ตอนที่ 5 ทุกอย่างเปลี่ยนไป...

1505 Words
“หนูพะพาย” เสียงของคุณหญิงพิมลพูดขึ้นตามหลัง ฉันหยุดชะงักตัวแข็งทื่อก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองคุณหญิงพิมลกับพี่บอสที่กำลังจ้องมาที่ฉัน แถมคนอื่น ๆ ที่กำลังยืนเรียงรายก็หันมาจ้องกันตาเป็นมันอีก จริง ๆ คนในบริษัทก็พอรู้ว่าฉันเป็นคนที่คุณพิมลเอ็นดูและอยู่ในการดูแลราวกับญาติคนหนึ่งเสมือนครอบครัว ดังนั้นคนอื่น ๆ เลยไม่ค่อยมีใครออกตัวว่าอิจฉาฉันนักหรอก “ค่ะ...คุณหญิง” กุมมือประสานก้มหน้าพูดเสียแผ่ว “เป็นอะไรไปหนูพาย แล้วนี่ทำไมไม่รับสายแม่ล่ะ” “คะ...” ฉันเลิ่กลั่กใหญ่ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมาดู อึ้ย! ลืมเปิดเสียงโทรศัพท์ “พายลืมเปิดมือถือค่ะคุณหญิง พายขอโทษค่ะ” “เอ๊ะ ปกติหนูพายไม่เคยไม่รับสายแม่เลยนะ ว่าแต่วันนี้ อีกสักพักขึ้นไปหาแม่ที่ห้องทำงานหน่อย แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” “ได้ค่ะ คุณหญิง” “ก้มหน้าก้มตาขนาดนั้นจะเห็นไหมว่าวันนี้ พี่ชายของหนูกลับมาแล้ว” ฉันกลืนน้ำลายไปหลายอึก สองมือเย็นเฉียบ ก่อนจะทำใจเงยหน้ามองคุณหญิงและพี่บอส ยังดีที่ลุคแต่งตัวมาทำงานวันนี้ของฉัน กับเมื่อวานมันต่างกันราวฟ้ากับเหว หากพิจารณาด้วยตาเปล่ายังไงก็แยกไม่ออกแน่ว่าคนเดียวกัน “สวัสดีค่ะ คุณบอสยินดีตอนรับกลับค่ะ” “ครับ...” เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงไร้เยื่อใยกว่าที่เคย รับรู้ได้ถึงความเหินห่าง มันก็ไม่แปลกหรอกเวลาผ่านมาตั้ง 5 ปีความอบอุ่นของพี่ชายที่มีมันก็ต้องหายไปเป็นธรรมดา “งั้นเดี๋ยวแม่กับตาบอสขึ้นไปก่อนนะ อยู่ตรงนี้นานรู้สึกวุ่นวาย หนูพายก็อย่าลืมขึ้นมาหาแม่ด้วยล่ะ” “ได้ค่ะคุณหญิง” ฉันโค้งตัวทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะมองตามแผ่นหลังของผู้มีพระคุณทั้งคู่เดินจากไป ฉันเดินกลับไปที่คาเฟ่ใต้ตึกอีกครั้งเพื่อรับกาแฟที่สั่งไว้ “คุณพะพาย สรุปแล้วใครมากันหรอคะ คนถึงแตกตื่นขนาดนั้น” บาริสต้าถามอย่างสนอกสนใจ “ลูกชายท่านประธานมาค่ะ” “จริงเหรอค่ะ เสียดายจังไม่ได้ออกไปดูด้วยตาตัวเอง” “หลังจากนี้ ก็คงได้เห็นบ่อย ๆ แล้วค่ะ น่าจะมารับช่วงต่อจากท่านประธาน” ฉันเอ่ยไปตามตรงก่อนจะรับอเมเย็นที่สั่งไว้ ฉันถือแก้วกาแฟด้วยความห่อเหี่ยว ขณะที่ใครหลาย ๆ คนกลับฮือฮากับลูกชายท่านประธานกันยกใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ พี่เจนกับพี่เมย์ เพราะเมื่อฉันมาถึงห้องทำงานของตนที่ชั้นสิบ ทั้งสองก็กรู่กันเข้ามาถามฉันกันยกใหญ่ “น้องพะพายรู้ไหมว่าลูกชายท่านประธานมา” พี่เจนพูด “รู้ค่ะ พายเห็นคุณหญิงกับพี่บอสเดินเข้าบริษัทมาพอดี” “เป็นไง หล่อไหมพี่ยังไม่เคยเจอตัวจริงเลยสักครั้ง” นัยน์ตาพี่เมย์เป็นประกายมองมาที่ฉัน “ก็ดูดีเหมือนเดิม ๆ แหละค่ะ” “นั่นสินะ น้องพายเคยเห็นนี่นา...อิจฉาจัง” “ไม่มีอะไรต้องอิจฉาค่ะ เดี๋ยวพี่ ๆ ก็ได้เห็นพี่บอส...เอ่อ...คุณบอสกันบ่อย ๆ แล้วล่ะ เห็นว่าอาจจะมารับช่วงต่อท่านประธานแล้วค่ะ อ่ะจริงสิ เดี๋ยวพายต้องรีบขึ้นไปหาท่านประธานก่อนนะคะ พอดีโดนเรียกด่วน” “รีบไปเถอะ...ก็น้องพายคือลูกสาวอีกคนของท่านประธานนี่นา...” “^-^” ฉันไม่พูดตอบอะไรเพราะตอนนี้ในสายตาทุกคนล้วนมองว่าฉันคือลูกสาวอีกคนของท่านประธาน จริง ๆ ก็คุณหญิงพิมล เล่นประกาศตอนให้ฉันมาทำงานที่นี่วันแรกว่า ฉันเปรียบเสมือนลูกสาวของท่านนี่นา นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฉันได้รับความรักมากมายจากทุกคนล่ะมั้ง ฉันขึ้นไปยังห้องทำงานของคุณหญิงพิมลที่อยู่ชั้นบนสุด ก่อนเข้าไปด้านในก็ทักทายพี่ก้อย เลขาของคุณหญิงสักเล็กน้อย ซึ่งฉันก็รู้จักพี่เขาดีค่ะ “น้องพะพาย ท่านประธานรออยู่เลยค่ะ” พี่ก้อยพูดกับฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย “งั้นตอนนี้ พายเข้าไปได้เลยใช่ไหมคะ พี่ก้อย” “เข้าไปได้เลยจ้า ตอนนี้ประธานอยู่กับคุณบอสด้านในแล้วค่ะ” “คุณบอส?...อ๋อ...ค่ะ” ฉันกลับมาทำหน้าปกติฉีกยิ้มให้พี่ก้อน จากนั้นฉันก็เดินเข้าไปในห้อง พยายามสงบเสงี่ยมให้ได้มากที่สุด ‘ที่ผ่านมาแค่ฝันไป ใช่แล้วยัยพาย...เรื่องเมื่อคืนไม่มีอยู่จริงหรอก’ “ขออนุญาตค่ะ” ฉันกล่าวเสียงนิ่งก่อนจะโค้งตัวให้คุณหญิงและพี่บอสที่นั่งอยู่โซฟา “หนูพาย มาแล้วเหรอลูก มา ๆ มานั่งข้างแม่นี่เร็ว” ฉันเงยหน้ามองคุณหญิงด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเห็นนัยน์ตานิ่งไม่ยินดียินร้ายของพี่บอสก็ทำให้ฉันหุบยิ้มไปทันที และเดินไปยืนข้าง ๆ คุรหญิงพิมลเงียบ ๆ “คุณหญิงเรียก พายมาพบมีเรื่องด่วนเหรอคะ” “จะว่าเรื่องด่วนก็คงใช่ แม่จะให้ตาบอสมารับช่วงต่อแล้วนะ หนูพาย” “ค่ะ...” ฉันตอบไปเพียงสั้น ๆ เพราะคาดการณ์เรื่องนี้ได้อยู่ แต่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับฉันกันล่ะ “หนูพายไม่ตกใจเหรอจ๊ะ” “พายพอเดาได้ค่ะ คุณหญิงก็เคยเกริ่นบอกพายแล้วว่าหากพี่บอสกลับมา คุณหญิงจะให้มารับช่วงต่อ ว่าแต่เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับพายนะคะ” ฉันมองไปยังคุณหญิงพิมลก่อนจะขยับแว่นเล็กน้อย พยายามไม่มองไปยังพี่บอสที่ตอนนี้เบือนสายตาออกไปทางหน้าตาซะมากกว่า ราวกับรำคาญที่ฉันกับคุณหญิงคุยกัน ‘เฮ้อ...ทำไมกัน คนตรงหน้าตอนนี้เหมือนไม่ใช่พี่บอสที่ฉันเคยรู้จักเมื่อ 5 ปีก่อนเลย เขาดูเย็นชา ใบหน้าเข้มบึ้งตึง ไม่ยิ้มแย้มแจกรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเคย’ ฉันพึมพำคิดในใจ แต่แล้วคุณหญิงพิมลก็พูดบางคำให้ฉันต้องตกใจ “หนูพาย มาเป็นเลขาให้ตาบอสดีไหม” “คะ? ไม่ค่ะ” ฉันตกใจ จนตอบปฏิเสธทันควัน ใจจริงแม้จะดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง แต่เมื่อมาอยู่ตรงหน้า ท่าทีของเขาไม่เหมือนเคย แถมคนในบริษัทก็จับตามองมาที่เขาเป็นจุดศูนย์กลางแบบนี้ การอยู่ห่างเขาน่าจะเป็นทางเลือกดีที่สุด เมื่ออยากอยู่ในความสงบ คุณหญิงพิมลมองมาขมวดคิ้วสงสัย แม้แต่พี่บอสเองถึงกับกอดอกหันมามองราวกับกำลังวางอำนาจเหนือใคร “ทำไมละหนูพาย แม่คิดว่าหนูพายเหมาะสมที่สุดเลยนะ” “ไม่เหมาะหรอกค่ะ พายเพิ่งจะมาเริ่มงานที่นี่เพียงปีเดียวเท่านั้น ตำแหน่งเลขาดูจะเกินความสามารถพายไปเยอะค่ะ และอีกอย่าง...” จู่ ๆ ฉันชะงักเงียบทำเอาคุณหญิงพิมลต้องสะกิดเรียก “อีกอย่างอะไรจ๊ะ?” “คนเป็นเลขาต้องฉะฉาน รูปลักษณ์ดูดี พร้อมออกงานกับพี่บอสค่ะ พายว่าให้พี่บอสเลือกคนที่พี่เขาอยากให้เป็นเลขาเองดีกว่าค่ะคุณหญิง ใช่ไหมคะพี่...” ฉันหันไปยิ้มให้พี่เขา แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือใบหน้าถมึงทึงไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ก่อนเขาจะพูดออกมาเพียงสั้น ๆ “แม่ครับเรื่องเลขา ให้ผมเลือกเองเถอะครับ คนที่จะเป็นเลขาผมต้องทำงานกับผมได้ตลอดเวลา ผมค่อนข้างซีเรียสครับ” ฉันที่ได้ยินเช่นนั้นก็เห็นด้วย หันไปหาคุณหญิงพิมลก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ เป็นเชิงบอกว่า เรื่องเลขาให้พี่บอสเขาจัดการตัวเองไปเถอะ ส่วนฉันขอทำงานที่ชั้นสิบกับพี่เจนพี่เมย์เหมือนเคยยังจะดีกว่า “เอางั้นก็ได้...ตาบอสแกต้องเลือกเลขาดี ๆ นะไม่ใช่เลือกเอามามั่วคั่วหมกในห้องทำงานล่ะ...” “แม่เห็นผมเป็นคนยังไงกัน...” “หึ...คิดว่าฉันไม่รู้รึไงตอนแกอยู่ต่างประเทศฉันรู้หมดว่าแกเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยขนาดไหน” “นี่แม่จับตามมองผมแม้แต่ตอนผมอยู่ต่างประเทศเลยเหรอ” “ก็ใช่สิ ตามจนฉันปลงกับแกแล้ว จะทำอะไรก็แล้วแต่อย่าให้ตระกูลเสื่อมเสีย กินในที่ลับอย่าแพร่งพรายให้คนอื่นได้ซุบซิบแล้วกัน” คำสนทนาระหว่างแม่ลูก พานทำให้ฉันเหมือนคนนอก แต่นั่นก็ยิ่งตอกย้ำให้ฉันได้รู้ว่า ผู้ชายที่ฉันมองเขาราวเทพบุตร รักแรกของฉันมันเละเทะแค่ไหน เหมือนคนอกหักถูกคลื่นสึนามิซัดใส่หน้าฉันจัง ๆ นี่ฉันดันเสียซิงให้คนแบบนี้เนี่ยนะ รู้สึกปวดใจชะมัด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD