลาสสิก และโรงเรือนพนักงาน)
กำแพงสูง 5 เมตร ล้อมรอบทั้งเกาะ ติดตั้งลวดหนาม และเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
ทางเข้าคฤหาสน์:
ประตูหลักเป็น ประตูเหล็กดำสูง 6 เมตร แกะสลักตราประจำตระกูลแวนเดอร์บิลต์
รปภ. 10 คน ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องตรวจจับใบหน้า
รถทุกคันที่ผ่านเข้าไป ต้องถูกสแกนใต้ท้องรถ และตรวจสอบภายในก่อน
ลักษณะของคฤหาสน์:
ตัวอาคารหลักมี ความสูง 4 ชั้น (ไม่รวมชั้นใต้ดิน)
สถาปัตยกรรมหรูหรา มีเสากรีกขนาดใหญ่ประดับด้านหน้า
หน้าต่างสูงโปร่งกว่า 3 เมตร ใช้กระจกกันกระสุนทุกบาน
มีห้องทั้งหมด 52 ห้อง รวมถึงห้องรับรองแขก ห้องเก็บไวน์ ห้องสมุด และห้องนิรภัย
พนักงานประจำบ้านกว่า 30 คน รวมถึงแม่บ้าน พ่อบ้าน เชฟส่วนตัว และคนสวน
เมื่อขบวนรถขนส่งเพชรมาถึง ประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกด้วยระบบอัตโนมัติ รปภ.ทุกนายยืนประจำจุด พร้อมอาวุธ ครบมือ
กล้องวงจรปิดกว่า 10 ตัว สแกนขบวนรถแบบเรียลไทม์
ขบวนรถเคลื่อนเข้าสู่ถนนลานหินอ่อนที่ทอดยาวสู่ตัวคฤหาสน์ รถหุ้มเกราะสองคันนำขบวน ตามด้วยโรลส์รอยซ์ของลอว์เรนซ์ แวนเดอร์บิลต์ และรถตู้กันกระสุนอีกสองคันปิดท้าย เพชรอยู่ในกล่องนิรภัยระดับสูง ที่ทำจากไทเทเนียมผสมเซรามิกกัน กระแทก
ลอว์เรนซ์เป็นผู้ถือกล่องขึ้นบันไดของคฤหาสน์ ทุกก้าวที่เดินผ่าน แม่บ้านและพนักงานที่อยู่ในโถงใหญ่ต่างหยุดมือจากงานที่ทำ ก้มศีรษะอย่างเคารพ ภายในโถงหรูหราเพดานสูง มีโคมไฟแชนเดอเลียร์ขนาดมหึมาจากคริสตัลแท้ของออสเตรีย แสงจากคริสตัลสะท้อนกับพื้นหินอ่อนสีขาวลายทอง เสียงรองเท้ากระทบพื้นก้องกังวาน
ลอว์เรนซ์เดินผ่านโถงใหญ่ ผ่านห้องรับรองที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่สิบสี่ ผ่านห้องสมุดที่มีหนังสือหายากนับพันเล่ม และมุ่งตรงไปยังบันไดวนไม้โอ๊คดำที่ทอดขึ้นไปยังชั้นสามของคฤหาสน์
ที่นั่นคือห้องทำงานของลอว์เรนซ์ ประตูไม้โอ๊คหนา 20 เซนติเมตรมีระบบล็อกสแกนม่านตา เมื่อเขายืนยันตัวตน ประตูจึงเปิดออก
ภายในห้องทำงานมีโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง
ในห้องมี ตู้หนังสือกว่า 1,000 เล่ม โต๊ะไม้สักแกะสลัก และของสะสมระดับโลก
บนผนังประดับด้วยภาพวาดของศิลปินระดับโลกอย่างแวนโก๊ะและปิกัสโซ ด้านหลังโต๊ะทำงานเป็นชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นบานพับลับ เมื่อกดปุ่มใต้โต๊ะ ภาพวาดของแวนโก๊ะเลื่อนออก เผยให้เห็นตู้เซฟลับขนาดใหญ่
ตู้เซฟทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนไฟเบอร์ ทนแรงระเบิดและกันไฟ มีระบบล็อกสี่ชั้น ประกอบด้วยรหัสตัวเลข ม่านตา ลายนิ้วมือ และเซ็นเซอร์ตรวจจับเสียงหัวใจของเจ้าของเพียงคนเดียว หากมีแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ ระบบจะล็อกอัตโนมัติทันที
ลอว์เรนซ์สวมถุงมือแพลตตินัมก่อนจะเปิดกล่องนิรภัย ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีทองอำพันของเพชร “The Golden Serengeti” มันถูกวางลงบนแท่นล็อกพิเศษภายในเซฟ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักและป้องกันการเคลื่อนที่ของเพชร
เมื่อเขากดปุ่ม เซฟค่อย ๆ ปิดลงอย่างแน่นหนา จอแสดงผลขึ้นสถานะล็อกอัตโนมัติ เขายืนมองเซฟด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน
คืนนั้น คฤหาสน์เงียบสงัด รปภ.สิบห้าคนกระจายตัวลาดตระเวนรอบอาคาร กล้องวงจรปิดทุกตัวแสดงภาพแบบเรียลไทม์จากมุมต่าง ๆ ภาพจากกล้องในห้องนิรภัยแสดงให้เห็นเพชรเม็ดงามที่ยังคงอยู่ในแท่นล็อก ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
ลอว์เรนซ์ แวนเดอร์บิลต์ ยืนมองจอมอนิเตอร์ในห้องนอนของเขา แสงไฟสะท้อนเข้ากับเพชรผ่านหน้าจอกล้องวงจรปิด เขายิ้มเล็กน้อย ดื่มวิสกี้จากแก้วคริสตัลอย่างอารมณ์ดี
“ไม่มีที่ไหนปลอดภัยกว่าที่นี่อีกแล้ว”
เขาหมุนตัวออกจากห้อง ปิดไฟ และเตรียมตัวเข้านอน โดยไม่รู้เลยว่า นั่นอาจเป็นคืนสุดท้ายที่เพชรยังอยู่ในเซฟ
รุ่งเช้าของวันใหม่ หมอกจาง ๆ ปกคลุมพื้นที่รอบเกาะส่วนตัวของตระกูลแวนเดอร์บิลต์ สายลมจากมหาสมุทรแอตแลนติกพัดผ่านต้นสนสูงที่เรียงรายเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศอันเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยอำนาจ
คฤหาสน์แวนเดอร์บิลต์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเกาะ เป็นอาคารหรูหราสูงสี่ชั้น สถาปัตยกรรมเป็นแบบนีโอคลาสสิก ผสมผสานกลิ่นอายของคฤหาสน์อังกฤษโบราณ ด้านหน้ามีเสากรีกขนาดใหญ่รองรับระเบียงหินอ่อน หน้าต่างทุกบานสูงกว่า 3 เมตร ใช้กระจกกันกระสุนทุกบาน
ตัวคฤหาสน์ล้อมรอบด้วยสวนหรูขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยนักจัดสวนชื่อดังจากยุโรป มีเขาวงกตพุ่มไม้ขนาดยักษ์ น้ำพุประดับ และสนามหญ้าที่ได้รับการตัดแต่งอย่างไร้ที่ติ ถนนทางเข้าปูด้วยหินกรวดขาวทอดยาวจากประตูหลักไปยังตัวอาคาร
ที่หน้าคฤหาสน์ ประตูเหล็กดำสูงหกเมตรแกะสลักตราประจำตระกูลแวนเดอร์บิลต์ ประตูนี้ไม่ได้เปิดโดยง่าย เพราะมันมีกลไกอัตโนมัติที่ควบคุมด้วยระบบสแกนใบหน้า รถทุกคันที่ผ่านเข้าไปต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งใต้ท้องรถและภายใน
รปภ.ประจำการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นทีมละสิบคน กระจายตัวอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์รอบคฤหาสน์ ทั้งบนหอคอยเฝ้าระวัง ประตูทางเข้า และจุดลาดตระเวนรอบเกาะ ทุกจุดมีกล้องวงจรปิดอินฟราเรดและเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว
ภายในคฤหาสน์
เช้าวันนั้น บรรยากาศในคฤหาสน์เต็มไปด้วยความสงบ พนักงานเริ่มต้นวันด้วยกิจวัตรของตัวเอง แม่บ้านกว่า 15 คนทำความสะอาดตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน เชฟส่วนตัวสามคนเตรียมอาหารเช้าในครัวขนาดใหญ่ พ่อบ้านและพนักงานอีก 10 คนคอยดูแลความเรียบร้อยของเฟอร์นิเจอร์และของสะสม
ในห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ โต๊ะไม้โอ๊คยาวกว่า 6 เมตรถูกจัดอย่างสมบูรณ์แบบ อาหารเช้าประกอบด้วยขนมปังอบใหม่ ไข่เบเนดิกต์ และกาแฟที่บดสด ๆ เสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
สมาชิกในครอบครัวแวนเดอร์บิลต์นั่งกันอยู่ที่โต๊ะ
ลอว์เรนซ์ แวนเดอร์บิลต์ – หัวหน้าครอบครัว มหาเศรษฐีเจ้าของคฤหาสน์
เฮนรี่ แวนเดอร์บิลต์ – ลูกชายคนโต นักธุรกิจ
วิคตอเรีย แวนเดอร์บิลต์ – ลูกสาวคนรอง ภรรยาของนักการเมือง
เจมี่ แวนเดอร์บิลต์ – ลูกชายคนเล็ก ศิลปินผู้รักอิสระและไม่สนใจธุรกิจครอบครัว
มาดามโรซาลิน – แม่บ้านใหญ่ของคฤหาสน์
มาดามโรซาลินเป็นหญิงวัย 60 ปีต้น ๆ ผิวขาวซีดแบบชาวยุโรปเหนือ รูปร่างของเธอผอมบาง แต่หลังตรงสง่างามราวกับเคยเป็นชนชั้นสูงในอดีต เธอสวมเครื่องแบบแม่บ้านที่ตัดเย็บอย่างดี ชุดกระโปรงสีดำขลิบขาว สวมถุงมือบาง และติดเข็มกลัดเงินรูปดอกลิลลี่บนอกซ้าย
เธอมี ดวงตาสีเทาเงิน ที่เยือกเย็นและคมเหมือนใบมีด แม้เธอจะมีใบหน้าที่ดูใจดีและพูดจาไพเราะ แต่แววตาของเธอกลับดูอ่านใจคนได้อย่างลึกซึ้ง
เธอทำงานในคฤหาสน์แวนเดอร์บิลต์มานานกว่า 30 ปี รู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านดีกว่าเจ้าของบ้านเสียอีก เธอสามารถจำได้แม้กระทั่งว่าแจกันดอกไม้ถูกขยับไปจากจุดเดิมแค่ไม่กี่เซนติเมตร
ลักษณะพิเศษ:
ขยับตัวเงียบราวกับเงา ไม่เคยมีใครได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ
สายตาของเธอเหมือนจับจ้องทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา
พูดจาด้วยเสียงเรียบ สุภาพ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคำสั่ง
พ่อบ้านฮาร์ริงตัน – พ่อบ้านคนสนิทของลอว์เรนซ์
อายุ: 55 ปี
ส่วนสูง: 178 ซม.
รูปร่าง: ผอมสูงแต่สง่างาม หลังตรง และเดินด้วยท่วงท่าที่น่าเกรงขาม
ฮาร์ริงตันเป็นพ่อบ้านประจำคฤหาสน์แวนเดอร์บิลต์มาเกือบ 25 ปี เขาเป็นชายชาวอังกฤษแท้ ๆ ที่มีความเป็นระเบียบและเคร่งครัดทุกระเบียบแบบแผน ตั้งแต่การจัดวางช้อนส้อมไปจนถึงการควบคุมเวลาการเสิร์ฟอาหาร ทุกสิ่งต้องเป๊ะตามที่เขากำหนด
เขามี ใบหน้าคมเข้มและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ที่ดูเหมือนไม่เคยแสดงอารมณ์จริง ๆ ออกมา เส้นผมสีดำที่เริ่มแซมสีเทาถูกหวีเรียบ ไม่เคยมีสักเส้นที่หลุดลุ่ยจากทรง ผิวของเขาดูสุขุมและเคร่งขรึมราวกับรูปปั้นหินอ่อน
ชุดสูทสีดำสนิทและเนคไทสีเข้ม ทำให้เขาดูเป็นคนที่ไม่แสดงตัวตนเกินไป แต่เมื่อเขาปรากฏตัว ทุกคนจะรู้สึกได้ถึง อำนาจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในความเงียบสงบของเขา
ลักษณะเฉพาะของพ่อบ้านฮาร์ริงตัน
เงียบขรึมและสุขุม – เขาไม่พูดมาก คำพูดของเขาสั้น กระชับ แต่หนักแน่น
มีกิริยาสง่างามทุกท่วงท่า – ตั้งแต่การรินไวน์ไปจนถึงการเดินผ่านแขก ไม่มีอะไรผิดพลาด
จำรายละเอียดทุกอย่างได้แม่นยำ – เขาจำได้แม้กระทั่งว่าใครเดินผ่านห้องไหนในช่วงเวลาใด
ไม่มีใครเคยเห็นเขาตกใจ – แม้ในสถานการณ์ตึงเครียดที่สุด เขาก็ยังคงควบคุมตัวเองได้
เดเร็ค – หัวหน้ารปภ. ดูแลความปลอดภัยของคฤหาสน์
เดเร็ค ฟอลคอน เป็นชายวัย 45 ปี สูงเกือบ 185 ซม. รูปร่างแข็งแกร่งบึกบึนราวกับอดีตนายทหาร เขามี หนวดเคราสั้นๆ ตัดแต่งอย่างเรียบร้อย ผมสีน้ำตาลเข้มเริ่มมีเส้นสีเทาแซมเป็นริ้ว ๆ ดวงตาสีน้ำเงินคมกริบจับจ้องทุกสิ่งรอบตัวอย่างระมัดระวัง
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์จากอดีตที่ไม่เคยเปิดเผยกับใคร เขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษก่อนจะลาออกมาทำงานเอกชน สายตาและประสาทสัมผัสของเขาเฉียบแหลมจนดูเหมือนเขาไม่เคยพลาดอะไรเลย
เดเร็คไม่ใช่คนที่พูดมาก คำพูดของเขาสั้น กระชับ และตรงไปตรงมาเสมอ ทุกการกระทำของเขามีเป้าหมายชัดเจน ไม่เคยแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้า จึงทำให้ยากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไร
สวมสูทสีดำเรียบตลอดเวลา แต่มีเกราะกันกระสุนบางซ่อนอยู่ใต้เสื้อ
เดินด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น แต่เงียบราวกับนักล่า
ดวงตาสีฟ้าของเขาคมจนเหมือนสามารถมองทะลุจิตใจคนได้
ติดนิสัยแตะเข็มขัดหรือซองปืนที่ซ่อนอยู่ใต้สูทเสมอเมื่อรู้สึกถึงอันตราย
ลอว์เรนซ์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ เขาถือหนังสือพิมพ์ในมือและจิบกาแฟ ขณะที่สมาชิกคนอื่น ๆ กำลังรับประทานอาหารตามปกติ
“เมื่อคืนฉันแทบไม่ได้นอน เพราะมัวแต่มองสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิตของฉัน” ลอว์เรนซ์พูดขึ้น
ทุกคนหยุดมือจากอาหารและหันมามองเขา
“พ่อหมายถึงอะไร” เฮนรี่ถาม
“เพชรของฉัน... The Golden Serengeti” ลอว์เรนซ์ยิ้ม
ห้องทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ ทุกคนรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร
“พ่อจะให้เราได้เห็นมันจริง ๆ ใช่ไหม” วิคตอเรียถาม
ลอว์เรนซ์หัวเราะ “แน่นอน ฉันอยากให้พวกเธอเห็นว่ามันงดงามแค่ไหน”
เขาวางแก้วกาแฟลง และลุกขึ้นจากโต๊ะ ทุกสายตาจับจ้องมองตามขณะที่เขาก้าวออกจากห้องรับประทานอาหาร
ลอว์เรนซ์ขึ้นไปเอาเพชร
เศรษฐีก้าวขึ้นบันไดวนของคฤหาสน์ไปยังชั้นสาม ขณะที่เขาก้าวเข้าไปในห้องทำงาน ประตูไม้โอ๊คดำขนาดใหญ่ก็เปิดออกด้วยระบบสแกนใบหน้า
เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน นิ้วกดปุ่มลับที่มุมโต๊ะ จากนั้นภาพวาดของแวนโก๊ะที่แขวนอยู่บนผนังเลื่อนออก เผยให้เห็นตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ในกำแพง
เขาสแกนม่านตา วางนิ้วมือบนแผงสแกน และกดรหัสลับสี่หลัก
เสียงกลไกดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ประตูเซฟจะค่อย ๆ เปิดออก
แสงไฟส่องกระทบกับพื้นผิวของเพชร ทำให้เกิดประกายระยิบระยับที่สวยงามราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
ลอว์เรนซ์หยิบถุงมือแพลตตินัมขึ้นมาสวม ก่อนจะยื่นมือไปหยิบ “The Golden Serengeti” ขึ้นมา เพชรให้สัมผัสที่เย็นเรียบลื่น แต่หนักแน่น
เขามองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนำมันใส่ลงในกล่องกำมะหยี่สีดำ กลไกแม่เหล็กล็อกมันเข้ากับที่ ป้องกันไม่ให้เคลื่อนที่ระหว่างการขนย้าย
เขาปิดกล่อง แล้วเดินออกจากห้อง
ลอว์เรนซ์กลับลงมาพร้อมเพชร
เมื่อเขากลับมาถึงห้องรับประทานอาหาร ทุกสายตาจับจ้องมาที่กล่องในมือของเขา
เขาวางมันลงกลางโต๊ะ แล้วค่อย ๆ เปิดฝาขึ้น
แสงสะท้อนจากเพชรพุ่งกระจายไปทั่วห้อง ทุกคนหยุดหายใจ
เฮนรี่จ้องมันตาไม่กะพริบ วิคตอเรียเอื้อมมือไปแตะริมฝีปากของตัวเอง เจมี่เอนตัวไปข้างหน้า แม้แต่แม่บ้านและพ่อบ้านยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง
“The Golden Serengeti เป็นของฉันแล้ว” ลอว์เรนซ์พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ