ตอนที่ 6
เปิดตัวประธานคนใหม่...
ในวันถัดมาเหล่าผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้เข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อแต่งตั้งประธานคนใหม่ของบริษัท โดยเป็นการมอบตำแหน่งจากคุณหญิงพิมลประธานคนเก่า หรือผู้เป็นมารดาของประธานคนใหญ่
“ผมจะนำพา บริษัท เจียพิรัช จำกัด (มหาชน) ของเรามุ่งสู่ความก้าวหน้าในระดับสากลครับ” นั่นคือคำกล่าวของพี่บอสที่มีต่อผู้ร่วมหุ้นทุกคนเพื่อเสริมความมั่นใจให้กันนักลงทุนคนอื่น ๆ ด้วย และแน่นอนว่า คำพูดนี้ถูกถ่ายทอดให้ได้ฟังกันทั่วทั้งบริษัท
ส่วนฉันนั้น นั่งอยู่ในห้องทำงาน ดูผ่านจอกับทุกคนในชั้นสิบนั่นแหละ ไม่มีความจำเป็นที่ฉันต้องไปอยู่ร่วมในห้องประชุมนั่นอยู่แล้ว แม้คุณหญิงบอกว่าฉันจะไปอยู่ข้างท่านได้ก็ตาม
“น้องพะพายอยู่ไหม” เสียงของเจ้าหน้าที่ประจำชั้นสิบเดินเข้ามาในห้องเรียกฉัน
“อยู่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ”
“ท่านพิมลเรียกหาค่ะ เห็นว่ามีเรื่องด่วนจะคุยด้วยรีบขึ้นไปเลยนะ”
“ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบลุกเดินออกจากห้องไปทันที การที่คุณหญิงเรียกผ่านอย่างทางการมากกว่าที่จะส่งข้อความมาส่วนตัวแสดงว่าตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับคนใหญ่คนโตจนไม่มีเวลาจะหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความส่งให้ฉันแน่ ๆ ดังนั้น...ฉันจะปล่อยให้ท่านรอไม่ได้เด็ดขาด
พี่ก้อยอยู่หน้าห้องทำหน้าตาตื่นตระหนก ก่อนจะบอกให้ฉันรีบเข้าไปในห้องทันที
และเมื่อฉันเข้าไป...
“กึ้ด! ขะ...ขอโทษค่ะที่เข้ามาผิดจังหวะ” ฉันถึงกับต้องรีบหันหลังกลับพูดขอโทษ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้อง แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกไปจากห้อง เสียงทุ้มต่ำนั้นก็ทำให้ฉันหยุดชะงักก่อน
“ใครสั่งให้ออกไป” ฉันยืนนิ่งทื่อ ก่อนจะยืนประสานมือ หันกลับไปมองพวกเขาแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าลงมองพื้น ไม่พูดอะไรออกมา (จะให้ฉันพูดอะไรล่ะ ก็พวกเขากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันขนาดนั้น นี่ห้องทำงานนะ เฮ้อ...)
“เธอออกไปก่อน” ฉันที่ก้มหน้าคิดว่าเป็นตัวเอง จึงเงยหน้ามองพวกเขาก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ
“งั้นพายออกไปนะคะ”
“ใครบอกว่าเธอ ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ” ฉันขมวดคิ้วมองพวกเขา
“คุณบอสหมายถึงลิลลี่เหรอคะ แต่ลิลลี่เพิ่งเข้ามาเองนะคะ”
“แล้วไง? ก็ผมอยากให้คุณออกไป”
“แต่ว่าลิลลี่...”
ปัง! ยังไม่ทันที่ผู้หญิงที่ชื่อลิลลี่จะพูดต่อ พี่บอสก็ทุบโต๊ะดังสนั่นไปแล้ว แม้แต่ฉันที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ยังกลัวไปด้วยเลย
“ผมบอกให้คุณลิลลี่กลับไปก่อนไงครับ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำสอง”
“ตะ...ได้ค่ะ...ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เธอตกใจแรงจนรีบคว้ากระเป๋าเพื่ออกจากห้อง แต่ฉันเห็นนะแวบหนึ่งหางตาของเธอมองมาที่ฉันเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่ช่างเถอะฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะพวกเขาซะหน่อย
ฉันเดินเข้าไปไกลพี่บอสที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนหันสายตาออกไปนอกหน้าต่าง เพียงแค่ฉันเห็นแผ่นหลังของเขา ก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่ใครก็ไม่สามารถต้านทานได้
“เอ่อ...พี่...ไม่สิ คุณบอสเรียกพายเหรอคะ”
ร่างสูงโปร่งหันหน้ามายังฉัน แววตาคมที่เหมือนจ้องจะจับผิดอะไรบางอย่างจนฉันขนลุกซู่
“ใช่ผมเรียกคุณ” นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเรียกฉันว่าคุณ ทั้งที่เมื่อห้าปีก่อนเขายังเรียกฉันว่าน้องพาย มันทำให้ฉันรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเรามันยิ่งไกลออกไป ในชีวิตนี้ตำแหน่งแฟนว่าเป็นไม่ได้แล้ว ตอนนี้แค่ตำแหน่งน้องสาวที่เขาเอ็นดูก็เหมือนจะเลือนรางเต็มทน ดูท่าฉันควรต้องแสดงออกอย่างระวังกับพี่บอสให้มากกว่านี้แล้วล่ะ
“มีเรื่องด่วนเหรอคะ หรือว่าพายทำอะไรผิดไปถึงต้องเรียกมาพบถึงที่ห้องคุณบอส” พี่บอสกลับมานั่งเก้าอี้ตามเดิมก่อนจะกอดอกหันมามองฉันด้วยท่าที่เคร่งขรึม
“รู้ใช่ไหมว่าแม่ของผมอยากให้คุณเป็นเลขา แต่ผม...”
ฉันไม่ปล่อยให้เขาพูดต่อหรอก เพราะฉันรู้อยู่แกใจว่าเขาไม่อยากได้ฉันเป็นเลขา จากที่ดูว่าเขาพาสาวมามั่วในห้องก็รู้ได้ว่าคนที่เขาอยากได้ไว้ข้างกายต้องสวย เอ็กซ์ เซ็กส์ขนาดไหน ฉันยอมแพ้แล้วล่ะ ดังนั้นฉันต้องแสดงเจตจำนง ว่าฉันไม่เคยคาดหวังที่จะอยู่ข้างเขาแม้แต่นิด (แม้ก่อนหน้านี้จะหวังสูงไว้ก็ตาม)
“รู้ค่ะคุณบอส แล้วพายก็ไม่ได้อยากเป็นเลขา ดังนั้นคุณบอสไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวพายจะบอกกับคุณหญิงพิมลให้เองค่ะ”
“หึ...ตามใจแล้วกัน งั้นในเมื่อตำแหน่งเลขาของผมว่างอยู่ตอนนี้คุณพายต้องรับผิดชอบหาคนที่จะมาเป็นเลขาให้ผม”
‘ตามจงตามใจอะไรกัน แล้วตำแหน่งเลขาว่างเกี่ยวอะไรกับฉัน ไม่อยากให้ฉันเป็นเลขา แล้วจะมาโยนความรับผิดชอบหาเลขาให้ฉันเนี่ยนะ’ ฉันนิ่งเงียบพึมพำอยู่ในใจ
“พาย...ทำไม่ได้งั้นเหรอ”
“พาย? เอ่อ...เปล่าค่ะ พายทำได้ค่ะ งั้นคุณบอสลิสมาเลยว่าอยากได้เลขาแบบไหน เดี๋ยวพายคุยกับฝ่ายบุคคลรีบหาให้ทีเลยค่ะ แต่หากต้องการเร่งด่วนล่ะก็ อาจต้องเป็นพนักงานในตึกนี้ก่อน ดูเหมือนมีคนสนใจจะเป็นเลขาคุณบอสก็เยอะค่ะ”
“แต่พายไม่ใช่คนพวกนั้นที่อยากเป็นเลขา”
“ก็คุณบอสไม่อยากได้พาย พายจะอยากมาอยู่ขัดหูขัดตาทำไมคะ”
“หึ เดี๋ยวนี้กล้าใช้คำพูดแบบนี้กับผมแล้วเหรอ”
‘เชี่ยแล้ว ฉันลืมตัว’
“ขออภัยค่ะท่านประธาน พายลืมตัวคราวหน้าจะระวังค่ะ”
“แล้วอีกอย่าง...” เสียงทุ้มพูดเบา ยานคางให้ฉันหัวใจระทึกเหมือนกำลังโดนเล่นงานกราย ๆ อยู่
“คะ?”
“เบอร์พาย ผมติดต่อไม่ได้...นานแล้ว”
“อ่ะจริง ๆ สิ พายเปลี่ยนเบอร์แล้วค่ะคุณบอส พอดีมือถือถูกขโมยไปเมื่อห้าปีที่แล้วค่ะ”
“แล้วไม่บอกพี่?” จู่ ๆ เขาก็กลับมาใช้คำว่าพี่กับฉัน ฉันเริ่มสับสนไปหมดว่าตอนนี้ เขากำลังอยู่ในโหมดไหนกันแน่โหมดพี่ชายเมื่อห้าปีก่อน หรือโหมดท่านประธานคนใหม่ของบริษัทนี้
“ก็คิดว่าพี่บอสคงไม่ได้ใส่ใจกับพายนัก พายก็ไม่อยากจะรบกวนการเรียนของพี่ด้วย”
“เหอะ...จู่ ๆ ก็อยากเป็นคนจิตใจดีว่างั้น” เขาทำหน้าแสยะใส่ฉัน ก่อนจะพูดต่อ “เมมเบอร์มาซะ”
“ดะ...ได้ค่ะ” ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก รับมือถือเขามา เมมเบอร์ฉันให้เขา
“เอาเถอะออกไปได้แล้ว...ไปจัดการเรื่องเลขาให้ผม ผมยังมีคุยงานกับผู้ถือหุ้นคนอื่นอยู่”
นั่นไงว่าแล้วเขากลับมาใช้ผมอีกแล้ว
“รับทราบค่ะ” ฉันโค้งตัวให้ตามมารยาทก่อนจะเดินออกจากห้องท่านประธาน (คนปัจจุบัน) ได้สักที
“เฮ้อ...งานฉันก็ล้นโต๊ะ ยังต้องมาหาเลขาให้เขาอีก เหนื่อยชะมัด”
ฉันลงลิฟท์ไปยัง HR เพื่อขอแฟ้มประวัติพนักงานทั้งหมดเพื่อช่วยกันค้นหาคนที่จะเหมาะสมจะเป็นเลขา แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญนอกจากจะทำงานเก่งแล้วต้องสวยสะเด็ดสไตล์ ดาราสาวลิลลี่คนนั้น เพราะดูเหมือนพี่บอสจะชอบจนถึงขนาดชวนมามั่วในห้องทำงาน
“น้องพาย...เหม่ออะไรเหรอ” พี่ HR ที่ช่วยฉันมองหาคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งเลขาท่านประธาน เรียกสติฉันเมื่อเห็นว่าฉันเหม่อลอย
“ปะ...เปล่าค่ะ พอดีกำลังคิดว่าผู้หญิงแบบไหนที่พี่...เอ่อ คุณบอสอยากได้เป็นพิเศษ พายเชื่อว่าคุณบอสอาจจะอยากได้คนที่นอกจากเก่งแล้ว ต้องสวยมาก ๆ เผื่อออกงานสังคมจะได้เป็นหน้าเป็นตา”
“อืม...คนเป็นเลขาให้กับคนระดับนั้นคงต้องประมาณนั้นเลย ดูอย่างคุณก้อยสิ สวย ฉลาด ทำงานเก่ง ถึงได้เป็นเลขาท่านพิมลมาหลายปีไม่บกพร่อง เอาจริงน้องพายก็เหมาะจะเป็นเลขาให้คุณบอสนะ เพราะน้องพายน่าจะคุ้นเคยกับคุณบอสดี”
“นี่พายก็เพิ่งออกจากห้องคุณบอสมานะคะ ซึ่งเขาบอกว่า ไม่อยากได้พายเป็นเลขา ตรงไปตรงมาสุด ๆ ค่ะ แต่ดันไล่ให้พายมาให้เลขาให้เขา เชื่อเขาเลย แต่พี่อย่าได้เอาไปพูดให้ใครฟังนะคะ เดี๋ยวพายโดนนินทาว่าเล่าขวัญท่านประธาน พายคอขาดแน่”
“พี่รูดซิบปากเลยค่ะ ไม่เล่าให้ใครฟังแน่นอน” พี่ HR ทำท่ารูดซิบปาก นั่นทำให้ฉันหัวเราะร่า
“รีบหาคนที่เหมาะสมกันเถอะค่ะ ไม่งั้นพายกับพี่ซวยแน่”