6 คำสารภาพในรอยน้ำตา

1448 Words
เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาตีสามสิบห้านาที ความเงียบสงัดเข้ายึดครองห้องพักฟื้นวีไอพีที่เคยเดือดพล่านเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เหลือทิ้งไว้แค่เสียงแอร์หึ่มๆ ที่ดังแข่งกับเสียงจอมอนิเตอร์วัดชีพจร ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... โชติบดินทร์นั่งหมดสภาพอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง สภาพดูไม่จืดจนแทบไม่เหลือเค้าอาจารย์หมอผู้เนี้ยบกริบ เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกพับแขนขึ้นมาลวกๆ จนยับยู่ยี่ กระดุมคอปลดออกสามเม็ดโชว์แผงอกที่ชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ผมเผ้าที่เคยเซตทรงดูดี ตอนนี้กระเซิงไม่เป็นทรงเพราะเจ้าตัวขยี้แล้วขยี้อีกด้วยความเครียด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองร่างเล็กที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงไม่วางตา แก้มใสหลับไปแล้ว... ฤทธิ์ยาแก้ปวดขนานแรงกับยาคลายเครียดที่เขาเป็นคนสั่งฉีดเองกับมือคงทำให้เธอน็อคยาวไปจนถึงเช้า ใบหน้าหวานที่เขาหลงใหลนักหนายังคงซีดเผือดตัดกับหมอนสีขาว คราบน้ำตายังเกรอะกรังอยู่ที่หางตาและข้างแก้ม ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อและช้ำเลือดจากการบดขยี้ที่ไร้ความปรานี... ฝีมือเขาเอง... ฝีมือของคนที่ปากบอกว่ารักเธอนักหนา สายตาของโชติบดินทร์เลื่อนต่ำลงไปยังต้นขาขวาที่มีผ้าห่มคลุมทับไว้แบบหมิ่นเหม่ รอยเลือดสีสดที่เคยซึมเปื้อนผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนใหม่จนสะอาดสะอ้านแล้ว แต่ภาพเลือดที่พุ่งออกมาเมื่อกี้ยังติดตาเขาอยู่ไม่หาย “บ้าชะมัด...” เขาพึมพำด่าตัวเองในความมืด ยกมือหนาขึ้นลูบหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดมันไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาเมื่อตอนหัวค่ำ กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยจนแสบไปหมด “เป็นหมอประสาอะไรวะ...” เขาแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองในลำคอ “มือคู่นี้... มึงฝึกมาเพื่อรักษาชีวิตคนไม่ใช่เหรอไอ้โชติ... มึงเอาไว้ต่อกระดูกคนไข้ไม่ใช่เหรอ... แล้วเมื่อกี้มึงทำเหี้ยอะไรลงไป” เขาเกือบไปแล้ว... เกือบจะทำลายคนที่เขารักที่สุดให้แหลกคามือ เพียงเพราะความหึงหวงหน้ามืดตามัวบ้าบอนั่น ร่างเล็กบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันพร้อมเสียงครางฮือในลำคอ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นมาตามไรผมและลำคอขาวผ่องทั้งที่แอร์เย็นเจี๊ยบ โชติบดินทร์ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที เอื้อมมือไปอังหน้าผากมนอย่างรวดเร็ว “ตัวรุมๆ...” เขาวินิจฉัยกับตัวเองเสียงเครียด ปฏิกิริยาตอบสนองจากการอักเสบของแผลและการบาดเจ็บซ้ำซ้อน ไข้ขึ้นตามคาด ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนนุ่ม เขาบิดผ้าจนหมาด เดินกลับมาหยุดที่ข้างเตียง สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกจากตัวเธออย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับกลัวว่าถ้าทำแรงกว่านี้เธอจะแตกสลายคามือ “ขอโทษนะ...” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา มือหนาที่เคยกระชากเสื้อผ้าเธอเมื่อกี้ คราวนี้ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อคนไข้ของเธอออกทีละเม็ด... ทีละเม็ด... เผยให้เห็นผิวพรรณนวลเนียนที่เขาคุ้นเคย... และโหยหามาตลอดสี่ปี ในตอนนี้... วินาทีนี้ ไม่มีตัณหาราคะเจือปน มีแต่ความห่วงใยที่ล้นอก โชติบดินทร์บรรจงบีบผ้าขนหนูเช็ดไปตามลำคอระหง ซับเหงื่อกาฬที่ผุดซึม ลากผ่านไหปลาร้าสวย ลงมาที่เนินอก และหน้าท้องแบนราบ ทุกสัมผัสแผ่วเบาและทะนุถนอม สวนทางกับการกระทำป่าเถื่อนก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคน แก้มใสยังคงหลับตาพริ้ม แต่สีหน้าดูผ่อนคลายลงเมื่อได้รับสัมผัสที่สบายตัว “ผอมลงรึเปล่าเนี่ย...” เขาบ่นพึมพำกับร่างที่ไร้สติ ขณะเช็ดท่อนแขนเรียวเล็กที่แทบจะหักคามือ “กินข้าวกินปลาบ้างไหม หรือมัวแต่ทำงานงกๆ ให้ไอ้ผู้จัดการหน้าเลือดนั่นโขกสับ... ดูสิ จับไปตรงไหนก็เจอแต่กระดูก” เมื่อเช็ดตัวเสร็จ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อให้เธอจนครบทุกเม็ด จัดท่าทางให้เธอนอนสบายที่สุด ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่เดิม สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่ยอมละไปไหน มือหนาเอื้อมไปจับมือนุ่มนิ่มของเธอมากุมไว้ ยกขึ้นมาแนบแก้มสากของตัวเอง ความเงียบทำให้ความคิดในอดีตไหลย้อนกลับมา... ความทรงจำที่เขาไม่เคยพูดให้ใครฟัง “รู้ไหมแก้ม...” เขาเริ่มพูดกับคนที่หลับใหล หวังระบายความอัดอั้นในใจที่เก็บกดมานานปี “พี่แม่ง... ไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยนะ... ไม่เคยอยากทำร้ายเธอเลยสักนิด” โชติบดินทร์เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด นึกย้อนไปถึงวันที่เขาต้องตัดสินใจทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต... คือการไล่เธอออกไปจากชีวิต ‘เราเลิกกันเถอะแก้ม พี่เบื่อความจนของเธอแล้ว พี่ต้องการคนที่คู่ควร’ คำพูดวันนั้น... มันบาดลึกในใจเขาไม่ต่างจากเธอ เผลอๆ จะเจ็บกว่าด้วยซ้ำ ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังคำพูดส้นตีนพวกนั้น... คือภาพของครอบครัวเขาที่กำลังล้มละลาย พ่อที่อยู่ๆ ก็เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต หนี้สินหลายพันล้านจากการบริหารงานผิดพลาดของบอร์ดบริหารชุดเก่า และกลุ่มมาเฟียเงินกู้นอกระบบที่เริ่มส่งคนมาข่มขู่ถึงหน้าโรงพยาบาล วันนั้น... ถ้าเขายังดึงดันคบกับเธอต่อ ถ้าเขายังเห็นแก่ตัวรั้งเธอไว้ แก้มใสจะต้องโดนลากเข้ามาในวงจรอุบาทว์นี้ พวกมันขู่จะอุ้มเธอ จะเอาเธอไปขัดดอก เขาทำไม่ได้... เขาให้ดวงใจของเขาต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องสกปรกพวกนี้ไม่ได้ “สี่ปีที่ผ่านมา พี่แม่งโคตรทรมาน...” เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย นิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือเธอเบาๆ “ต้องแกล้งหมั้นกับยัยคุณหนูขี้วีนลูกสาวเจ้าสัวนั่นเพื่อพยุงหุ้นโรงพยาบาลไม่ให้เจ๊ง ต้องทำงานเหมือนหมาเพื่อหาเงินมาล้างหนี้ ล้างอิทธิพลมืด กวาดล้างพวกเหลือบไรในบอร์ดบริหาร... เพื่อรอวันนี้” โชติบดินทร์ก้มลงมองหน้าแก้มใสอีกครั้ง สายตาเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้งที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นตอนมีสติ “รอวันที่พี่จะแข็งแกร่งพอ... ที่จะปกป้องเธอได้จริงๆ วันที่พี่จะมีอำนาจล้นฟ้า จนไม่มีหมาตัวไหนกล้ามาแตะต้องเมียพี่ได้อีก” “อือ...” แก้มใสขยับตัว ละเมอเสียงเบาออกมาอย่างน่าสงสาร “เจ็บ... อย่าทำ... พี่โชติ...” ชื่อของเขาที่หลุดออกมาจากปากเธอพร้อมคำว่าอย่าทำ ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “ชู่ว์... ไม่ทำแล้วค่ะ... ไม่ทำแล้ว” โชติบดินทร์รีบโน้มตัวลงไปกอดปลอบ ลูบศีรษะทุยเบาๆ “นอนซะนะคนดี พี่อยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรหนูได้แล้ว... พี่ขอโทษ” เขาเห็นหยดน้ำตาใสๆ ไหลซึมออกมาจากหางตาที่ปิดสนิทของเธอ แม้ในฝันเธอก็ยังคงร้องไห้เพราะเขา ไวเท่าความคิด โชติบดินทร์ก้มลงจูบซับน้ำตานั้นอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากอุ่นแตะลงที่เปลือกตาบวมช้ำ ไล่ลงมาที่แก้ม แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่มุมปากอิ่มที่แตกยับเยิน “เกลียดพี่เถอะ...” เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงพร่าสั่น “เกลียดพี่ให้พอกับที่พี่ทำเลวกับเธอ... แต่อย่าไปจากพี่อีกเลยนะ” “ถ้าพี่ปล่อยเธอไปตอนนี้... พี่คงตายจริงๆ” หมอหนุ่มฟุบหน้าลงกับฝ่ามือเล็กที่เขากุมไว้ ความเหนื่อยล้าสะสมจากการเข้าเวรติดกันสามวันและการต่อสู้กับอารมณ์ตัวเองทำให้หนังตาเริ่มหนักอึ้ง เขาหลับตาลงทั้งที่ยังกุมมือเธอไว้แน่นราวกับเป็นหลักยึดเหนี่ยวเดียวในชีวิต สัญญากับตัวเองในความมืดว่า พรุ่งนี้เช้า... เขาจะกลับมาสวมหน้ากากปีศาจใจร้ายอีกครั้ง เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะขังเธอไว้ข้างกายเขาได้... จนกว่าวันที่เขาจะกล้าพอที่จะบอกความจริงทั้งหมด และขอให้เธออภัย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD