15 กลิ่นอายของความทรงจำ

1163 Words
ความเงียบกลับมาทำงานอีกครั้ง ทิ้งไว้แค่เสียงสะอื้นของคนที่นั่งกอดเข่าคุดคู้เป็นก้อนกลมๆ อยู่บนเตียง “ฮึก... คนบ้า... ผีเข้าหรือไง...” แก้มใสซุกหน้าลงกับหัวเข่า ปล่อยน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ความน้อยใจมันจุกคอจนเจ็บไปหมด “เมื่อก่อน... ฮึก... พี่ไม่เคยตะคอกแก้มเลยสักครั้งนะ...” เธอพึมพำตัดพ้อกับความว่างเปล่า ยิ่งนึกถึงอดีต น้ำตาก็ยิ่งไหลพราก “แค่แก้มทำมีดบาดนิ้วนิดเดียว พี่ก็หน้าซีดจะเป็นจะตายแล้ว... แล้วดูตอนนี้สิ... ฮึก... จ้องแต่จะขยี้ให้แก้มเจ็บ” ความกลัวเรื่องท้องก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดที่สุดคือท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเขานั่นแหละ เขาทำเหมือนเธอเป็นแค่นักโทษ เป็นของตายที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ไม่ใช่คนรักที่เขาเคยทะนุถนอม ร้องไห้อยู่นานจนเสียงเริ่มแหบ แก้มใสปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติ “ร้องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา...” เธอบอกตัวเองเสียงเครือ “เออ... อยากขังก็ขังไป ขังได้แต่ตัวแหละ ใจแก้มพี่ขังไม่ได้หรอก” ความอัดอั้นทำให้ทนนั่งเฉยๆ อยู่บนเตียงไม่ไหว แก้มใสขยับตัวอย่างยากลำบาก เอื้อมมือคว้าไม้ค้ำยันข้างเตียงมาหนีบรักแร้ พยุงตัวลุกยืนขาเดียว “โอ๊ย... เจ็บ...” หน้าแข้งขวาเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ แต่เธอกัดฟันสู้ เธออยากจะรู้เหมือนกันว่าในรังของปีศาจคนนี้... ยังมีอะไรที่เธอควรรู้อีกไหม กึก... กึก... กึก... เสียงไม้ค้ำกระแทกพื้นดังเป็นจังหวะเชื่องช้า แก้มใสพาตัวเองเดินออกจากห้องนอน เข้าสู่โซนห้องแต่งตัว ที่อยู่ติดกัน กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพผู้หญิงหัวยุ่งตาบวมเป่งที่ดูไม่ได้ เธอเปิดตู้แรก... สูทหรู เสื้อกาวน์รีดเรียบกริบแขวนเรียงเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก “เนี้ยบเหมือนเดิม... น่าหมั่นไส้” เธอบ่นอุบ สายตากวาดมองสำรวจไปเรื่อย จนไปสะดุดตากับตู้ลิ้นชักไม้สักมุมห้อง บนหลังตู้มีกรอบรูปไม้วางคว่ำหน้าอยู่ ความอยากรู้อยากเห็นทำงานทันที แก้มใสขยับเข้าไปใกล้ มือข้างหนึ่งยันตู้ไว้เพื่อทรงตัว อีกมือเอื้อมไปพลิกกรอบรูปขึ้นมาดู ลมหายใจสะดุดกึก รูปโพลารอยด์เก่าๆ สีเริ่มซีดจาง... เด็กปีหนึ่งยิ้มแก้มฉีกชูสองนิ้ว มีรุ่นพี่หมอหน้านิ่งกอดคออยู่ข้างหลัง แต่สายตาหลังแว่นนั่น... มันอบอุ่นจนคนมองสัมผัสได้ รูปคู่ใบแรก... วันรับน้อง “ยังอยู่อีกเหรอเนี่ย...” นิ้วเรียวไล้ไปบนรูป รอยยิ้มเศร้าๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก “นึกว่าพี่เผาทิ้งไปตั้งแต่วันที่ไล่แก้มออกจากชีวิตแล้วซะอีก” ทำไมถึงเก็บทุกอย่างไว้... ลูกแก้วดนตรีที่หัวเตียง... แล้วยังรูปใบนี้ที่วางคว่ำไว้เหมือนไม่อยากเห็น แต่ก็ตัดใจทิ้งไม่ลง แก้มใสวางรูปลงที่เดิมด้วยความรู้สึกหน่วงในใจ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่ลิ้นชักชั้นบนสุด ลองดึงดู... มันไม่ได้ล็อก ข้างในโล่ง... มีแค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มตัวหนึ่งพับเก็บไว้อย่างดี แยกจากตัวอื่นราวกับเป็นของสำคัญ หัวใจของแก้มใสเต้นรัวแรงขึ้นมาทันที เธอจำเสื้อตัวนี้ได้แม่นยำยิ่งกว่าท่องบทละคร เสื้อแบรนด์เนมตัวแรกที่เธอซื้อให้เขา ตอนนั้นเพิ่งได้เงินค่าตัวก้อนแรกมาไม่กี่พัน แทนที่จะเอาไปซื้อของสวยๆ งามๆ ให้ตัวเอง ดันกำเงินไปเดินห้างเป็นชั่วโมง เพื่อเลือกเสื้อที่แพงที่สุดและดูดีที่สุดเท่าที่เงินในกระเป๋าจะอำนวยให้แฟน ‘พี่โชติ... สุขสันต์วันเกิดนะ’ ‘โห... ยี่ห้อนี้แพงนะเนี่ย ซื้อมาทำไม เปลืองเงิน’ ‘ไม่เปลืองหรอก แก้มอยากให้พี่หล่อที่สุดเวลาไปราวน์วอร์ด ใส่ให้แก้มดูหน่อยนะ’ วันนั้นเขายิ้มจนตาหยี สวมกอดเธอแน่นบอกว่าชอบที่สุด มือสั่นเทาของแก้มใสหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา เนื้อผ้ายังนุ่มลื่น กระดุมครบ แม้จะดูเก่าลงบ้างแต่รู้เลยว่าเจ้าของดูแลดียิ่งกว่าไข่ในหิน เธอเผลอยกเสื้อตัวนั้นขึ้นมาแนบแก้ม... กลิ่น... ไม่ใช่กลิ่นอับของเสื้อผ้าเก่าเก็บ แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น กลิ่นน้ำยาซักผ้าที่เขาชอบ และลึกลงไปกว่านั้น... มันมีกลิ่นกายเฉพาะตัวของพี่โชติฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้า กลิ่นของความอบอุ่น... กลิ่นของความปลอดภัยที่เธอเคยได้รับ “ฮึก...” ทำนบน้ำตาพังทลายลงอีกครั้ง แก้มใสกดจมูกลงกับเนื้อผ้า สูดดมกลิ่นที่คุ้นเคยนั้นเข้าเต็มปอดอย่างโหยหา “คนใจร้าย...” เธอตัดพ้อทั้งน้ำตา เสียงอู้อี้อยู่ในเสื้อ “ถ้าเกลียดกัน... ถ้าเห็นแก้มเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ... แล้วพี่จะเก็บของพวกนี้ไว้ทำไม... จะซักรีดมันอย่างดีทำไม...” ทั้งที่โกรธเขาแทบตาย ทั้งที่เพิ่งทะเลาะกันบ้านแตก แต่ร่างกายและหัวใจของเธอกลับทรยศสมอง เธอกอดเสื้อตัวนั้นแน่นราวกับกำลังกอดเจ้าของมัน จินตนาการว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธออยู่ตอนนี้คืออ้อมแขนของพี่โชติคนเดิม ไม่ใช่หมอปีศาจที่เพิ่งเดินออกไป “แก้มเกลียดพี่... ได้ยินไหมว่าเกลียด...” ปากพร่ำบอกคำว่าเกลียด แต่ใบหน้ากลับซุกไซ้คลอเคลียกับปกเสื้อของเขาไม่ห่าง “แต่ทำไม... ฮึก... ทำไมแก้มถึงคิดถึงพี่ขนาดนี้” ความรู้สึกขัดแย้งตีกันยุ่งเหยิงในหัว สมองสั่งให้หนี บอกให้ระวังตัวจากผู้ชายอันตรายคนนี้ แต่ลึกๆ ในใจกลับร่ำร้องหาความรักจากเขา อยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม อยากให้เขากอดปลอบเธอเหมือนในอดีต แก้มใสยืนพิงตู้เสื้อผ้า กอดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัวนั้นไว้แนบอก ร้องไห้เงียบๆ จนตัวโยน ปล่อยให้กลิ่นกายของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำในเวลานี้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... ที่หน้าจอวงจรปิดในห้องทำงานของห้องข้าง ชายหนุ่มในชุดกาวน์กำลังนั่งจ้องมองภาพจากกล้องในห้องแต่งตัวผ่านแท็บเล็ตในมือ... ภาพหญิงสาวขาเจ็บที่กำลังยืนกอดเสื้อเก่าๆ ของเขาร้องไห้ปานจะขาดใจ มือหนาของโชติบดินทร์ยกขึ้นแตะที่หน้าจอ ตรงตำแหน่งใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ภาพนั้นแผ่วเบา ดวงตาคมกริบแดงก่ำและคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไม่ต่างกัน “พี่ขอโทษ...” เขากระซิบเสียงเครือกับหน้าจอ “อดทนอีกนิดนะแก้ม... อีกนิดเดียว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD