แก้มใสมองหน้าคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ แววตาหลังกรอบแว่นคู่นั้นอ่านยาก เดาทางไม่ได้ แต่กลับดึงดูดให้เธอกลัวจนตัวสั่น ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นเมื่อกี้พังครืนลงต่อหน้าเขา
“ฮึก...”
เสียงสะอื้นหลุดออกมา ไหล่บางสั่นเทา น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักอาบแก้ม เธอเหนื่อย... เหนื่อยเจ็บขา เหนื่อยหนี และเหนื่อยที่สุดคือต้องมาเจอหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
“พอได้ไหม...”
แก้มใสยกมือไหว้ท่วมหัว ศักดิ์ศรีไม่สนแล้ว ตอนนี้ขอแค่ไปให้พ้นจากตรงนี้
“พี่โชติ... ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
เสียงหวานสั่นเครือ แหบพร่าปนสะอื้น
“ทำไมต้องทรมานกันขนาดนี้... ฮึก... สี่ปีที่แล้วคุณทิ้งฉันไปเหมือนขยะ คุณทำให้ฉันตายทั้งเป็น คุณยังไม่พอใจอีกเหรอพี่โชติ...”
เธอช้อนตามองเขาผ่านม่านน้ำตา สายตาตัดพ้อรุนแรง
“ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา... ฮือ... ถึงต้องจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้ ขอร้องล่ะ... ฮึก... เซ็นย้ายโรงพยาบาลให้ฉันเถอะ ถือว่าทำบุญกับหมาข้างถนนสักตัวก็ได้”
ร่างสูงยืนนิ่งฟังคำพรั่งพรู มือหนาที่เคยวางทาบอกเธอค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ สวนทางกับแววตาที่แข็งกร้าว
“ทำบุญกับหมาข้างถนนงั้นเหรอ...”
เขาพึมพำเสียงต่ำ นิ้วโป้งเกลี่ยไล้น้ำตาอุ่นๆ ที่ข้างแก้มเธอช้าๆ
“มองหน้าพี่สิแก้มใส”
“ไม่! ฮือ... ออกไปนะ!” แก้มใสเบือนหน้าหนีสัมผัส “อย่ามาแตะตัวฉัน! คนเลว!”
“พี่บอกให้มอง!”
มือแกร่งล็อกคางเธอไว้แน่น บังคับให้หันกลับมาสบตา เสียงตวาดของเขาไม่ดังมาก แต่กดดันจนแก้มใสตัวสั่น ยอมหยุดดิ้นเหลือเพียงเสียงสะอื้นฮัก
โชติบดินทร์จ้องลึกลงไปในตาคู่สวยที่แดงก่ำ เขาเห็นความเจ็บปวด ความกลัว และ... เยื่อใยบางอย่างที่ยังเหลืออยู่ นั่นทำให้มุมปากเขากระตุกยิ้ม
“ทรมานเหรอ?” เขาถามสวน “การที่พี่รักษาเธอ หาห้องดีที่สุด ยาดีที่สุดให้... เธอเรียกว่าทรมานงั้นเหรอ?”
“มันทรมานที่ใจ! คุณไม่เข้าใจหรือไง!” แก้มใสตอกกลับทั้งน้ำตา “การต้องเห็นหน้าแฟนเก่าที่ทิ้งเราไปอย่างเลือดเย็นทุกวัน มันเจ็บยิ่งกว่าโดนรถชนซะอีก! คนไม่มีหัวใจแบบคุณไม่เข้าใจหรอก!”
“เข้าใจสิ...”
คำตอบสั้นๆ หลุดออกจากปากเขา โชติบดินทร์ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด จนตัวแทบจะเกยขึ้นมาบนเตียง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
“เธอคิดว่าสี่ปีที่ผ่านมา พี่มีความสุขงั้นสิ”
เขากระซิบเสียงพร่า แววตาวูบไหวรุนแรงก่อนจะรีบกลบเกลื่อน
“เห็นพี่สบาย หน้าที่การงานดี... ใช่ มันจริง แต่รู้ไหมทุกครั้งที่พี่เห็นหน้าเธอตามป้ายโฆษณา หรือในทีวี... พี่รู้สึกยังไง”
นิ้วยาวลากไล้จากแก้มลงมาที่ลำคอ แตะชีพจรที่เต้นแรง
“พี่อยากจะกระชากเธอออกมาจากจอ อยากจะขังเธอไว้ไม่ให้ใครเห็น อยากจะหักปีกเธอ... เหมือนกับตอนนี้”
“โรคจิต! คุณมันบ้าไปแล้ว!” แก้มใสด่าสวน ขนลุกซู่กับคำสารภาพบิดเบี้ยวของเขา “ถ้าอยากได้ตัวฉันขนาดนั้น แล้วทิ้งฉันไปทำไม! ทิ้งฉันไปหาผู้หญิงคนนั้นทำไม!”
คำถามนี้เหมือนไปสะกิดต่อมบางอย่าง ดวงตาหลังแว่นวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
“เรื่องอดีตช่างมัน!” เขาตัดบทเสียงแข็ง “ตอนนี้... วินาทีนี้ เธออยู่ตรงนี้ อยู่ในกำมือพี่ ในฐานะคนไข้”
เขาผละมือจากคอ เลื่อนต่ำลงไป... ผ่านเนินอก ลงไปหน้าท้อง และหยุดลงที่ต้นขาข้างขวาเหนือเฝือกหนา
“อ๊ะ! จะทำอะไร!” แก้มใสสะดุ้ง พยายามถดขาหนีแต่หนักเฝือก
“อยู่นิ่งๆ” โชติบดินทร์สั่งเสียงดุ เขาไม่ได้ล่วงเกินเข้าไปในจุดสงวน แต่วางมือบนต้นขาแล้วบีบคลึงเบาๆ มันให้ความรู้สึกคุกคามและวาบหวามอย่างประหลาด
“กระดูกหัก... แผลผ่าตัดยังสด” เขาพูดเรื่องรักษา แต่สายตาโลมเลียไปทั่วตัว “ถ้าขยับมาก หรือดิ้นรนจะหนี แผลอาจจะฉีก เหล็กที่ดามไว้อาจจะเคลื่อน... แล้วรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้น?”
แก้มใสกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ส่ายหน้าช้าๆ
“พี่ก็ต้องผ่าเปิดแผลเธอใหม่... เลาะเนื้อเยื่อ กรีดผิวหนัง ตอกเหล็กเข้าไปใหม่” เขายิ้มเย็น “อยากเจ็บตัวซ้ำสองเหรอแก้มใส?”
“มะ... ไม่...”
“ดี” โชติบดินทร์ขยับหน้าเข้ามาจนหน้าผากชนกัน ลมหายใจเป่ารดหน้า “งั้นก็เป็นเด็กดี... เลิกงอแง เลิกพูดเรื่องย้ายโรงพยาบาล เพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
“แต่ฉันไม่มีเงิน...” แก้มใสเสียงอ่อย “ค่ารักษามัน...”
“จุ๊ๆ” นิ้วชี้เขาแตะปากเธอให้เงียบ “บอกแล้วไงเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา อย่าลืมเรื่องวงเงินประกันสิ หรือถ้ากังวลมากนัก งั้นมาทำข้อตกลงกัน”
แก้มใสขมวดคิ้วทั้งน้ำตา “ข้อตกลง... อะไร?”
โชติบดินทร์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปลดกระดุมเสื้อกาวน์เม็ดบนออกนิดหน่อยท่าทางสบายๆ
“ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ค่าห้องวีไอพี ค่าผ่าตัด... พี่จะออกให้เองทุกบาททุกสตางค์”
“ฉันไม่ต้องการความสงสาร!”
“ไม่ใช่ความสงสาร... แต่เป็นการจ้าง” เขาเน้นคำ
“จ้าง?”
“ใช่... แลกกับการที่เธอต้องเป็นคนไข้ส่วนตัวของพี่ ให้พี่ดูแลรักษาเป็นเคสพิเศษและ...” เขาเว้นจังหวะ กวาดตามองเธออย่างมีความหมาย “ทำตามคำสั่งพี่ทุกอย่าง จนกว่ากระดูกจะติด”
“หมายความว่ายังไง... ทำตามคำสั่ง?”
“ก็หมายความว่า... ไม่ดื้อ ไม่หนี กินข้าวให้หมด กินยาให้ตรงเวลา และเปิดประตูต้อนรับพี่... ทุกครั้งที่พี่มาตรวจ ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนก็ตาม”
แก้มใสหน้าแดงซ่าน เข้าใจความนัยแอบแฝงทันที “คุณจะบ้าเหรอ! นี่โรงพยาบาลนะ จะมาทำอะไรบ้าๆ บอๆ ได้ยังไง!”
“พี่เป็นเจ้าของที่นี่ กฎของพี่คือที่สุด” โชติบดินทร์ยักไหล่ “ว่าไง... แฟร์ๆ หนี้ก้อนโตแลกกับการเป็นเด็กดีของหมอ หรือจะดันทุรังไปนอนโรงบาลรัฐ รอคิวผ่าตัด ดมกลิ่นคนไข้รวม เลือกเอา”
“คนฉวยโอกาส...” เธอเค้นเสียงด่า
“ขอบคุณที่ชม” โชติบดินทร์รับคำหน้าตาย “สรุปว่าตกลงนะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกเพื่อนสาวเธอให้กลับไปได้แล้ว บอกว่าเธอโอเคแล้ว ยินดีรักษาตัวที่นี่ต่อ”
“เดี๋ยว! ฉันยังไม่ได้...”
“อ้อ... ลืมบอกไป” เขาหมุนตัวกลับมาที่หน้าประตู “คืนนี้พี่เข้าเวรดึก... เดี๋ยวตอนตีสามพี่จะเข้ามาดูแผลอีกรอบ... อย่าเพิ่งรีบหลับล่ะ”
สายตาคมกริบไล่มองเธอหัวจรดเท้า พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้แก้มใสรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้า
“เพราะการตรวจรอบดึก... มันต้องใช้ความละเอียดเป็นพิเศษ”
ปัง!
ประตูห้องปิดลงพร้อมเสียงล็อก
แก้มใสนั่งนิ่งบนเตียง ร่างกายอ่อนยวบยาบ น้ำตาที่เพิ่งแห้งเริ่มรื้นขึ้นมาอีก
เธอหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ... ไม่สิ หนีรถชนมาเจอราชสีห์หิวโซต่างหาก
เสียงฝีเท้าคิตตี้ที่เดินเข้ามาในห้องหลังจากนั้นไม่ได้เข้าหูเธอเลย ในหัวแก้มใสมีแต่หน้าหล่อๆ ที่เต็มไปด้วยอำนาจ และสัมผัสร้อนผ่าวที่ต้นขาขวาที่ยังติดตรึงอยู่
โชติบดินทร์... ผู้ชายคนนี้อันตรายยิ่งกว่าไวรัสซะอีก