“หนูพะพาย” เสียงของคุณหญิงพิมลพูดขึ้นตามหลัง ฉันหยุดชะงักตัวแข็งทื่อก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองคุณหญิงพิมลกับพี่บอสที่กำลังจ้องมาที่ฉัน แถมคนอื่น ๆ ที่กำลังยืนเรียงรายก็หันมาจ้องกันตาเป็นมันอีก
จริง ๆ คนในบริษัทก็พอรู้ว่าฉันเป็นคนที่คุณพิมลเอ็นดูและอยู่ในการดูแลราวกับญาติคนหนึ่งเสมือนครอบครัว ดังนั้นคนอื่น ๆ เลยไม่ค่อยมีใครออกตัวว่าอิจฉาฉันนักหรอก
“ค่ะ...คุณหญิง” กุมมือประสานก้มหน้าพูดเสียแผ่ว
“เป็นอะไรไปหนูพาย แล้วนี่ทำไมไม่รับสายแม่ล่ะ”
“คะ...” ฉันเลิ่กลั่กใหญ่ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมาดู อึ้ย! ลืมเปิดเสียงโทรศัพท์
“พายลืมเปิดมือถือค่ะคุณหญิง พายขอโทษค่ะ”
“เอ๊ะ ปกติหนูพายไม่เคยไม่รับสายแม่เลยนะ ว่าแต่วันนี้ อีกสักพักขึ้นไปหาแม่ที่ห้องทำงานหน่อย แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“ได้ค่ะ คุณหญิง”
“ก้มหน้าก้มตาขนาดนั้นจะเห็นไหมว่าวันนี้ พี่ชายของหนูกลับมาแล้ว” ฉันกลืนน้ำลายไปหลายอึก สองมือเย็นเฉียบ ก่อนจะทำใจเงยหน้ามองคุณหญิงและพี่บอส
ยังดีที่ลุคแต่งตัวมาทำงานวันนี้ของฉัน กับเมื่อวานมันต่างกันราวฟ้ากับเหว หากพิจารณาด้วยตาเปล่ายังไงก็แยกไม่ออกแน่ว่าคนเดียวกัน
“สวัสดีค่ะ คุณบอสยินดีตอนรับกลับค่ะ”
“ครับ...” เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงไร้เยื่อใยกว่าที่เคย รับรู้ได้ถึงความเหินห่าง มันก็ไม่แปลกหรอกเวลาผ่านมาตั้ง 5 ปีความอบอุ่นของพี่ชายที่มีมันก็ต้องหายไปเป็นธรรมดา
“งั้นเดี๋ยวแม่กับตาบอสขึ้นไปก่อนนะ อยู่ตรงนี้นานรู้สึกวุ่นวาย หนูพายก็อย่าลืมขึ้นมาหาแม่ด้วยล่ะ”
“ได้ค่ะคุณหญิง” ฉันโค้งตัวทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะมองตามแผ่นหลังของผู้มีพระคุณทั้งคู่เดินจากไป
ฉันเดินกลับไปที่คาเฟ่ใต้ตึกอีกครั้งเพื่อรับกาแฟที่สั่งไว้
“คุณพะพาย สรุปแล้วใครมากันหรอคะ คนถึงแตกตื่นขนาดนั้น” บาริสต้าถามอย่างสนอกสนใจ
“ลูกชายท่านประธานมาค่ะ”
“จริงเหรอค่ะ เสียดายจังไม่ได้ออกไปดูด้วยตาตัวเอง”
“หลังจากนี้ ก็คงได้เห็นบ่อย ๆ แล้วค่ะ น่าจะมารับช่วงต่อจากท่านประธาน” ฉันเอ่ยไปตามตรงก่อนจะรับอเมเย็นที่สั่งไว้
ฉันถือแก้วกาแฟด้วยความห่อเหี่ยว ขณะที่ใครหลาย ๆ คนกลับฮือฮากับลูกชายท่านประธานกันยกใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ พี่เจนกับพี่เมย์ เพราะเมื่อฉันมาถึงห้องทำงานของตนที่ชั้นสิบ ทั้งสองก็กรู่กันเข้ามาถามฉันกันยกใหญ่
“น้องพะพายรู้ไหมว่าลูกชายท่านประธานมา” พี่เจนพูด
“รู้ค่ะ พายเห็นคุณหญิงกับพี่บอสเดินเข้าบริษัทมาพอดี”
“เป็นไง หล่อไหมพี่ยังไม่เคยเจอตัวจริงเลยสักครั้ง” นัยน์ตาพี่เมย์เป็นประกายมองมาที่ฉัน
“ก็ดูดีเหมือนเดิม ๆ แหละค่ะ”
“นั่นสินะ น้องพายเคยเห็นนี่นา...อิจฉาจัง”
“ไม่มีอะไรต้องอิจฉาค่ะ เดี๋ยวพี่ ๆ ก็ได้เห็นพี่บอส...เอ่อ...คุณบอสกันบ่อย ๆ แล้วล่ะ เห็นว่าอาจจะมารับช่วงต่อท่านประธานแล้วค่ะ อ่ะจริงสิ เดี๋ยวพายต้องรีบขึ้นไปหาท่านประธานก่อนนะคะ พอดีโดนเรียกด่วน”
“รีบไปเถอะ...ก็น้องพายคือลูกสาวอีกคนของท่านประธานนี่นา...”
“^-^” ฉันไม่พูดตอบอะไรเพราะตอนนี้ในสายตาทุกคนล้วนมองว่าฉันคือลูกสาวอีกคนของท่านประธาน จริง ๆ ก็คุณหญิงพิมล เล่นประกาศตอนให้ฉันมาทำงานที่นี่วันแรกว่า ฉันเปรียบเสมือนลูกสาวของท่านนี่นา นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฉันได้รับความรักมากมายจากทุกคนล่ะมั้ง
ฉันขึ้นไปยังห้องทำงานของคุณหญิงพิมลที่อยู่ชั้นบนสุด ก่อนเข้าไปด้านในก็ทักทายพี่ก้อย เลขาของคุณหญิงสักเล็กน้อย ซึ่งฉันก็รู้จักพี่เขาดีค่ะ
“น้องพะพาย ท่านประธานรออยู่เลยค่ะ” พี่ก้อยพูดกับฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย
“งั้นตอนนี้ พายเข้าไปได้เลยใช่ไหมคะ พี่ก้อย”
“เข้าไปได้เลยจ้า ตอนนี้ประธานอยู่กับคุณบอสด้านในแล้วค่ะ”
“คุณบอส?...อ๋อ...ค่ะ” ฉันกลับมาทำหน้าปกติฉีกยิ้มให้พี่ก้อน จากนั้นฉันก็เดินเข้าไปในห้อง พยายามสงบเสงี่ยมให้ได้มากที่สุด
‘ที่ผ่านมาแค่ฝันไป ใช่แล้วยัยพาย...เรื่องเมื่อคืนไม่มีอยู่จริงหรอก’
“ขออนุญาตค่ะ” ฉันกล่าวเสียงนิ่งก่อนจะโค้งตัวให้คุณหญิงและพี่บอสที่นั่งอยู่โซฟา
“หนูพาย มาแล้วเหรอลูก มา ๆ มานั่งข้างแม่นี่เร็ว”
ฉันเงยหน้ามองคุณหญิงด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเห็นนัยน์ตานิ่งไม่ยินดียินร้ายของพี่บอสก็ทำให้ฉันหุบยิ้มไปทันที และเดินไปยืนข้าง ๆ คุรหญิงพิมลเงียบ ๆ
“คุณหญิงเรียก พายมาพบมีเรื่องด่วนเหรอคะ”
“จะว่าเรื่องด่วนก็คงใช่ แม่จะให้ตาบอสมารับช่วงต่อแล้วนะ หนูพาย”
“ค่ะ...” ฉันตอบไปเพียงสั้น ๆ เพราะคาดการณ์เรื่องนี้ได้อยู่ แต่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับฉันกันล่ะ
“หนูพายไม่ตกใจเหรอจ๊ะ”
“พายพอเดาได้ค่ะ คุณหญิงก็เคยเกริ่นบอกพายแล้วว่าหากพี่บอสกลับมา คุณหญิงจะให้มารับช่วงต่อ ว่าแต่เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับพายนะคะ” ฉันมองไปยังคุณหญิงพิมลก่อนจะขยับแว่นเล็กน้อย พยายามไม่มองไปยังพี่บอสที่ตอนนี้เบือนสายตาออกไปทางหน้าตาซะมากกว่า ราวกับรำคาญที่ฉันกับคุณหญิงคุยกัน
‘เฮ้อ...ทำไมกัน คนตรงหน้าตอนนี้เหมือนไม่ใช่พี่บอสที่ฉันเคยรู้จักเมื่อ 5 ปีก่อนเลย เขาดูเย็นชา ใบหน้าเข้มบึ้งตึง ไม่ยิ้มแย้มแจกรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเคย’ ฉันพึมพำคิดในใจ แต่แล้วคุณหญิงพิมลก็พูดบางคำให้ฉันต้องตกใจ
“หนูพาย มาเป็นเลขาให้ตาบอสดีไหม”
“คะ? ไม่ค่ะ” ฉันตกใจ จนตอบปฏิเสธทันควัน ใจจริงแม้จะดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง แต่เมื่อมาอยู่ตรงหน้า ท่าทีของเขาไม่เหมือนเคย แถมคนในบริษัทก็จับตามองมาที่เขาเป็นจุดศูนย์กลางแบบนี้ การอยู่ห่างเขาน่าจะเป็นทางเลือกดีที่สุด เมื่ออยากอยู่ในความสงบ
คุณหญิงพิมลมองมาขมวดคิ้วสงสัย แม้แต่พี่บอสเองถึงกับกอดอกหันมามองราวกับกำลังวางอำนาจเหนือใคร
“ทำไมละหนูพาย แม่คิดว่าหนูพายเหมาะสมที่สุดเลยนะ”
“ไม่เหมาะหรอกค่ะ พายเพิ่งจะมาเริ่มงานที่นี่เพียงปีเดียวเท่านั้น ตำแหน่งเลขาดูจะเกินความสามารถพายไปเยอะค่ะ และอีกอย่าง...” จู่ ๆ ฉันชะงักเงียบทำเอาคุณหญิงพิมลต้องสะกิดเรียก
“อีกอย่างอะไรจ๊ะ?”
“คนเป็นเลขาต้องฉะฉาน รูปลักษณ์ดูดี พร้อมออกงานกับพี่บอสค่ะ พายว่าให้พี่บอสเลือกคนที่พี่เขาอยากให้เป็นเลขาเองดีกว่าค่ะคุณหญิง ใช่ไหมคะพี่...” ฉันหันไปยิ้มให้พี่เขา แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือใบหน้าถมึงทึงไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ก่อนเขาจะพูดออกมาเพียงสั้น ๆ
“แม่ครับเรื่องเลขา ให้ผมเลือกเองเถอะครับ คนที่จะเป็นเลขาผมต้องทำงานกับผมได้ตลอดเวลา ผมค่อนข้างซีเรียสครับ”
ฉันที่ได้ยินเช่นนั้นก็เห็นด้วย หันไปหาคุณหญิงพิมลก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ เป็นเชิงบอกว่า เรื่องเลขาให้พี่บอสเขาจัดการตัวเองไปเถอะ ส่วนฉันขอทำงานที่ชั้นสิบกับพี่เจนพี่เมย์เหมือนเคยยังจะดีกว่า
“เอางั้นก็ได้...ตาบอสแกต้องเลือกเลขาดี ๆ นะไม่ใช่เลือกเอามามั่วคั่วหมกในห้องทำงานล่ะ...”
“แม่เห็นผมเป็นคนยังไงกัน...”
“หึ...คิดว่าฉันไม่รู้รึไงตอนแกอยู่ต่างประเทศฉันรู้หมดว่าแกเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยขนาดไหน”
“นี่แม่จับตามมองผมแม้แต่ตอนผมอยู่ต่างประเทศเลยเหรอ”
“ก็ใช่สิ ตามจนฉันปลงกับแกแล้ว จะทำอะไรก็แล้วแต่อย่าให้ตระกูลเสื่อมเสีย กินในที่ลับอย่าแพร่งพรายให้คนอื่นได้ซุบซิบแล้วกัน”
คำสนทนาระหว่างแม่ลูก พานทำให้ฉันเหมือนคนนอก แต่นั่นก็ยิ่งตอกย้ำให้ฉันได้รู้ว่า ผู้ชายที่ฉันมองเขาราวเทพบุตร รักแรกของฉันมันเละเทะแค่ไหน เหมือนคนอกหักถูกคลื่นสึนามิซัดใส่หน้าฉันจัง ๆ นี่ฉันดันเสียซิงให้คนแบบนี้เนี่ยนะ รู้สึกปวดใจชะมัด