เอี๊ยดดดด! โครมมม!!
เสียงล้อรถบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยแรงกระแทกรุนแรงที่กวาดเอาร่างของแก้มใสลอยกระเด็นไปไกล ร่างเล็กร่วงกระแทกพื้นคอนกรีตเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างเหมือนโดนไฟช็อต โดยเฉพาะที่ขาขวา... มันเจ็บจนชาหนึบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความปวดร้าวทรมานแทบขาดใจ
กลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้งในปาก ภาพสุดท้ายที่เห็นคือท้องฟ้าสีหม่นที่หมุนคว้างและเสียงคนตะโกนโหวกเหวกที่วิ่งเข้ามามุงดู สติของหญิงสาววูบดับลงพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าครอบงำ
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ...
เสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งๆ ผสมกับเสียงชีพจรของตัวเองที่เต้นตุบๆ อยู่ในหู คือสิ่งแรกที่แก้มใสรับรู้เมื่อสติค่อยๆ กลับคืนมา
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น แสงไฟนีออนสีขาวบนเพดานสาดลงมาจนต้องหยีตา ปรับโฟกัสอยู่ครู่หนึ่งถึงรู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ สภาพห้องกว้างขวางและเงียบกริบขนาดนี้... นี่มันห้องพักฟื้นวีไอพีชัดๆ
ความรู้สึกเจ็บร้าวแล่นพล่านขึ้นมาจากขาข้างขวา แก้มใสสูดปากเบาๆ พยายามจะขยับตัว แต่ความหนักอึ้งที่ท่อนขาทำให้ขยับไม่ได้ดั่งใจ พอก้มลงมองก็เห็นขาข้างนั้นถูกดามเฝือกหนาเตอะและถูกยกสูงขึ้นด้วยอุปกรณ์พยุง
“ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่าขนลุกดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
แก้มใสสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองที่โซฟาญาติ ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวยาวคลุมเข่ากำลังนั่งไขว่ห้างอ่านชาร์ตคนไข้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายใต้กรอบแว่นสายตานั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... เย็นชา เรียบเฉย และดูทรงอำนาจ
โชติบดินทร์... หรือ พี่โชติ
หัวใจของแก้มใสกระตุกวูบ ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นความโกรธแค้นที่ถูกขุดขึ้นมา ภาพวันที่เขาบอกเลิกเธออย่างเลือดเย็นเมื่อสี่ปีก่อนซ้อนทับเข้ามาในหัวทันที
“พี่... คุณมาทำอะไรที่นี่” เธอถามเสียงแหบพร่า คอแห้งผากไปหมด
โชติบดินทร์ปิดแฟ้มชาร์ตลง วางมันไว้ข้างตัวก่อนจะลุกเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาประชิดเตียงช้าๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่เธอจำได้แม่นลอยมาแตะจมูก ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ
“ถามแปลก ผมเป็นหมอออร์โธปิดิกส์ ก็ต้องมาดูคนไข้สิ” เขาตอบเสียงเรียบ แววตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวของเธอ “กระดูกหน้าแข้งหักสองท่อน ต้องผ่าตัดดามเหล็ก แต่โชคดีที่ไม่มีเลือดคั่ง... สมองเธอยังปกติดีใช่ไหม?”
คำถามท้ายประโยคฟังดูเหมือนห่วง แต่แก้มใสรู้ดีว่ามันคือการด่าทางอ้อม
“ฉันหมายถึง... ทำไมต้องเป็นคุณ!” แก้มใสเถียงเสียงแข็ง พยายามดันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียงแม้จะระบมไปทั้งตัว “โรงพยาบาลเอกชนเกรดเอนี้มีหมอกระดูกเป็นร้อยคนหรือไง”
“แต่เวรฉุกเฉินเมื่อกี้มันเป็นของผม”
โชติบดินทร์สวนกลับทันควัน มุมปากกระตุกยิ้มเหยียดที่ดูแล้วน่าโมโห เขาขยับเข้ามาจนชิดขอบเตียง วางมือหนาลงบนราวกันตก ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาประสานกันพอดี
“แล้วอีกอย่าง เคสหนักขนาดนี้ คิดว่าผมจะปล่อยให้พวกแพทย์เวรคนอื่นมารักษาหรือไง ขาสวยๆ นี่...” สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงไปมองที่ขาข้างที่เข้าเฝือกของเธออย่างจาบจ้วง ไล่ขึ้นมาตามเรียวขาขาวผ่องที่โผล่พ้นชุดคนไข้ ก่อนจะวนกลับมาสบตา “ถ้าดามเหล็กไม่ดี เดินกะเผลกไปตลอดชีวิต คงเสียของแย่... เวลาพาดบ่าคงไม่สวยเหมือนเดิม”
“หยาบคาย!” แก้มใสหน้าแดงก่ำ แว้ดใส่เขาเสียงดัง “อย่ามาพูดทุเรศๆ กับฉันนะ ฉันไม่สนว่าคุณจะเก่งมาจากไหน ฉันขอเปลี่ยนหมอ! ไปเรียกพยาบาลมาเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนเฮงซวยแบบคุณ... ออกไป!”
เธอตวาดใส่เขาอย่างสุดกลั้น น้ำตาแห่งความเจ็บใจเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า สี่ปีที่ผ่านมาเธอพยายามลืมผู้ชายคนนี้แทบตาย แต่พอมาเจอกันในสภาพที่เธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้ เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนเรื่องที่เขาทิ้งเธอไปอย่างเลือดเย็นเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ
โชติบดินทร์ไม่สะทกสะท้านกับเสียงไล่ เขาถอนหายใจพรืดเบาๆ เหมือนกำลังรำคาญเด็กงอแง ก่อนจะยื่นมือนั่นพุ่งเข้ามา...
หมับ!
เขาคว้าเข้าที่ปลายคางมน บีบเบาๆ แต่แรงพอที่จะบังคับให้เธอเงยหน้าสู้ตาเขา ไม่สามารถหันหนีไปไหนได้
“อื้อ! ปล่อยนะ เจ็บ!”
“เลิกงี่เง่าได้แล้วแก้มใส” น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนน่ากลัว เปลี่ยนจากหมอมาดนิ่งเป็นผู้ชายจอมเผด็จการคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก “ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แล้วตอนนี้เธอก็ไม่ใช่แฟนฉัน... เป็นแค่คนไข้ อย่าสำคัญตัวผิดว่าฉันอยากจะมารักษาเธอนักหนาถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่”
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดซ้ำลงกลางแผลเก่า แก้มใสกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด สะบัดหน้าสุดแรงจนหลุดจากมือเขา
“งั้นก็ส่งเคสฉันให้หมอคนอื่นสิ! หน้าที่บ้าบออะไร ฉันไม่ต้องการความเมตตาจากคุณ!”
“เสียใจด้วยนะ...” โชติบดินทร์ล้วงมือกลับเข้ากระเป๋า ยืนเต็มความสูงมองเธอราวกับราชสีห์มองลูกกวางที่ขาหัก “ผมเซ็นรับเคสคุณไปแล้ว และที่สำคัญ... ผมไม่อนุญาตให้เปลี่ยน”
“คุณไม่มีสิทธิ์!”
“มีสิ ผมเป็นเจ้าของไข้คุณ และเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้” เขาตอบเสียงเรียบ แววตาหลังกรอบแว่นวูบไหวด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก ก่อนจะโน้มตัวลงมาอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากแก้มเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวแก้มจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แก้มใสจะขยับหนีแต่ความเจ็บที่ขาตรึงร่างเธอไว้กับเตียง ได้แต่เบิกตากว้างมองเขาที่รุกไล่เข้ามาในระยะอันตราย
“เหตุผลปัญญาอ่อนประเภทเกลียดขี้หน้าแฟนเก่ามันใช้เปลี่ยนหมอไม่ได้หรอกนะแก้มใส” เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหูเล็ก “ทางเลือกเดียวของคุณคือนอนอ้าขา... ให้ผมรักษาดีๆ”
“!!!”
“ไม่ต้องทำหน้าตื่น ผมหมายถึงเปิดแผลให้หมอตรวจ” โชติบดินทร์ยักไหล่ ยืดตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ “เดี๋ยวพยาบาลจะเข้ามาเช็ดตัว เตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าผมจะมาดูแผล... ทุกซอกทุกมุม”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แก้มใสนั่งหอบหายใจแรงด้วยความคับแค้นใจอยู่บนเตียงคนเดียว ความรู้สึกเจ็บที่ขาเทียบไม่ได้เลยกับความปั่นป่วนในอก
เธอรู้ดีว่าสายตาแบบนั้นของโชติบดินทร์มันหมายความว่ายังไง...
มันคือสายตาของผู้ล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ และเหยื่อรายนั้นก็ดันหนีไปไหนไม่ได้เสียด้วย
หมอกระดูกบ้ากาม... เขาต้องจงใจแกล้งเธอแน่ๆ!