5 ปีศาจในชุดกาวน์

1778 Words
อารมณ์ดิบเถื่อนที่ปะทุขึ้นมาทำให้บรรยากาศในห้องพักฟื้นร้อนระอุจนแทบจะไหม้ โชติบดินทร์ไม่เหลือคราบคุณหมอมาดนิ่งผู้สุขุมอีกต่อไป วินาทีนี้เขาเป็นเหมือนพายุบ้าคลั่งที่โหมกระหน่ำใส่ร่างเล็กที่นอนไร้ทางสู้อยู่บนเตียง “ฮึก... ปล่อยนะ! คนเลว! พี่โชติหยุดเดี๋ยวนี้! แก้มเจ็บ!” แก้มใสกรีดร้องเสียงหลง พยายามสะบัดหน้าหนีริมฝีปากร้อนผ่าวที่ซุกไซ้ลงมาตามซอกคอและเนินอกอย่างหยาบคายและจาบจ้วง มือเล็กกำหมัดทุบลงบนไหล่กว้างและแผ่นหลังของเขาอย่างไม่ยั้งแรง แต่ดูเหมือนมันจะไม่ระคายผิวเขาเลยสักนิด “หยุดเหรอ...” โชติบดินทร์เงยหน้าขึ้นมาจ้องตาเธอ ดวงตาแดงก่ำด้วยแรงหึงหวงและแรงปรารถนาที่ตีกันมั่วไปหมด “หยุดให้เธอกลับไปหามันน่ะเหรอ ฝันกลางวันอยู่รึไง!” “ฉันไม่ได้จะไปหาใครทั้งนั้น! โอ๊ย... เจ็บ... พี่โชติ เอามือออกไป!” เธอร้องลั่นเมื่อมือหนาบีบขย้ำหน้าอกผ่านชุดคนไข้เนื้อบางอย่างแรงจนเจ็บร้าวไปถึงข้างใน ความเจ็บปวดผสมกับความหวาดกลัวทำให้สติของแก้มใสเริ่มแตกกระเจิง เธอไม่ยอมให้มันจบแบบนี้ ไม่ยอมให้เขาข่มเหงเธอทั้งที่ร่างกายเธอยังพังยับเยินแบบนี้ “ออกไป! ออกไปให้พ้นหน้าฉัน! ฮึ่ก... ไอ้คนชั่ว!” แก้มใสใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นรนสุดชีวิต เธอรวบรวมแรงทั้งหมดถีบขาข้างซ้ายที่ยังดีอยู่ใส่หน้าท้องของเขาเต็มแรง และพยายามพลิกตัวหนีโดยลืมความเจ็บปวดที่ขาขวาไปชั่วขณะ และนั่น... คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ เคร้ง! กึก! เสียงโลหะของเสาน้ำเกลือและขวดเดรนเลือดกระแทกกันดังสนั่น ตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แล่นปราดขึ้นมาจากแผลผ่าตัดเหมือนมีใครเอามีดมากรีดซ้ำรอยเดิม “โอ๊ยยยยย!” เสียงหวีดร้องของแก้มใสดังลั่นห้อง ร่างกายเกร็งกระตุกงอตัวเข้าหากันด้วยความทรมานแสนสาหัส น้ำตาไหลพรากออกมาทันที โชติบดินทร์ชะงักกึก สัญชาตญาณความเป็นแพทย์ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดที่ผิดปกตินั้น เขาผละออกจากร่างบาง ก้มลงมองที่ต้นขาของเธออย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นทำให้ดวงตาคมใต้กรอบแว่นเบิกกว้าง “ชิบหายแล้ว!” สายระบายเลือดที่ต่อออกมาจากแผลผ่าตัดเพื่อระบายเลือดเสีย หลุดกระชากออกมาจากจุดเดิมจนห้อยต่องแต่ง ขวดสุญญากาศที่ห้อยอยู่ข้างเตียงแกว่งไปมา เลือดสีแดงสดเริ่มซึมทะลักออกมาจากผ้าก๊อซสีขาวที่พันรอบแผลอย่างรวดเร็ว ราวกับดอกกุหลาบสีเลือดที่กำลังเบ่งบานบนกองหิมะ “บ้าเอ๊ย! แก้มใส! อยู่นิ่งๆ!” โชติบดินทร์สบถลั่น ลืมความหึงหวงและความต้องการทางเพศเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เขากระโจนไปกดปุ่มฉุกเฉินหัวเตียงรัวๆ ก่อนจะหันกลับมาประคองร่างที่นอนตัวงอด้วยความเจ็บปวด “เจ็บ... ฮือ... พี่โชติ... เจ็บขา... เลือด...” แก้มใสหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้ม สายตาพร่ามัวมองเลือดที่ไหลซึมออกมาเปื้อนผ้าปูที่นอนด้วยความหวาดกลัว “เลือดไหลไม่หยุดเลย... ช่วยด้วย...” “รู้แล้ว! อย่ามอง! บอกว่าอย่ามองไง!” โชติบดินทร์เอื้อมมือไปปิดตาเธอไว้ข้างหนึ่ง อีกมือรีบกดห้ามเลือดเหนือแผลผ่าตัดอย่างชำนาญ แรงกดที่มั่นคงทำให้เลือดไหลช้าลง แต่เสียงของเขายังคงตวาดสั่งเพื่อเรียกสติ “หายใจเข้าลึกๆ! หายใจเข้า! อย่าเกร็ง ขาเธอกำลังแย่ อย่าขยับเด็ดขาด!” ปัง! ประตูห้องเปิดผัวะ พยาบาลชุดเดิมที่เพิ่งโดนไล่ออกไปวิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาพร้อมรถเข็นฉุกเฉิน “อาจารย์หมอ! เกิดอะไรขึ้นคะ เสียงร้อง...” “เตรียมเซ็ตทำแผล ดึงยาแก้ปวดเข้าเส้นเดี๋ยวนี้! สายเดรนหลุด แผลน่าจะฉีก!” โชติบดินทร์สั่งงานรัวเร็ว เสียงเฉียบขาดทรงอำนาจแบบอาจารย์แพทย์กลับมาอีกครั้ง “ขอยาชากับไหมเย็บด้วย เร็วเข้า! มัวยืนบื้ออะไรอยู่!” “ค่ะ! รับทราบค่ะ!” พยาบาลรีบวิ่งวุ่นทำตามคำสั่ง มือไม้สั่นด้วยความตกใจกับภาพเลือดที่นองเตียง แก้มใสนอนหอบหายใจรวยริน ความเจ็บปวดที่แผลมันรุนแรงจนตาพร่ามัว เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้า แต่สิ่งที่ชัดเจนในคลองจักษุคือใบหน้าของโชติบดินทร์ที่อยู่เหนือร่างเธอ... ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายที่ขมับ คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบเป็นปม สายตาจับจ้องอยู่ที่แผลของเธออย่างเคร่งเครียด ไม่มีแววตาหื่นกระหายเมื่อครู่อีกแล้ว มีแต่แววตาของหมอที่กำลังยื้อแย่งคนไข้จากความเจ็บปวด เขากำลังช่วยเธอ... มือที่เคยบีบขย้ำด้วยความหยาบคายเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังกดแผลห้ามเลือดให้อย่างมั่นคงและทะนุถนอมที่สุด “อดทนหน่อยแก้ม... หมอกำลังฉีดยา...” เขาพูดเสียงเครียด มือข้างที่ว่างลูบหัวเธอปลอบโยน “เจ็บนิดเดียวนะ” ผ่านไปพักใหญ่ที่ดูเหมือนยาวนานการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็เสร็จสิ้น เลือดหยุดไหลแล้ว พยาบาลฉีดยาแก้ปวดให้จนแก้มใสเริ่มรู้สึกมึนงง อาการปวดทุเลาลงเหลือเพียงความตุบๆ หนักๆ ที่แผล โชติบดินทร์ถอดถุงมือเปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะอย่างแรง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปสั่งงานพยาบาลเสียงเรียบแต่ยังคงความดุดัน “วัดความดันทุกสิบห้านาที ถ้าชีพจรยังเต้นเร็ว ให้รายงานผมทันที... แล้วก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย เสร็จแล้วออกไปได้ ห้ามใครเข้ามาจนกว่าผมจะเรียก” “ค่ะอาจารย์” เมื่อพยาบาลจัดการทุกอย่างเสร็จและออกไปจนหมด ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความตึงเครียดที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า แก้มใสนอนตะแคงหน้าหนีเขา น้ำตายังไหลรินเงียบๆ เธอรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน ทั้งเจ็บตัว ทั้งเกือบจะเสียตัว แถมยังต้องมานอนให้เขาทำแผลให้อีก “สะใจรึยัง...” เธอถามเสียงเบาหวิว ทำลายความเงียบขึ้นมา โชติบดินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สะดุ้งเล็กน้อย เขามองดูผลงานความรุนแรงของตัวเองด้วยสายตาที่อ่านยาก เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าอย่างหงุดหงิดตัวเอง ก่อนจะเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง “เจ็บมากไหม” เขาถามเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก มือหนาเอื้อมไปแตะที่ข้อเท้าข้างดีของเธอเบาๆ “ถามทำไม...” แก้มใสสะบัดเสียง “หรือถ้าบอกว่าไม่เจ็บ จะทำต่อให้จบเหรอ จะข่มขืนต่อให้เสร็จไหมล่ะ” โชติบดินทร์เม้มปากแน่น สันกรามปูนโปนขึ้นมาจากการขบกราม เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น แก้มใสพยายามชักมือหนีแต่เขาไม่ยอมปล่อย บีบมือเธอไว้หลวมๆ แต่หนักแน่น “ขอโทษ...” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากคนปากแข็งอย่างยากลำบาก “ฉัน... ขาดสติไปหน่อย” “ไปหน่อยเหรอ?” แก้มใสหันขวับมามองตาขวาง น้ำตานองหน้า “คุณเกือบจะข่มขืนฉันนะ! คุณทำให้แผลฉันฉีก! เลือดไหลขนาดนั้นคุณยังบอกว่าขาดสติไปหน่อยเหรอ! นี่คือจรรยาบรรณหมอเหรอพี่โชติ! หรือมันตายไปพร้อมกับความรักของคุณแล้ว!” “ก็เพราะเธอนั่นแหละ!” เขาเถียงกลับเสียงแข็งขึ้นมาบ้าง ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ “ใครใช้ให้เธอไปออเซาะกับไอ้หน้าจืดนั่นต่อหน้าฉัน ใครใช้ให้เธอยั่วโมโหฉันด้วยการปกป้องมัน!” “ฉันไม่ได้ยั่ว! ฉันเจ็บอยู่ คุณต่างหากที่บ้า!” แก้มใสตะคอกกลับ “พี่กะชาเขาเป็นแค่พี่ชาย เขามาเยี่ยมตามประสาคนรู้จัก แต่คุณ... คุณมันเอาความคิดสกปรกของตัวเองมาตัดสินคนอื่น!” “เออ! ฉันบ้า!” โชติบดินทร์ยอมรับดื้อๆ ตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ “ฉันบ้าเพราะเธอไง! บ้าตั้งแต่สี่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้... ยิ่งเห็นเธออยู่กับมัน ฉันยิ่งบ้า! พอใจรึยัง!” แก้มใสชะงักกึกกับคำสารภาพกลายๆ นั้น หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกเบรกด้วยความสับสน โชติบดินทร์เห็นเธอเงียบไป เขาก้มลงมองมือเธอที่อยู่ในมือเขา นิ้วหัวแม่มือลูบหลังมือเธอเบาๆ สัมผัสที่เปลี่ยนจากความหยาบโลนเป็นความอ่อนโยนทำเอาแก้มใสตั้งตัวไม่ถูก “แผลฉีก... พี่เย็บซ่อมให้แล้ว สายเดรนหลุดแต่โชคดีที่เลือดคั่งออกมาหมดแล้วเลยไม่ต้องใส่ใหม่” เขารายงานอาการเหมือนบ่นพึมพำกับตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก “แต่มันจะระบมมากคืนนี้... แล้วก็อาจจะมีไข้ต่ำๆ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง แววตาเปลี่ยนเป็นดุเข้มคาดโทษแบบเดิม แต่แฝงความห่วงใยลึกๆ “อย่าคิดว่าเจ็บตัวแล้วจะรอดตัวนะแก้มใส” “คุณยังจะ...” “ฉันจะไม่ทำอะไรเธอวันนี้” เขาพูดตัดบท ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากเธอ “แต่จำใส่สมองไว้เลยนะ... นี่คือบทลงโทษ ของการที่เธอกล้าพาผู้ชายอื่นเข้ามาเหยียบในถิ่นของฉัน ต่อหน้าต่อตาฉัน” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ จูบซับน้ำตาที่หางตาเธอแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลที่ขัดกับคำพูดร้ายกาจราวกับฟ้ากับเหว “รักษาตัวให้หายเร็วๆ กินยา นอนพัก... ห้ามดิ้น ห้ามหนี ห้ามเรียกใครมาอีก ไม่งั้นครั้งหน้า... เตียงอาจจะหักก่อนขาเธอหาย” “ถ้าฉันหายดีเมื่อไหร่... ฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกแน่” แก้มใสกัดฟันพูดจิกตามองเขา โชติบดินทร์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ใจคนมองสั่นไหว “เอาสิ... ฉันจะรอให้เธอมาคิดบัญชีบนเตียงฉัน” เขาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย “นอนซะ ฤทธิ์ยาแก้ปวดจะทำให้เธอง่วง... ตื่นมาจะได้ไม่เจ็บ” “คนเผด็จการ... คนบ้าอำนาจ...” “เก็บแรงไว้ด่าฉันตอนหายดีเถอะ” โชติบดินทร์ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธอจนถึงคอ สายตาคมกริบมองใบหน้าที่เริ่มสะลึมสะลือตาปรือเพราะฤทธิ์ยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวงแหน ทั้งโกรธเคือง และ... รักสุดหัวใจ “ฝันดีนะ... ยัยตัวแสบของพี่” เขากระซิบคำสุดท้ายที่ข้างหู ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD