ตอนที่ 4
จุดเริ่มต้นของ...
“คุณบอสคะ”
“ครับ...”
“แพรวรู้สึกว่าตัวเองฝันหวานมากเลยค่ะ?”
“ทำไมถึงคิดว่าตัวเองฝันหวานครับ”
“เพราะเป็นสิ่งที่แพรวได้แต่คิดไงคะ...อะ...ซี้ด” ฉันเอียงหน้าไปมองคนที่กำลังเกยคางกับไหล่ของฉันมือข้างหนึ่งของเขาสะกิดยอดถันฉันไม่พัก แถมอีกข้างก็ง่วนกับกลีบร่องจนเสียวซ่านมาอีกหน
“คุณบอส...ยังไม่พออีกเหรอคะ...อะ” ฉันพูดพร้อมกับประคองสติตนไว้
“คุณขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ผมขึ้นสวรรค์แล้วเหมือนกัน แต่เรายังไม่ได้ขึ้นพร้อมกันเลยนะครับ”
“ขึ้นสวรรค์พร้อมกัน?” ฉันเลิกคิ้วมองเขา แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับใด ๆ ทำเพียงยกยิ้ม ก่อนจะจับตัวฉันนอนราบไปกับเตียงแล้วเขาก็แทรกตัวระหว่างขาของฉัน
“คะ...คุณจะทำอะไรเหรอ” เขาเงียบส่งสายตาเย้ายวนให้
มันจะเกิดขึ้นจริง ๆ เหรอ ฉันกำลังฝันอยู่ ทำใจร่ม ๆ ไว้ยัยพาย แกกำลังจะมีความสุขกับคนที่แกชอบนะ
ฉันกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นมองแก่นกายของเขาที่กำลังจ่ออยู่รูร่องของฉัน
“อะ...เจ็บ!” นั่นคือคำอุทานหลังจากที่เขาดันแก่นกายของเขาเข้ามาในรูร่องของฉัน เขาค่อย ๆ ดันเข้ามา สองมือแกร่งรวบแขนฉันไว้เหนือหัว แม้ฉันจะพูดร้องขอให้เขาหยุด แต่เขาก็ไม่หยุดกลับค่อย ๆ ดันแก่นกายนั้นเข้ามา จนในที่สุดมันก็เข้าไปจนสุดโคนความอึดอัดถาโถม ในความเจ็บมีความรู้สึกแปลก ๆ แทรกกลางเข้ามา เขาหยุดแช่มันไว้แบบนั้น ก่อนจะโน้มตัวก้มลงจูบฉันอย่างร้อนแรง
และในจังหวะเดียวกันนั้นเขาก็สอบเอวเข้าออกจากช้า ๆ ก็ เร่งจังหวะเร็วขึ้น แรงขึ้นจนฉันเริ่มบิดตัวไปมา มือจิกแขนเขาแรงตามความเสียวซ่านที่ได้รับ เสียง พั่บ...พั่บ...พั่บ ดังสนั่นในห้วงแห่งความฝัน
“คะ...คุณบอสฉันจะ ไม่ไหว แล้ว...อ่ะ...อ่ะ”
“ไม่ไหวก็ปลดปล่อยสิครับ”
“อ๊าส์....”
ตัวฉันกระตุกแรงเกร็งไปทั้งตัวสติเลือนลอยไปก่อนหน้า มือที่จิกแขนเขาคลายออก แต่พี่บอสยังไม่ถึงฝั่งสองมือเขาเปลี่ยนมาจับเอวฉันก่อนจะสอบเอวแรงยิ่งกว่าเดิม พานทำให้เสียงเนื้อกระทบเนื้อชวนให้วาบหวามไปทั้งทรวง
“ไม่ไหวแน่นฉิบหายขอแตกใส่หน้าที” สิ้นคำเขาชักออกมาก่อนจะจ่อแก่นกายของเขามาตรงหน้าฉัน ฉีดน้ำขุ่นรักนั้นพุ่งใส่หน้าทำเอาฉันต้องหลับตาปี๋
“แฮ่ก...แฮ่ก” เสียงเหนื่อยหอบของสองเราประสาน ฉันนอนแผ่บนเตียงอย่างหมดแรงส่วนเขาที่คร่อมตัวฉันอยู่ด้านบนก็ล้มลงนอนทับร่างเปลือยฉันก่อนจะซุกหน้าลงต้นคอพ่นลมหายใจรวยระรินรดแผ่วถี่ด้วยความเหนื่อยไม่ต่างกัน
“เอ่อ...ฉันหายใจไม่ออกค่ะ” ฉันพูดออกไปเพราะร่างกายใหญ่เขาที่ทับฉันอยู่ทำให้อึดอัด แถมตอนนี้ฉันเหนื่อยจนตาจะปิดอยู่แล้ว ไม่คิดว่าในฝันก็ยังทำให้คนง่วงได้
เขาพลิกตัวออกไปหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำรักที่เขารดใส่หน้าฉัน ก่อนดึงร่างฉันเข้าไปกอดราวกับเป็นหมอนข้าง ดวงตาฉันค่อย ๆ ปิดลงด้วยความเหนื่อยล้า แม้ฉันจะได้ยินเขาพึมพำอะไรต่าง ๆ มากมาย แต่สติฉันก็ไม่อยู่แล้วล่ะ (Zzz)
)
เปลือกตาที่แสนหนักอึ้งของฉันค่อย ๆ คลี่ออก ฉันขยับตัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะหยัดตัวขึ้นด้วยความเพลียหนัก
“ปวดหัวจัง...เมื่อคืนฉันคงเมาหนักไปหน่อยไม่ได้ดื่มหนักแบบนี้มานานแล้วสิ จนฝันหวานอะไรแบบนั้นออกมาได้...โอ๊ย!”
ฉันที่กำลังฉุกคิดถึงฝันหวานที่ผ่านมา จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะตรงนั้นเมื่อก้มดูร่างกายของตนก็พบว่ามันเปลือยล่อนจ่อน เหมือนกับในฝันไม่มีผิด
“เอ๊ะ เหมือนฝันงั้นเหรอ หรือว่า...” ฉันกลืนน้ำลายไปหลายอึกภาวนาให้สิ่งที่คิดไม่ใช่ความจริง “ขอให้ฉันเมาจนแก้ผ้าอยู่คนเดียวด้วยเถอะ”
ฉันค่อย ๆ หันไปมองข้าง ๆ ผ้าห่มที่พองโป่งราวกับมีอะไรอยู่ใต้นั้น
“อะ...อาจจะเป็นหมอนข้างก็ได้ใจเย็น ๆ เข้าไว้” ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ดึงผ้าห่มนั่นอย่างเบามือ และแล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็ดันปรากฏตรงหน้า
“ซวยแล้ว! นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย” ดวงตาฉันเบิกโพลงเมื่อเห็นชายตรงหน้า ยังดีที่ว่าเขายังไม่ตื่น จึงค่อย ๆ ลุกจากเตียงหยิบเสื้อผ้าที่วางระเกะระกะตามพื้นขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะคว้ากระเป๋าของตัวเองพร้อมกุญแจรถรีบออกจากห้องที่ไม่รู้จักนี้ทันที
ในขณะที่ฉันขับรถของตัวเองไปนั้น จิตใจฉันก็ว้าวุ่นอย่างหนัก แต่ก็พยายามควบคุมสติของตนขับรถจนกลับถึงคอนโดของตัวเอง
และเมื่อมาถึงห้องของตัวเองแล้วนั้น ฉันก็โยนกระเป๋าลงโต๊ะกลางก่อนจะทิ้งตัวลงนอนโซฟาด้วยใจที่ล่องลอย
“เป็นพี่บอสจริง ๆ เหรอ” ฉันที่พึมพำตาค้างมองเพดานสีขาวของห้องแทบไม่กะพริบตา
“หรือว่าแค่คนหน้าคล้ายกันนะ ไม่เจอกันเกือบห้าปี บางที่ใบหน้าอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากกว่านี้ก็ได้” ฉันหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปห้องครัวรินน้ำเย็นดื่มเพื่อตั้งสติคิดทบทวน
“นั่นสิอาจจะแค่คนหน้าคล้าย เพราะถ้าพี่บอสกลับจากเมกา คุณหญิงพิมลต้องบอกฉันแล้วสิ ใช่...มันต้องเป็นแบบนี้แน่ ๆ” พอคิดแบบนั้นฉันก็รู้สึกสบายใจลงอย่างบอกไม่ถูก การจะวันไนท์กับใครมันก็ไม่ผิด ฉันโสดนี่นาและก็ไม่ได้แลกคอนแทคไว้กับเขาคนนั้นด้วย
“เฮ้อ...” ฉันกลับมานั่งโซฟาถอนหายใจแรง พอมาคิด ๆ ดูแล้ว ทำไมฉันถึงฝันแบบนั้น แม้ฉันจะชอบพี่บอสมากแทบจะเป็นรักแรก แต่ฉันรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาเป็นใคร ฉันเป็นใคร ฉันรู้ตัวดี ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน แค่ครอบครัวคุณหญิงดึงฉันมาจากขุมนรกนั่นฉันก็แทบจะตอบแทนบุญคุณไม่ไหวแล้ว และแน่นอนว่าทั้งชีวิตนี้จะมอบให้ตระกูลนี้ก็ยังได้
“เอาเถอะ...ร่างกายก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไรเนื้อตัวก็ไม่ได้ช้ำจะมีก็แต่ปวดหนึบตรงนั้น แต่ว่านะ...ความรู้สึกตอนนั้นมันดีจริง ๆ เพียงแต่...” ฉันหยุดชะงักไปครู่ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองต่อ “รู้สึกผิดกับเขามากนะ ที่ตอนร่วมรักฉันกลับคิดไปถึงคนอื่น แต่ช่างเถอะวันไนท์มีใครเขามาคิดถึงความรู้สึกกันใช่ไหม จากที่ฉันอ่านนิยายมาก็มีแต่คิดถึงแต่เรือนร่างกับความเร่าร้อนบนเตียงเท่านั้น เสพสมจนหนำใจแล้วก็จากกันราวกับคนไม่รู้จักกัน”
รุ่งขึ้นของวันใหม่ ฉันตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานตามเคย วันนี้แน่นอนว่าลุคที่แต่งก็ยังเป็นยัยเฉิ่มคนเดิม ๆ นั่นแหละ ถึงพี่ ๆ จะบอกว่าให้มั่นใจในตัวเองให้สลัดลุคนี้ไปซะ แต่ฉันรู้ดีว่าหุ่นของฉันมันดึงดูดสายตาคนอื่น ๆ มากแค่ไหน เดี๋ยวก็มีประเด็นว่าฉันแต่งตัวยั่วใครอีก เหมือนสมัยม.ปลายที่โดนอยู่บ่อย ๆ แค่คืนที่ผ่านมาก็รู้ได้ว่าฉันยังต้องคอยปฏิเสธพวกผู้ชายมือปลาหมึกมากมายนัก
(แม้สุดท้ายจะดันไปสมยอมกับคนหน้าคล้ายคนที่ชอบก็เถอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตแล้วกัน)
ฉันมาถึงที่ทำงานตรงเวลาเหมือนเคย ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นสิบ ซึ่งเห็นห้องทำงานของตัวเองก็แวะซื้อกาแฟที่คาเฟ่ใต้ตึกบริษัทก่อน
“สวัสดีค่ะ เอาอเมเย็นไม่หวานแก้วนึงเหมือนเดิมค่ะ” ฉันสั่งกาแฟกับบาริสต้าประจำคาเฟ่เหมือนเคย
“วันนี้คุณพะพายซื้อแก้วเดียวเองเหรอค่ะ”
“ฮ่า...วันนี้พี่เมย์กับพี่เจนไม่ได้ฝากค่ะ”
ฉันที่กำลังสั่งกาแฟอยู่นั่น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเอะอะกันยกใหญ่ พนักงานหลายคนกรู่กันไปออยืนเรียงหน้าประตู กันอย่างระเบียบแม้แต่คนในร้านกาแฟ ก็เริ่มมองออกไปอย่างสนใจ บางคนวิ่งออกจากคาเฟ่เพื่อไปยืนรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ ทำให้ฉันเองก็เกิดความสนใจเช่นกัน
“คุณพายจะออกไปดูก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันทำกาแฟไว้รอได้”
“พายเกรงใจค่ะ” ฉันตอบไปตามมารยาท เพราะคงไม่ดี ถ้าออกไปทั้งที่เป็นคิวของตัวเอง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่กลับมาบอกฉันด้วยว่าเขาฮือฮาอะไรก็พอ ฮ่า...” บาริสต้าคนสนิทของฉันหัวเราะร่าทำเอาฉันหัวเราะตามไปด้วย
“งั้นเดี๋ยวพายมานะคะ” หลังจากที่ฉันจ่ายเงินค่ากาแฟไว้ก็เดินออกร้านตามคนอื่น ๆ ไป เพื่อดูใครกันที่มาบริษัทจนเอริกเกริกขนาดนี้ จะว่าเป็นเจ้าของอย่างคุณพิมลก็ไม่น่าจะฮือฮาอะไร ก็เห็นกันบ่อยจะตายไป
ฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังคนอื่น ๆ พยายามชะเง้อดูว่าใครกันที่ทำให้บริษัทวุ่นวาย จนเมื่อเริ่มได้ยินคนทางด้านหน้าที่เห็นก่อนซุบซิบดังขึ้น
“แก...ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างท่านหญิงพิมลคือลูกชายคุณพิมลเหรอ โครตหล่อเลย”
“ใช่เห็นว่ากลับมาจากเมืองนอก ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ หล่อมากแก เห็นว่าจะมารับตำแหน่งประธานต่อจากท่านหญิงพิมลด้วยล่ะ”
“จริงเหรอ อยากทำงานหน้าห้องท่านประธานจังแก”
“หน้าตาอย่างเราอย่าหวังเลยเถอะ”
เมื่อฉันได้ยินคำซุบซิบพวกนี้ยิ่งทำให้ฉันอยากเห็นด้วยตาตัวเอง เมื่อคุณหญิงพิมลและคนที่ได้ชื่อว่าลูกชายของคุณหญิงอยู่ภายใต้สายตาของฉันยิ่งทำให้ฉันเบิกตาโพลง
เชี่ย...หน้าตาพี่บอสเหมือนผู้ชายเมื่อคืนเด๊ะ! สรุปแล้วคนเมื่อคืนไม่ใช่คนหน้าคล้ายชื่อคล้าย แต่คือ...พี่บอส ตัวจริงเสียงจริง ไม่ได้การ...ฉันต้องหนีออกจากตรงนี้ไปตั้งหลักก่อนแล้ว!