19 เมียลับที่ถูกซ่อน

1319 Words
ปัง เสียงประตูหน้าเพนท์เฮาส์ปิดลง มันไม่ใช่แค่เสียงปิดประตู แต่มันเหมือนเสียงตอกฝาโลงที่ขังหัวใจของแก้มใสเอาไว้ในความมืดมิด ความอบอุ่นเมื่อครู่... รอยยิ้มอ่อนโยน สัมผัสที่แสนดี ข้าวต้มชามนั้น... ทุกอย่างมันคือละครฉากใหญ่ที่เขาเล่นให้เธอดูเพื่อให้เธอตายใจ เพื่อให้เธอเป็นเด็กดี ไม่โวยวายตอนที่เขาต้องลงไปหา "ตัวจริง" ของเขา “ฮึก...” แก้มใสยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื้นที่มันจุกขึ้นมาจนเจ็บคอหอย “โง่... มึงมันโง่อีแก้ม... เจ็บแล้วไม่เคยจำ” เธอด่าตัวเองทั้งน้ำตา พยายามพยุงร่างที่บอบช้ำลุกจากเตียง ขาข้างที่หักเจ็บร้าวทุกก้าวย่าง แต่เธอไม่สน เธอพาร่างกายที่พิการชั่วคราวตะเกียกตะกายไปที่ประตูห้องนอน มือสั่นเทาเอื้อมไปจับลูกบิด... กึก... กึก... ล็อก. เขาขังเธอไว้จริงๆ... ขังไว้เหมือนสัตว์เลี้ยง เหมือนสิ่งของที่ต้องเก็บซ่อนให้พ้นสายตาคนอื่น ร่างบางค่อยๆ รูดตัวลงนั่งกองกับพื้นหน้าประตู น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักออกมาอาบแก้ม ร้อนผ่าวราวกับลาวาที่กัดกินใจ “สุดท้าย... แก้มก็เป็นได้แค่นี้สินะ...” เธอพึมพำกับบานประตูที่เย็นเฉียบ เสียงสั่นพร่าปนสะอื้น “เป็นได้แค่ของเล่นแก้ขัด... เป็นอีหนูในความลับที่พี่ต้องซ่อนไว้ในห้องนอน พอตัวจริงเขามา... พี่ก็ทิ้งแก้มไว้เหมือนหมาตัวหนึ่ง” มันเจ็บ... เจ็บจนหายใจไม่ออก เธอรู้สถานะตัวเองดีว่าเขาและเธอจบกันไปแล้ว แต่การที่เขาฉุดรั้งเธอมาที่นี่ มาทำดีด้วย มาป้อนข้าว มาจูบ มาทำให้หัวใจที่ตายด้านมันกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง... แล้วก็ถีบหัวส่งเธอลงนรกด้วยความจริงที่ว่า 'เขามีคู่หมั้นรออยู่ข้างล่าง' มันโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง “ฮึก... ถ้าพี่เลือกเขา... ถ้าพี่เห็นแก้มเป็นแค่ขยะ... แล้วพี่จะมายุ่งกับแก้มทำไม...” แก้มใสกำหมัดทุบลงบนหน้าขาข้างดีของตัวเองระบายความอัดอั้น ทุบซ้ำๆ จนเจ็บ แต่ก็ไม่เท่าเสี้ยวความเจ็บในใจ “คนใจร้าย... ฮือ... คนโกหก...” ภาพความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อนซ้อนทับเข้ามา... วันที่เขาบอกเลิกเธอเพราะเธอจน เพราะเธอไม่คู่ควร วันนี้เขากลับมา แต่เขาก็ยังเลือกผู้หญิงที่คู่ควรคนนั้นอยู่ดี เธอแพ้... แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง แพ้ให้กับโชคชะตาและฐานะที่ต่ำต้อย “อยากกลับบ้าน... แม่จ๋า... แก้มอยากกลับบ้าน...” แก้มใสนอนขดตัวอยู่หน้าประตู กอดเข่าร้องไห้จนตัวโยน ร้องจนเสียงแหบแห้ง เหมือนนกปีกหักที่ถูกขังลืมอยู่ในกรงทอง รอคอยให้เจ้าของกลับมาโยนเศษความเมตตาให้... เมื่อเขาเสร็จธุระกับคนสำคัญของเขาแล้ว ... ที่ล็อบบี้ชั้นล่าง ติ๊ง! ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ร่างสูงของโชติบดินทร์ก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้เคร่งขรึมและอำมหิตจนน่ากลัว เขาเดินจ้ำอ้าวตรงดิ่งไปที่โซฟารับรองแขก ที่นั่น... พิมลดา ในชุดเดรสสีแดงเพลิงยืนกอดอกรออยู่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ทันทีที่เห็นเขา เธอก็ปรี่เข้ามาหา แว้ดเสียงดังลั่นจนพนักงานต้อนรับต้องก้มหน้าหลบด้วยความกลัว “ในที่สุดก็โผล่หัวมาสักทีนะโชติ!” นิ้วเรียวยาวที่เคลือบสีแดงสดจิ้มไปที่อกแกร่งของเขา “ดาโทรหาคุณเป็นร้อยสาย! ปิดเครื่องหนีดาทำไม! คิดจะเทดาแล้วไปกกนังนั่นเหรอ!” “หุบปาก...” โชติบดินทร์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาวาวโรจน์ “แล้วตามมาคุยกันตรงนี้” เขากระชากแขนเธออย่างแรง ลากถูลู่ถูกังพาเดินเลี่ยงออกมาที่มุมอับสายตาหลังเสาหินอ่อน “ปล่อยนะ! เจ็บ!” พิมลดาสะบัดแขนออก จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “กล้าทำรุนแรงกับดาเหรอ! ก็คุณทำตัวมีพิรุธเอง! หายหัวไปสามวัน อ้างว่างานยุ่ง แต่รถจอดอยู่ที่นี่! ไหนบอกดาสิว่าคุณขึ้นไปทำอะไรบนนั้น? ซุกเมียน้อยไว้ใช่ไหม!” โชติบดินทร์ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูนโปน พยายามข่มอารมณ์อยากจะบีบคอผู้หญิงตรงหน้าให้แหลกคามือ “อย่ามาเพ้อเจ้อพิมลดา” เขาตอบเสียงเรียบแต่เย็นยะเยือก “ผมขึ้นไปพักผ่อน ผมทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ ต้องการเวลาส่วนตัว... คุณไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย” “สิทธิ์คู่หมั้นไงยะ!” พิมลดาตวาดกลับ น้ำตาคลอด้วยความริษยา “ดาไม่เชื่อ! สายข่าวดาบอกว่าเห็นคุณขับรถพาผู้หญิงออกจากโรงพยาบาล... นังดาราตกอับขาหักนั่นใช่ไหม! นังแฟนเก่ากระจอกๆ ของคุณน่ะ!” คำด่านั้นทำเอาโชติบดินทร์สติขาดผึง “ระวังปากหน่อยพิมลดา!” “ทำไม! รับความจริงไม่ได้เหรอ!” พิมลดาหัวเราะเยาะอย่างสะใจ “นังนั่นมันอยู่ที่นี่ใช่ไหม! พาอีตัวข้างถนนมาซ่อนไว้ในเพนท์เฮาส์ราคาเกือบร้อยล้านเนี่ยนะ! โง่หรือบ้าฮะโชติ! ผู้หญิงหิวเงินพรรค์นั้น มันก็หวังแค่จะจับคุณรวยทางลัดนั่นแหละ!” “ผมบอกให้หุบปาก!” โชติบดินทร์ตวาดลั่น เสียงกัมปนาทจนพิมลดาผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เขาขยับเข้าไปประชิดตัว บีบไหล่เธอแน่นจนพิมลดาร้องโอ๊ย “อย่าลามปาม... และอย่าเรียกเธอแบบนั้นอีก” “ทำไมจะเรียกไม่ได้! ก็มันจริงนี่! มันจน มันต่ำต้อย มันไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเลยสักนิด! เทียบกับดา... มันก็แค่เศษขยะ!” “เศษขยะงั้นเหรอ...” โชติบดินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองพิมลดาว่างเปล่าและเหยียดหยามจนถึงที่สุด “คุณฟังผมให้ดีนะพิมลดา... ผู้หญิงที่คุณด่าว่าเศษขยะน่ะ...” เขาโน้มหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูเธอ เสียงเหี้ยมเกรียมเหมือนเพชฌฆาต “เธอมีค่ามากกว่าผู้หญิงจอมปลอมอย่างคุณ... ทั้งชีวิตรวมกันซะอีก” “กรี๊ดดด! คุณโชติ!” “และถ้าคุณกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ... หรือปล่อยข่าวทำลายเธอแม้แต่คำเดียว... ผมสาบาน” เขาเว้นจังหวะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของพิมลดา “ผมจะส่งหลักฐานการฟอกเงินและค้ายาของพ่อคุณ... ถึงมือ DSI ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง... อยากเห็นตระกูลตัวเองล่มจมก็ลองดู” พิมลดาหน้าซีดเผือด อ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป น้ำตาที่ไหลออกมาคราวนี้มาจากความกลัวล้วนๆ “คุณ... คุณรู้...” “ผมรู้ทุกอย่างพิมลดา...รู้แม้กระทั่งคุณเสพยาแถมยังเลี้ยงผู้ชายเดินยาอีกด้วย หึ” โชติบดินทร์เหยียดยิ้มเย็น “ที่ผมเงียบเพราะเห็นแก่มิตรภาพเก่าๆ แต่ถ้าคุณล้ำเส้นเมื่อไหร่... ผมพังกระดานแน่” “กลับไปซะ... แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” เขาผลักเธอออก อย่างรังเกียจราวกับขยะแขยง “กลับไปซะ... สัญญาหมั้นของเราถือว่าโมฆะ รอรับหนังสือจากทนายผมได้เลย” “เชิญ!” เขาผายมือไล่ส่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ลิฟต์โดยไม่หันมามองหญิงสาวที่ยืนร้องไห้โฮอยู่เบื้องหลัง โชติบดินทร์กดปุ่มลิฟต์รัวๆ มือสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัว... กลัวว่าคนที่อยู่ข้างบนจะแตกสลายไปซะก่อน หัวใจเขาเจ็บแปล๊บเมื่อนึกถึงหน้าแก้มใส ป่านนี้เธอคงร้องไห้จนตาบวม... คงคิดว่าเขาทิ้งเธอไปหาพิมลดา “รอพี่ก่อนนะแก้ม... พี่ขอโทษ...” เขาสบถกับตัวเองในลิฟต์ ภาวนาให้ประตูปิดเร็วๆ เพื่อจะได้รีบกลับไปกอดดวงใจของเขา... กลับไปเยียวยาความรู้สึกที่เขาเป็นคนทำพังด้วยมือตัวเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD