เสียงลมหายใจหอบกระเส่าประสานไปกับเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำอยู่ภายนอก แต่พายุฝนฟ้าคะนองข้างนอกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับพายุสวาทที่กำลังโหมซัดสาดอยู่บนเตียงกว้างภายในเพนต์เฮาส์หรู
“อึก อื้อ... พี่โชติ... ช้า... ช้าๆ หน่อย...”
แก้มใสครางเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นดันหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของโชติบดินทร์เอาไว้ พยายามชะลอจังหวะรักที่ดุดันของเขา ใบหน้าสวยบิดเบ้ด้วยความเสียวซ่านระคนจุกเสียด ช่องทางแคบที่ไม่ได้ผ่านมือชายมานานนับสี่ปีบีบรัดตัวตนอันเขื่องของเขาแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“แน่น... แน่นฉิบหายเลยแก้ม...”
โชติบดินทร์สบถเสียงพร่า ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดโป้งหยดลงมาจากปลายคางกระทบเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว เขาพยายามจะขยับสะโพกสาวความเสียวซ่าน แต่ผนังเนื้อนุ่มหยุ่นภายในกายเธอมันตอดรัดเขาถี่รัวราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว จนเขาขยับได้ยากลำบาก
“ทำไมมันฟิตขนาดนี้ฮึ... อย่างกับเด็กสาวบริสุทธิ์” เขาถามเสียงกระเส่า ก้มลงมองจุดเชื่อมต่อที่แนบสนิท แท่งเนื้อร้อนผ่าวของเขาผลุบหายเข้าไปในโพรงเนื้อสีสดที่ฉ่ำเยิ้ม
แก้มใสหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวไปทั้งตัว เธอปรือตามองเขาด้วยแววตาฉ่ำน้ำ ก่อนจะสารภาพความจริงที่เก็บซ่อนไว้ออกมาเสียงแผ่ว
“ก็แก้ม... อ๊ะ... แก้มไม่ได้นอนกับใครเลยนะ... ตั้งแต่เลิกกับพี่... อื้อ...”
คำสารภาพนั้นทำเอาโชติบดินทร์ชะงักกึก เขาหยุดขยับสะโพกทันที ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ว่าไงนะ... สี่ปีที่ผ่านมา...”
“ไม่มี... ไม่มีใครทั้งนั้น... อึก... มีแค่พี่...” แก้มใสสะอื้นฮัก ความจริงใจฉายชัดในแววตา “เพราะงั้น... มันเลยเจ็บนิดหน่อย... พี่โชติถนอมแก้มหน่อยนะคะ...”
ความรู้สึกบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาในอกของหมอหนุ่ม มันไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่เป็นความปิติยินดีที่ท่วมท้นจนแทบล้นทะลัก ความหึงหวงที่กัดกินใจเขามาตลอดสี่ปีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรักและความหวงแหนที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า
เธอเป็นของเขา... เป็นของเขาคนเดียวมาตลอด
“เด็กดี...” โชติบดินทร์ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่อ่อนโยนและเจ้าเล่ห์ในเวลาเดียวกัน “โธ่เว้ย... รู้ไหมว่าพูดแบบนี้แล้วพี่จะยิ่งคลั่งตาย”
“อ๊ะ พี่โชติ!”
แทนที่จะผ่อนแรงตามคำขอ เขากลับกดสะโพกกระแทกสวนเข้าไปลึกจนสุดโคนเพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของ
“อ๊าส์! จุก... พี่โชติ... ลึกไป... ฮือ...”
“เจ็บนิดเดียวนะคนดี... เดี๋ยวก็เสียวแล้ว” เขาปลอบประโลมด้วยเสียงแหบพร่า โน้มตัวลงไปจูบซับเหงื่อที่ขมับชื้น “พี่จะทำให้เธอมีความสุข... จนลืมเจ็บไปเลย”
โชติบดินทร์เริ่มขยับกายอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนจังหวะ... เขาถอนแก่นกายใหญ่ออกมาช้าๆ จนเกือบหลุดจากปากทางรัก ให้กลีบกุหลาบงามได้หุบตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะ...
สวบ
“อ๊ายยยย! เสียว... พี่โชติขา...”
เขากระแทกสวนกลับเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม เน้นย้ำจุดเสียวภายในที่เขาจำได้แม่นว่าเธอชอบให้ทำแบบนี้
“จำได้ไหม... ว่าชอบแบบนี้” เขากระซิบถามชิดริมฝีปาก บดเบียดสะโพกบดคลึงจุดเสียวซ่านนั้นเน้นๆ
“จำ... อื้อ... จำได้... อึก... เสียวท้องน้อยไปหมดแล้ว...” แก้มใสครางกระเส่า มือจิกผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ขาข้างซ้ายที่พาดอยู่บนบ่าแกร่งเกร็งกระตุกทุกครั้งที่เขาตอกอัดเข้ามา
“อืม... ตอดพี่แรงชะมัด... แก้มใส... อ่า...”
โชติบดินทร์คำรามในลำคอ เขาเริ่มจับจังหวะได้ถนัดถนี่ เขาดึงแท่งเนื้อร้อนออกมาช้าๆ... ช้าจนแก้มใสใจจะขาด เฝ้ารอให้เขากลับเข้ามาเติมเต็ม
“พี่โชติ... อย่าแกล้ง... เอาเข้ามา...”
“ใจร้อนจังนะ” เขายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะสวนสะโพกสอบดันความเป็นชายเข้าไป
ปึก! ปึก! ปึก!
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะหนักหน่วงและเร่าร้อน น้ำหวานใสไหลเยิ้มออกมาหล่อลื่นจนเกิดเสียงเฉาะแฉะน่าอาย
“อ๊ะ... อ๊ะ... พี่โชติ... ตรงนั้น... ตรงนั้นน่ะ... อร๊ายยย” แก้มใสเชิดหน้าขึ้น ร้องครางอย่างสุขสมเมื่อเขาจงใจกระแทกย้ำจุดกระสันซ้ำๆ จนสมองเธอขาวโพลน
“ตรงนี้เหรอ... หือ ชอบไหม?”
“ชอบ... อื้อ... ชอบที่สุด... แรงอีก... พี่โชติขา... แรงอีกนิดนะค้ะ...”
เธอร้องขออย่างลืมตัว ความเจ็บปวดที่แผลหรือความเจ็บจากการสอดใส่หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง สัมผัสของคนรักที่เธอลืมไม่ได้กำลังเติมเต็มร่องรอยความว่างเปล่าในใจตลอดสี่ปีให้เต็มตื้น
โชติบดินทร์มองภาพหญิงสาวใต้ร่างด้วยความหลงใหล ผมยาวสยายแผ่เต็มหมอน ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากบวมเจ่อที่เผยอครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก หน้าอกคู่สวยกระเพื่อมไหวล่อตาล่อใจ
ทนไม่ไหวแล้ว...
เขาปล่อยขาข้างซ้ายของเธอลง ให้เกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาแทน แล้วโน้มตัวลงไปดูดดึงยอดอกสีหวานอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนตวัดเลียรัวเร็วสลับกับแรงกระแทกช่วงล่างที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
“จ๊วบ... จ๊วบ...”
เสียงดูดดึงผสมกับเสียงครางระงมดังลั่นห้อง
“กรี๊ดดด... พี่โชติ... แก้มไม่ไหว... จะเสร็จ... อ๊า! จะเสร็จแล้ว!” แก้มใสกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายเกร็งกระตุกบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนึบ
“พร้อมกันนะแก้ม... ไปพร้อมกับพี่...”
โชติบดินทร์เร่งจังหวะเฮือกสุดท้าย เขาโหมกระหน่ำสะโพกใส่เธออย่างบ้าคลั่ง รัวเร็วและหนักหน่วงจนเตียงสั่นสะเทือน ทุกการกระแทกส่งความรู้สึกรักและหวงแหนเข้าไปในตัวเธอ
“อึก... ซี๊ดดด... แก้มใส... เมียพี่...”
“อ๊ายยยยยยยย!”
แก้มใสหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสุขสมแตกซ่านแผ่ขยายไปทั่วทุกอณูขุมขน ภายในช่องทางรักตอดรัดรีดเค้นเอาน้ำรักจากกายออกมาทุกหยาดหยด
โชติบดินทร์คำรามลั่น กดสะโพกแช่นิ่ง ปลดปล่อยสายธารอุ่นจัดฉีดพ่นเข้าไปในกายเธอจนล้นทะลัก ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยของหญิงสาว
ทั้งคู่นอนหอบหายใจรุนแรง กอดก่ายกันแนบแน่น เสียงหัวใจเต้นโครมครามประสานเป็นเสียงเดียวกัน
โชติบดินทร์ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายเธอเข้าปอดลึกๆ เพื่อเติมพลัง เขาค่อยๆ พลิกตัวลงมานอนตะแคงข้างๆ มือหนาดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก ระวังไม่ให้โดนขาข้างที่เจ็บ
“เจ็บไหม...” เขาถามเสียงแหบพร่า จูบขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างรักใคร่
แก้มใสส่ายหน้าช้าๆ ซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งที่เธอโหยหา “ไม่เจ็บค่ะ... มีความสุข...”
เธอยกมือขึ้นลูบแก้มสากของเขา สบตาคมกริบที่มองมาด้วยแววตาอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เห็นมานาน
“ต่อให้เจ็บกว่านี้... แก้มก็ยอม” เธอกระซิบเสียงหวาน “ขอแค่เป็นพี่โชติ... แก้มยอมทุกอย่าง”
โชติบดินทร์ยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ เขาจูบลงบนฝ่ามือเธอเบาๆ
“พี่ก็ยอม...” เขาตอบกลับเสียงนุ่ม “ยอมแพ้เธอแล้วแก้มใส... ต่อไปนี้ห้ามไปไหนอีก ห้ามมองใคร ห้ามรักใครนอกจากพี่... เข้าใจไหม?”
“ค่ะ... พี่โชติขา... แก้มรักพี่โชตินะคะ”
“พี่ก็รักเธอ... รักเท่าชีวิต”
เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก ราวกับจะหลอมรวมร่างเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับเขา ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง... พายุร้ายผ่านพ้นไปแล้ว เหลือเพียงความอบอุ่นของสองหัวใจที่กลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอีกครั้ง