ครืด... ครืด... ครืด...
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานมุมห้องดังขึ้นเป็นรอบที่สิบ หน้าจอโชว์หราว่า พิมลดา ลูกสาวเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพล
โชติบดินทร์ปรายตามองมันด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนมองขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามันขึ้นมาแล้วกดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี นิ้วหัวแม่มือกดปุ่มปิดค้างไว้จนหน้าจอดับวูบ
"น่ารำคาญชะมัด..."
เขาพึมพำแล้วโยนมือถือราคาแพงลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี
พิมลดาคือหมากตัวสำคัญในเกมธุรกิจ คือโล่กันกระสุนที่เขาจำใจต้องใช้บังหน้าเพื่อกอบกู้โรงพยาบาลตลอดสี่ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้... วินาทีนี้ที่เขามี ตัวจริงนอนเจ็บอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงคนอื่นก็เป็นได้แค่คลื่นรบกวนที่เขาไม่อยากจะเสวนาด้วยให้รกหู
อีกด้านหนึ่งของเมือง ในคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เพล้ง!
แจกันดอกไม้ใบหรูถูกปาทิ้งลงพื้นแตกกระจาย
พิมลดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนเล็บจิกเคสหนังแทบทะลุ ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ
'หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้...'
"กล้าดียังไงมาปิดเครื่องใส่ดา! อีตาบ้า!"
เธอกรีดร้อง ปาหมอนอิงอัดผนังระบายอารมณ์ สองสามวันมานี้โชติบดินทร์หายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เข้าโรงพยาบาล ไม่กลับบ้าน ไม่รับสาย อ้างแค่ว่าติดเคสผ่าตัดด่วนและขอพักผ่อน แต่สัญชาตญาณผู้หญิงมันร้องเตือนว่า... มีเรื่องไม่ชอบมาพากล
"คิดจะเขี่ยดาทำตัวเหินห่างเหรอโชติ... ฝันไปเถอะ!" พิมลดาคว้ากระเป๋าถือแบรนด์เนมขึ้นมาสะพาย ส่องกระจกเช็กหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธ แววตามาดร้ายฉายชัด
"ดาจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณซุกหัวอยู่ที่ไหน... และซุกนังตัวไหนเอาไว้รึเปล่า คอยดู!"
กลับมาที่เพนท์เฮาส์
โชติบดินทร์ไม่รู้เลยว่าระเบิดเวลากำลังทำงาน และเขาก็ไม่สนด้วย
เขาเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง สายตาคมกริบจดจ้องอยู่เพียงใบหน้าซีดเซียวของแก้มใสที่กำลังนอนกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มหน้าผากเพราะพิษไข้ที่เริ่มกลับมารุมเร้าอีกรอบหลังจากยาหมดฤทธิ์
"อือ... ร้อน..."
แก้มใสครางเครือในลำคอ คิ้วสวยขมวดมุ่นจนแทบผูกกันเป็นปม เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ฝัน... ฝันร้ายที่ผสมปนเปไประหว่างความเจ็บปวดในอดีตกับความหวาดกลัวในปัจจุบัน
"พี่โชติ... คนใจร้าย..."
เสียงละเมอแผ่วเบาทำเอาคนเฝ้าไข้ชะงัก โชติบดินทร์รีบโน้มตัวลงไปใกล้ เอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไว้แน่น
"พี่อยู่นี่แล้ว..." เขากระซิบ "แก้ม ได้ยินพี่มั้ย"
"ฮึก... ไอ้คนใจร้าย... ทำไมต้องทำร้ายกัน..." แก้มใสพร่ำเพ้อทั้งที่ตายังปิดสนิท น้ำตาใสๆ ไหลรินออกมาทางหางตาหยดลงหมอน "ทำไมต้องบังคับ... ฮือ... ทำไมต้องให้มีลูก... แก้มกลัว..."
โชติบดินทร์ใจกระตุกวูบเหมือนโดนบีบหัวใจ คำพูดของเธอตอกย้ำความรู้สึกผิดในใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ว่าสิ่งที่เขาขู่เธอมันโหดร้าย... 'ฝังลูกไว้ในท้อง' งั้นเหรอ บัดซบสิ้นดี
"ไม่เอานะ... ไม่ท้อง..." แก้มใสส่ายหน้าไปมาบนหมอนอย่างทรมาน "ไม่อยากมีลูก... กับคนใจร้าย... ฮือๆ"
ประโยคที่ว่า 'ไม่อยากมีลูกกับคนใจร้าย' บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกจนชาหนึบ หมอหนุ่มเม้มปากแน่น ก้มลงจูบซับน้ำตาที่แก้มให้เธออย่างแผ่วเบา หวังจะปลอบประโลมฝันร้ายนั้นให้จางหาย
แต่แล้ว... ประโยคถัดมาของคนละเมอ กลับทำให้หัวใจที่กำลังห่อเหี่ยวพองโตขึ้นมาจนคับอก
"แต่รัก... ฮึก... ถึงจะใจร้ายแก้มก็รัก"
มือเล็กที่เขากุมไว้บีบมือเขาตอบแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
"รักพี่โชติ... อย่าทิ้งแก้มไปอีกนะ... ฮือ... รักพี่คนเดียว"
โชติบดินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก เขามองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
นี่คือความในใจจริงๆ ของเธอ...
ไม่ใช่การแสดง ไม่ใช่มารยา ไม่ใช่การประชดประชันเหมือนตอนที่ตื่น
ในขณะที่สติหลุดลอยเพราะพิษไข้ จิตใต้สำนึกของเธอก็ยังเลือกที่จะบอกรักเขา... ผู้ชายเฮงซวยที่เพิ่งทำให้เธอเจ็บตัวและขู่จะขังเธอไว้
"โง่จริงๆ..."
เขาด่าตัวเองเสียงสั่น เกลี่ยไรผมที่เปียกชื้นปรกหน้าผากเธอออกอย่างอ่อนโยนที่สุด
"เธอน่ะโง่ที่ยังรักคนเลวๆ อย่างพี่... แต่พี่แม่งโง่กว่าที่เคยคิดจะปล่อยเธอไป"
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเธอ เสียงทุ้มลึกและหนักแน่น
"หลับซะนะคนดี... พี่สัญญา ต่อไปนี้พี่จะเป็นคนใจร้ายให้น้อยลง... แต่จะรักเธอให้มากกว่าเดิม"
โชติบดินทร์ตัดสินใจ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ระวังสุดชีวิตไม่ให้โดนขาข้างที่เจ็บของเธอ ดึงร่างนุ่มนิ่มที่ตัวรุมๆ เพราะพิษไข้เข้ามากอดแนบอก ให้ไออุ่นจากกายเขาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในฝันร้ายของเธอ