18 ความจริงหน้าประตู

1313 Words
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา แก้มใสค่อยๆ ปรือตาขึ้น รู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาและปวดร้าวไปทั้งตัว แต่ความรู้สึกทรมานจากพิษไข้เมื่อคืนดูเหมือนจะทุเลาลงไปมากแล้ว สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่เพดานห้องว่างเปล่า... แต่เป็นใบหน้าหล่อเหลาของโชติบดินทร์ที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ เขากำลังนอนตะแคงเท้าศีรษะ จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะดุดันและเย็นชา วันนี้กลับดูอ่อนโยนจนน่าใจหาย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้เขาดูเหมือนพี่โชติคนเดิมเมื่อสี่ปีก่อนจนแก้มใสเผลอใจเต้นแรง “ตื่นแล้วเหรอ... ขี้เซา” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายพร้อมนิ้วเรียวที่เกลี่ยปอยผมทัดหูให้เธออย่างเบามือ “พี่โชติ...” แก้มใสเรียกชื่อเขาเสียงแหบพร่า ขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่ขายังคงอยู่ “อย่าเพิ่งขยับ... ไข้ลดแล้ว แต่ตายังบวมตุ่ยอยู่เลย” เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปหยิบชามข้าวต้มที่วางรออยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา “ลุกไหวไหม? มาทานข้าวก่อน จะได้กินยา” แก้มใสพยักหน้าช้าๆ พยายามยันตัวลุกขึ้น โชติบดินทร์รีบวางชามข้าวแล้วเข้ามาช่วยประคองแผ่นหลังเธอ จัดหมอนให้พิงอย่างรู้ใจ “วันนี้ทำไม... ใจดีจัง” เธออดถามไม่ได้ มองเขาด้วยความระแวงปนสงสัย “วางแผนจะแกล้งอะไรแก้มอีกรึเปล่า” โชติบดินทร์ชะงักมือที่กำลังเป่าข้าวต้ม เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ นึกถึงคำบอกรักปนสะอื้นที่เธอละเมอออกมาเมื่อคืน... ‘ถึงจะใจร้ายแก้มก็รัก’ “ถ้าใจดีแล้วไม่ชอบ... จะให้ร้ายเหมือนเดิมไหมล่ะ?” เขาเลิกคิ้วกวนประสาท แต่ตายิ้ม “จะให้จับมัดกับเตียงแล้วกรอกข้าวใส่ปากแทนไหม?” “คนบ้า...” แก้มใสค้อนขวับ แต่แก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ “ป้อนดีๆ สิคะ หิวจะแย่แล้ว” “ครับๆ คุณผู้หญิง” โชติบดินทร์ตักข้าวต้มป้อนใส่ปากเธอคำแล้วคำเล่า บรรยากาศระหว่างคนสองคนดูผ่อนคลายราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน แก้มใสลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของเขาขณะที่เขาก้มเป่าข้าวต้ม รัศมีความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้เธอลืมความเจ็บปวดและความขุ่นเคืองใจไปชั่วขณะ อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้... ไม่อยากให้มีโลกภายนอก ไม่อยากให้มีอดีตที่เจ็บปวด หรืออนาคตที่คลุมเครือ “อร่อยไหม?” เขาถามพลางใช้ทิชชูเช็ดมุมปากให้เธอ “อือ... พอทานได้ค่ะ” เธอตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันอร่อยมาก “ปากแข็ง...” โชติบดินทร์ยิ้มขำ โน้มหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกชนกัน “ระวังเถอะ ปากแข็งมากๆ จะโดนจูบให้นิ่ม” “พี่โชติ!” แก้มใสหน้าแดงแปร๊ด ยกมือดันอกเขาไว้ “คนฉวยโอกาส...” “ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...” เสียงสัญญาณอินเตอร์คอมจากหน้าประตูห้องเพนท์เฮาส์ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความหวาน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนพังทลายลงในพริบตา โชติบดินทร์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปทันที แทนที่ด้วยความตึงเครียด เขายืดตัวขึ้น หันไปมองที่แผงควบคุมข้างประตูห้องนอน “ใครมาคะ?” แก้มใสถามด้วยความสงสัย ปกติเพนท์เฮาส์ส่วนตัวแบบนี้ไม่น่าจะมีใครขึ้นมาได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต โชติบดินทร์ไม่ตอบ เขาเดินดุ่มๆ ไปกดรับสายที่แผงควบคุม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและดุดัน “มีอะไร ผมสั่งแล้วใช่ไหมว่าห้ามรบกวน” เสียงร้อนรนของหัวหน้า รปภ. ดังลอดลำโพงออกมา ชัดเจนพอที่จะทำให้แก้มใสที่นั่งอยู่บนเตียงได้ยินทุกคำ “ขอประทานโทษครับคุณหมอ... คือ... คือคุณพิมลดาครับ เธอมาที่ล็อบบี้...” ชื่อนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจแก้มใส พิมลดา... คู่หมั้นสาวไฮโซของเขา โชติบดินทร์กำหมัดแน่น สบถออกมาเบาๆ “แล้วคุณให้เธอขึ้นมาทำไม! ผมบอกแล้วว่าผมไม่รับแขก!” “ผมพยายามห้ามแล้วครับ แต่คุณพิมเธอไม่ยอม... เธอบอกว่าเห็นรถคุณหมอจอดอยู่ชั้นใต้ดิน เธอรู้ว่าคุณหมออยู่ข้างบน เธอขู่ว่าจะแจ้งตำรวจข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวถ้าเราไม่เปิดลิฟต์ให้...” เสียงโวยวายแหลมสูงของผู้หญิงดังแทรกเข้ามาในสาย “โชติ! ฉันรู้นะว่าคุณอยู่บนนั้น! ลงมาคุยกับดาเดี๋ยวนี้! หายหัวไปสามวันคิดจะหนีดาพ้นเหรอ!” แก้มใสหน้าซีดเผือด ตัวชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกเหมือนเป็น ‘เมียน้อย’ ที่กำลังจะโดนเมียหลวงบุกมาตบถึงห้องนอนแล่นพล่านเข้ามาในอก มือเล็กกำผ้าห่มแน่นจนสั่น โชติบดินทร์กดตัดสายทิ้งทันที เขายืนนิ่งหันหลังให้เธออยู่ครู่หนึ่ง ไหล่กว้างเกร็งจนเห็นได้ชัดว่ากำลังพยายามระงับอารมณ์โกรธ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมาที่เตียง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแล้ว... ไม่มีแววตาขี้เล่น ไม่มีรอยยิ้มอบอุ่น มีแต่ความเคร่งเครียดและเย็นชาแบบหมอโชติบดินทร์คนเดิม “พี่...” แก้มใสเรียกเขาเสียงเบาหวิว “พี่ต้องลงไป” เขาพูดสวนขึ้นมาทันที ไม่สบตาเธอ แต่มือคว้าเสื้อสูทที่พาดไว้มาสวมทับเสื้อยืดอย่างลวกๆ “มีธุระด่วนต้องจัดการ” “ธุระ... หรือไปหาคู่หมั้นคะ?” แก้มใสถามแทงใจดำ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า “เธอมารออยู่ข้างล่างแล้วนี่” “อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ได้ไหมแก้มใส” โชติบดินทร์หันมาดุเสียงเข้ม “มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมายุ่ง มันเป็นเรื่องทางธุรกิจ เรื่องของผู้ใหญ่” “เรื่องของผู้ใหญ่...” แก้มใสแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “ส่วนฉันมันก็แค่เด็กใจแตกที่พี่เก็บมาเลี้ยงไว้แก้ขัดใช่ไหม? พอตัวจริงเขามาตาม พี่ก็ต้องรีบลงไปเสนอหน้า ไปง้อเขา... กลัวเขาโกรธเหรอคะ?” “หยุดพูดจาประชดประชันสักที!” โชติบดินทร์เดินเข้ามาบีบไหล่เธอแน่น จ้องตาเธอเขม็ง “ฟังนะ... อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ห้ามเปิดประตูให้ใครไม่ว่าใครจะมาเคาะ ล็อกห้องให้ดี... เข้าใจไหม!” “กลัวอะไรคะ?” แก้มใสย้อนถามเสียงสั่น “กลัวคุณพิมลดาจะขึ้นมาเจอว่าพี่ซุกผู้หญิงไว้ในห้อง? กลัวเสียชื่อเสียง? หรือกลัวว่าจะชวดเงินก้อนโตจากบ้านคู่หมั้น” คำพูดของเธอจี้ใจดำเรื่องหนี้สินในอดีต ที่เธอไม่รู้ความจริง จนโชติบดินทร์เจ็บแปล๊บ แต่เขาไม่มีเวลามาอธิบายตอนนี้ ขืนปล่อยให้พิมลดาอาละวาดอยู่ข้างล่าง เรื่องจะยิ่งบานปลาย ถ้าปาปารัสซี่ตามมาเห็น หรือถ้าพวกศัตรูของเขารู้เข้า... แก้มใสนั่นแหละที่จะตกอยู่ในอันตราย “จะคิดยังไงก็เชิญ!” เขาตัดบทเสียงแข็ง ผละมือออกจากไหล่เธอ “หน้าที่ของเธอคือรักษาตัวอยู่ที่นี่ เป็นเด็กดีรอพี่กลับมา... อย่าหาเรื่องใส่ตัว!” พูดจบเขาก็หันหลังเดินเร็วๆ ออกจากห้องนอนไป คว้าคีย์การ์ดและกระเป๋าสตางค์แล้วกระแทกประตูห้องนอนปิดล็อกขังเธอไว้อีกชั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขาเดินห่างออกไปจนได้ยินเสียงประตูหน้าเพนท์เฮาส์ปิดลงดังปัง ความเงียบกลับเข้ามาครอบงำห้องนอนอีกครั้ง... แต่คราวนี้มันหนาวเหน็บกว่าเดิมหลายเท่า แก้มใสนั่งนิ่งเป็นหุ่นน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาอาบแก้มหยดแล้วหยดเล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD